สรุปความรู้ VI ภาคใต้ (หาดใหญ่) 16 สิงหาคม 2569 - Thai Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุน VI หุ้นวีไอ Webboard
สรุปความรู้ VI ภาคใต้ (หาดใหญ่) 16 สิงหาคม 2569
วิทยากรหลัก (พี่โจ ลูกอีสาน, พี่วิบูลย์, พี่หลิน, พี่โต Billionaire VI, พี่นุช , พี่อมร)
1.จุดที่ดูดีที่สุด อาจจะเป็นจุดที่อันตรายที่สุด : สมรภูมิเกเต๋ง (สามก๊ก)
เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำไมเราอาจจะต้องทดลองออกจาก Comfort Zone ในหุ้นไทยบางส่วน ไปเริ่มทดลองลงทุนในสินทรัพย์อื่นเช่นหุ้นต่างประเทศดูบ้าง
(ในนิยายสามก๊ก เกเต๋งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางลำเลียงเสบียง ขงเบ้งจึงส่งม้าเจ๊กและอองเป๋งไปรักษาเกเต๋ง ม้าเจ๊กไปพร้อมกับอองเป๋ง แต่ม้าเจ๊กไม่ฟังคำแนะนำเรื่องการศึกของอองเป๋ง ม้าเจ๊กอาศัยเพียงตำราพิชัยสงครามเลือก "ยึดพื้นที่สูง" พื้นที่มีลักษณะภูเขาดินดอนสูง ซึ่งสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของทัพของวุยก๊กอย่างละเอียด และตั้งมั่นอยู่บนเขาแทนที่จะเป็นในตัวเมืองตามคำสั่งของขงเบ้ง เพิกเฉยต่อคำแนะนำของอองเป๋งที่ให้ตั้งค่ายในหุบเขาที่มีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอ เนื่องด้วยความผิดพลาดทางยุทธวิธีของม้าเจ๊ก ทัพวุยก๊กที่นำโดยเตียวคับจึงเข้าล้อมเนินเขาและตัดทางน้ำของกำลังทหารฝ่ายจ๊กก๊ก จากนั้นจึงตีฝ่ายจ๊กก๊กแตกพ่าย)
2.นั่งรถไม่เลยป้าย
การที่มีกำไรจากราคาหุ้นที่ขึ้นมามากประมาณนึงแล้วเช่นเกินกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นแล้วไม่ยอมขาย ให้ระวังไว้ว่าอาจจะนั่งรถเลยป้าย และทำให้เสียเวลาหรือเสียโอกาสในการลงทุนไป
3.อย่าเด็ดดอกไม้ แล้วรดน้ำวัชพืช
“Selling your winners and holding your losers is like cutting the flowers and watering the weeds.” (การขายหุ้นที่ชนะ แล้วถือหุ้นที่แพ้ ก็เหมือนกับการตัดดอกไม้ทิ้ง แล้วไปรดน้ำวัชพืช) เป็นคำที่ Warren Buffett ขอยืมประโยคนี้มาจาก Peter Lynch แล้วนำไปใส่ไว้ในรายงานประจำปีของ Berkshire Hathaway และมันได้กลายเป็น “วลีอมตะ” ที่นักลงทุนพูดถึง
ซึ่งจริงๆแล้วหุ้นที่แย่ๆ ที่เปรียบเสมือนวัชพืชนั้น เราควรที่จะรีบถอนออก อย่าผูกพันกับมัน, ในขณะที่หุ้นบริษัทดีๆที่เปรียบเสมือนดอกไม้ เราควรจะถือมันให้นานพอเวลาหุ้นขึ้น แทนการที่รีบขายเพื่อเก็บกำไรเพราะกลัวว่ามันจะหายไป
4.ข้อควรระวังในการกู้ยืมเงิน Margin เพื่อมาลงทุน
พึงระวังการใช้เงิน Margin ตลอดเวลารวมไปถึงใช้ Margin แม้สภาพปรกติของตลาด เพราะในกรณีที่บริหารความเสี่ยงไม่พอแล้วเกิดวิกฤติขึ้น ตัวเราอาจจะล้มหายตายจากไปการลงทุน , ถ้าอยากจะใช้ Margin จริงๆแนะนำว่าควรจะใช้เฉพาะตอนที่มีวิกฤติเท่านั้นและต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน
เคยมีตัวอย่างนักลงทุนบางท่านเป็นนักลงทุนที่มุ่งมั่นจริงจัง อย่างไรก็ตามนักลงทุนท่านนั้นมีอยู่ช่วงนึง ซื้อหุ้นตัวเดียว(All in) และใช้เงินจาก Margin ในสัดส่วนที่สูง ซึ่งไม่เผื่อทางถอยไว้ เมื่อเกิด Black Swan บางอย่าง เช่นเกิดน้ำท่วมขึ้นในประเทศ ซึ่งกระทบกับธุรกิจนั้นพอหุ้นบริษัทนั้นราคาลดลงมากถึงจุดๆหนึ่ง ปรากฎว่าหลังจากนั้นนักลงทุนท่านนั้นก็หายไปจากตลาดหุ้นและไม่เจอนักลงทุนท่านนั้นในวงการลงทุนอีกเลย
5.Hedging เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สำหรับคนที่มีความรู้การลงทุนมากในระดับหนึ่ง การที่ Short TFEX ไว้นิดหน่อยในโอกาสที่เหมาะสมก็อาจจะเป็นการป้องกันความเสี่ยง คือถ้ามีวิกฤติหุ้นในตลาดลงหนักๆ เราก็อาจจะได้กำไรจาก TFEX เพื่อมาชดเชยการที่หุ้นใน Port ส่วนใหญ่ราคาปรับตัวลดลง แต่ควรศึกษาหาความรู้ให้ดี และต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์กับการนำเรื่องนี้มาใช้
6.คำแนะนำการบริหาร Port
ถ้ามีหุ้นสัก 70-80% ของ Port แล้ว ส่วนที่เหลือถ้ามีเป็นกองทุนตราสารหนี้บ้าง จากการไปทำ Model เพื่อทดสอบ พบว่าจะทำให้ Drawdown จากการลงทุนนั้นลดลงได้ในระดับนึง เทียบกับการถือหุ้น 100% ตลอด (ในขณะที่ผลตอบแทนอาจจะลดลงจากการถือหุ้น 100% ลงบ้าง)
นอกจากนี้การลองเปลี่ยนดอกเบี้ยบัญชีธนาคารให้เป็นบัญชีธนาคารที่ได้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเช่นจาก 0.15% เป็น 0.9% ก็อาจจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนได้อีกทางนึง
7.การประเมินมูลค่าหุ้น 3 รูปแบบ
1.) Reproduction Cost of Assetการทดแทนทรัพย์สิน คือการหามูลค่าแท้จริงของหุ้นที่เราสนใจลงทุน จากต้นทุนที่ต้องใช้ในการสร้างสินทรัพย์ใหม่ ให้มีแบบเดียวกันกับสินทรัพย์ของบริษัทที่เราสนใจลงทุน ปล.วิธีการนี้อาจไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพการทำกำไร และการเติบโตของธุรกิจ
2.) Earnings Power Value การหามูลค่าของบริษัทโดยอิงจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปัจจุบัน มาพิจารณาร่วมกับผลตอบแทนการลงทุน ที่เราสามารถหาโอกาสจากทางเลือกต่าง ๆ ได้ ซึ่งเสมือนว่าตรงนี้คือต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินก้อนนี้ของเรา
ยกตัวอย่างสมมติเรามีเงินสดอยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งตัวเราสามารถหาผลตอบแทนได้ 8% ต่อปีซึ่งหุ้นของบริษัทที่เราสนใจมีกำไร 100 ล้านบาท ดังนั้น การหามูลค่าที่แท้จริงแบบคร่าว ๆ ของหุ้นตัวนี้จะได้ว่า 100 ล้านบาท / 8% = 1,250 ล้านบาทจะเห็นว่า % ของผลตอบแทนนี้ มันก็คือส่วนกลับของค่า P/E ซึ่งกรณีนี้แปลว่าเรายอมรับได้ที่ P/E 12.5 เท่า นั่นเอง
