classicliterature.it.com

VGI บริษัทร่วมดันกำไร.!


จะว่าเป็นการลงทุนที่ผิดพลาด…ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปาก แต่ที่บอกได้ก็คือหลายปีมาแล้วที่บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ในกลุ่มบีทีเอส ถูกบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ขนเงินเข้าไปลงทุน เพื่อหวังสร้างการเติบโต แต่กลับกลายเป็นตัวถ่วงซะงั้น..!!

สะท้อนได้จากงบการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมาติดลบมากกว่าเป็นบวก โดยปี 2566 (1 เม.ย. 2565-31 มี.ค. 2566) มีรายได้ 5,774.48 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 64.88 ล้านบาท ถัดมาปี 2567 (1 เม.ย. 2566-31 มี.ค. 2567) มีรายได้ 5,460.07 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3,488.77 ล้านบาท ส่วนปี 2568 (1 เม.ย. 2567-31 มี.ค. 2568) มีรายได้ 5,679.91 ล้านบาท พลิกมามีกำไรสุทธิ 501.23 ล้านบาท และปี 2569 (1 เม.ย. 2568-31 มี.ค. 2569) มีรายได้ 5,095.72 ล้านบาท พลิกขาดทุนสุทธิ 1,063.73 ล้านบาท 

โอเค…ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องรัดเข็มขัด ทำให้เม็ดเงินโฆษณาหายไป…อันนั้นเข้าใจได้ แต่ที่มากกว่านั้น คงเป็นการบุ๊กด้อยค่าของสินทรัพย์ปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในหลาย ๆ บริษัทที่ VGI เข้าไปลงทุน…

บุ๊กด้อยค่าเงินลงทุนไม่พอ…ยังต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการ Consolidate งบของกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมอีกต่างหาก…โดนไป 2 เด้งเต็ม ๆ…

แล้วจำกันได้บ่ ในอดีตมี 2 หุ้นที่ฉุดงบของ VGI มาโดยตลอด นั่นคือบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX…ดีนะที่ปลดแอกขายทิ้งไปแล้ว…ส่วนอีกตัวเป็นบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่งปัจจุบัน VGI  ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งในสัดส่วน 13.53%

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ เมื่อมีไม่ดีก็ต้องมีดีสักวัน…ล่าสุด VGI ประกาศงบไตรมาส 1 ปี 2569/70 (1 เม.ย.-30 มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 484% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท 

ถ้าไปดูคำอธิบายในงบการเงินจะเห็นว่า มีรายได้จากการให้บริการและการขายอยู่ที่ 1,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เท่านั้น แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณา 444 ล้านบาท ลดลง 2.3% รายได้จากธุรกิจบริการด้านดิจิทัล 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% และรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่าย 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% 

บ่งบอกว่ากำไรที่โตกระฉูดนั้น ไม่ได้มาจากการดำเนินงานปกตินะสิ…

อ้าว…แล้วมาจากอะไรล่ะ..??

ดูไปดูมา…ที่แท้มาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการค้าร่วมและบริษัทร่วมซึ่งอยู่ที่ 173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 28 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568/69

แม้ไม่เอ่ยชื่อกิจการค้าร่วมและบริษัทร่วมที่ว่าเป็นบริษัทไหนบ้าง ก็น่าจะพอเดาได้ว่า หนึ่งในนั้นต้องมี JMART ซึ่งงบไตรมาส 2/2569 โตโดดเด่น มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท…พลอยทำให้ VGI ได้อานิสงส์ไปด้วย 

เรียกว่าจากที่เคยเป็นตัวฉุดมาหลายไตรมาสแล้ว…มาไตรมาสนี้ JMART ร่วมดันกำไรให้ VGI ซะที..!?

ที่สำคัญในไตรมาสนี้ VGI ไม่มีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนแล้ว เนื่องจากได้ขายหุ้น KEX ไปแล้ว ส่วน JMART ผลการดำเนินงานก็กระเตื้องขึ้น ด้านราคาหุ้นก็ปรับตัวดีขึ้น

แต่ครั้นจะบอกว่า “หมดเคราะห์หมดโศก” แล้ว…ก็พูดได้ไม่เต็มปากอีกนั่นแหละ…

เพราะไม่รู้ว่า JMART จะดีแตกอีกเมื่อไหร่..?? ไตรมาสหน้าจะกลับมาแย่อีกอ๊ะป่าว..?? 

หรือจะมีบ่วงอันใหม่โผล่มารัดคอ VGI อีก…ยากที่จะคาดเดาได้จริง ๆ พับผ่าสิ..!!

อ้อ…นอกจากโชว์กำไรโตแล้ว VGI ยังโชว์สถานะการเงินแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวมกว่า 20,843 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย

เงินสดล้นมือขนาดนี้…แต่ไม่ยักจะเห็นการลงทุนโครงการใหม่ ๆ

เอ๊ะ…หรือ VGI จะรีเทิร์นจ่ายปันผลเร็ว ๆ นี้ป๊ะเนี่ย..?? เพราะก่อนหน้านี้ได้ล้างขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการไปหมดเกลี้ยงแล้ว…ก็ทำให้สามารถกลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้ง…

อดใจรอกันหน่อยนะครับพี่น้อง…

…อิ อิ อิ…

Update: 2026-08-24
Tags: