หนุ่มตกใจ “ตุ่มคล้ายสิว” ขึ้นเต็มถุงอัณฑะ บีบจนเลือดออก กลัวเป็นโรคติดต่อ
แพทย์ไต้หวัน แชร์เคส ชายมี “ตุ่มคล้ายสิว” ขึ้นเต็มถุงอัณฑะ กลัวเป็นโรคติดต่อ พยายามบีบจนเลือดออก ใครเป็นห้ามทำ อาจเละกว่าเดิม
แพทย์ผิวหนังชาวไต้หวัน อู๋เหรินชิน (吳仁欽) เปิดเผยเรื่องดังกล่าวผ่านเพจ Facebook ของเขา โดยเล่าว่า ผู้ป่วยชายวัยหนุ่มเดินทางมาพบแพทย์ด้วยอาการตื่นตระหนก หลังพบตุ่มสีเหลืองเล็ก ๆ จำนวนมากขึ้นบริเวณถุงอัณฑะต่อเนื่องมานานหลายเดือน ด้วยความเข้าใจว่าอาจเป็นสิวหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เขาจึงพยายามบีบตุ่มเหล่านั้นด้วยตัวเองจนเลือดออก ก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์ พร้อมบอกว่า
“คุณหมอครับ ตรงนี้มีตุ่มขึ้นเยอะมาก เป็นสีเหลือง ๆ ขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ผมลองบีบเองจนเลือดออก แบบนี้ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเปล่าครับ?”
หลังแพทย์สวมถุงมือและตรวจอย่างละเอียด พบว่าสิ่งที่ชายหนุ่มเข้าใจว่าเป็น “สิว” ไม่ใช่สิวและไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เป็นภาวะที่เรียกว่า ต่อมไขมันผิดตำแหน่ง (Fordyce spots)
ตุ่มแบบนี้มีลักษณะอย่างไร?
แพทย์อธิบายว่า Fordyce spots เป็นต่อมไขมันที่สามารถมองเห็นได้ชัดกว่าปกติ โดยสามารถพบได้บริเวณถุงอัณฑะ ริมฝีปาก และรอบอวัยวะเพศ ถือเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและไม่ใช่โรคร้ายแรง
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
- ไม่เจ็บและไม่คัน
- ไม่ติดต่อจากคนสู่คน
- ไม่ใช่หูดจากเชื้อไวรัส และไม่ใช่หูดหงอนไก่
- พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้ชาย เพียงแต่หลายคนไม่ค่อยพูดถึง
แพทย์ยังเตือนว่า หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าตุ่มดังกล่าวเป็นสิว จึงพยายามบีบหรือแกะด้วยตัวเอง แต่เนื่องจากมันไม่ใช่สิว จึงไม่มี “หัวสิว” ให้บีบออกมา การฝืนบีบอาจทำให้ เลือดออก เกิดการอักเสบ ผิวบริเวณนั้นมีสีคล้ำขึ้น และอาจเกิดแผลเป็น ได้
แพทย์จึงแนะนำว่า หากพบตุ่มผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศและไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง แทนที่จะพยายามบีบหรือรักษาด้วยตัวเอง พร้อมฝากคำเตือนแบบติดตลกว่า “เรื่องที่ให้หมอตรวจใช้เวลาแค่ 3 นาที อย่าทำเองที่บ้านจนกลายเป็นหายนะระดับต้องทำศัลยกรรมความงาม”
ที่มา: hk01