นายกฯ เปิด “Digital Shield” สร้างเกราะคนไทยสู้ภัยออนไลน์ ดึงแบงก์–ค่ายมือถือ ปิดช่องโหว่มิจฉาชีพ
นายกฯ อนุทิน เปิด “Digital Shield” สร้างเกราะคนไทยสู้ภัยออนไลน์ ย้ำปราบอย่างเดียวไม่พอ ต้องป้องกันก่อนเงินหาย ดึงแบงก์–ค่ายมือถือ–แพลตฟอร์ม ร่วมปิดช่องโหว่มิจฉาชีพ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 เพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยออนไลน์ให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองและคนในครอบครัว ก่อนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมงาน
ก่อนเริ่มพิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เทคโนโลยีทำให้ชีวิตประชาชนสะดวกขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน มิจฉาชีพก็ใช้เทคโนโลยีหลอกลวงได้รวดเร็วและแนบเนียนขึ้น ภัยออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว บางครั้งเพียงรับโทรศัพท์หนึ่งสาย กดลิงก์หนึ่งครั้ง หรือหลงเชื่อข้อความไม่กี่บรรทัด เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตก็อาจสูญหายได้
ล่าสุดมีกรณีเตือนภัยการใช้เสียงปลอมเลียนแบบลูก โทรศัพท์ไปหลอกพ่อให้รีบโอนเงิน แต่ผู้เป็นพ่อมีสติและตั้งคำถามเพื่อยืนยันตัวตน จึงไม่ตกเป็นเหยื่อ สะท้อนให้เห็นว่า นอกจากระบบป้องกันของภาครัฐแล้ว “สติและความรู้เท่าทัน” สามารถเป็นเกราะด่านแรกที่ช่วยปกป้องเงินและทรัพย์สินของประชาชนได้จริง
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลกำหนดให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ และจะดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งการจัดการบัญชีม้า ซิมม้า เส้นทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม ตลอดจนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ที่หลายฝ่ายได้ร่วมมือกัน ทั้ง ธนาคาร ผู้ให้บริการโทรศัพท์ แพลตฟอร์มดิจิทัล หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันปิดช่องโหว่ ไม่ให้ระบบหรือบริการของตนกลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ
“รัฐบาลมีหน้าที่สร้างระบบป้องกัน จัดการคนร้าย และช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุ แต่เกราะที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด คือสติและความรู้เท่าทัน หากมีโทรศัพท์หรือข้อความผิดปกติ อย่ารีบเชื่อ อย่ารีบโอน และหากไม่แน่ใจให้ตรวจสอบกับคนใกล้ตัวหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรียังต้องการให้ความรู้จาก DE Digital Shield Forum ขยายออกไปมากกว่าผู้ที่มาร่วมงาน โดยขอให้ประชาชนนำสิ่งที่เรียนรู้ไปบอกต่อคนในครอบครัวและคนใกล้ตัว เพราะหากคนหนึ่งคนรู้เท่าทัน ก็สามารถช่วยป้องกันความเสียหายได้มากกว่าหนึ่งคน
“ถ้าคนหนึ่งคนมีเกราะ ก็ป้องกันได้หนึ่งคน แต่ถ้าความรู้ถูกส่งต่อ เกราะนี้ก็จะปกป้องได้ทั้งครอบครัวและทั้งสังคม Digital Shield จึงไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องทำให้ทุกคนใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย รับผิดชอบ และไม่ตกเป็นเหยื่อ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นางสาวรัชดา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือทำให้ประชาชนสามารถนำความรู้
กลับไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การสังเกตสายโทรศัพท์และข้อความหลอกลวง การระวังลิงก์หรือการขอข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบก่อนโอนเงิน ไปจนถึงการรู้ช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อพบเหตุผิดปกติ เพราะความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่หมายถึงเงินเก็บ รายได้ และความมั่นคงของครอบครัวประชาชน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้จากหน่วยงานภายในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไปรษณีย์ไทย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ประชาชนรู้จักรูปแบบภัยออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองและช่องทางรับความช่วยเหลือเมื่อประสบเหตุ