ปล. วิธีนี้อาจเหมาะสำหรับบริษัทที่มีกำไรค่อนข้างมั่นคง เพราะวิธีนี้ยังไม่ได้คำนึงถึงการเติบโตของบริษัท
3.) Discounted Cash Flow Model (DCF)คือ การนำกระแสเงินสดที่บริษัทสามารถสร้างได้ตลอดอายุกิจการของมัน มาคิดลดด้วยอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่เหมาะสม เพื่อคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงข้อดีคือ คิดการเติบโตของบริษัท ได้หลายช่วง ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงในโลกธุรกิจได้มากที่สุดแต่ข้อเสียคือ คาดการณ์ระยะยาวของธุรกิจได้ยาก ซึ่งต้องมีความเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดีและจำเป็นต้องใช้หลายตัวแปรที่ซับซ้อน เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อัตราคิดลด กระแสเงินสดอิสระ โครงสร้างเงินทุนของบริษัท เป็นต้น จึงจะสามารถหามูลค่าของบริษัทได้ใกล้เคียงความจริงได้
ที่มา : 3 ไอเดียหามูลค่าหุ้น ฉบับคุณวิบูลย์ ปรมาจารย์ VI ของเมืองไทย by Website ลงทุนแมน
การประเมินมูลค่าหุ้น ยังเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ , การประเมินมูลค่าหุ้นอย่าง DCF เองนั้น เวลาประเมินออกมา เราไม่ควรประเมิน Valuation แล้ว Fix ไปที่ค่าๆเดียว แต่ควรประเมิน Valuation ออกมาเป็น Range เพราะปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น Free Cash Flow และ WACC หลายปัจจัยก็อาจจะไม่ได้ตายตัว
8.เปลี่ยนชีวิตด้วยความพยายามมุ่งมั่น
ตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ไปฟังในวันนั้น , มีพี่ท่านหนึ่ง ต้นทุนชีวิตเริ่มแรกแทบจะไม่มี พยายามเริ่มต้นทำงานจากการทำงานเป็นพนักงานเสริฟในร้านอาหาร ทำงานด้วยความตั้งใจ จนเริ่มมีเงินเก็บ และด้วย Service Mind ที่ดี ทำให้ได้มีโอกาสรู้จักกับนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของธุรกิจ , จากนั้นเริ่มเรียนรู้ หาความรู้เพิ่มเติม รวมถึงไปเข้าร่วมสัมมนาต่างๆที่รวมถึงอาจจะไม่ได้เสียเงิน, มีความมุ่งมั่นทุ่มเท ขยันเก็บออมและลงทุน จนปัจจุบันเริ่มผลิดอกออกผล ปัจจุบันค่อยๆเขยิบฐานะจนมี Port การลงทุนมากในระดับหนึ่ง (ต้นทุนชีวิตแต่ละท่านตั้งต้นมาไม่เท่ากัน แต่เราเลือกได้ว่าจะสามารถเปลี่ยนชีวิต ด้วยความพยายามของตนเองหรือไม่)
หรืออย่างพี่โจ ลูกอีสาน ในอดีต พี่โจก็เคยไปทำงานต่างประเทศ 1 ปี และตั้งใจเก็บเงินเพื่อนำมาเป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่นำมาใช้ลงทุนจนกระทั่งสามารถลงทุนเปลี่ยนชีวิตได้สำเร็จ
9.มีความคิดที่เป็นอิสระ
การลงทุนนั้นไม่ง่าย หลายๆครั้งเราอาจจะต้องมองสวนจากคนส่วนใหญ่ , ถ้าเราทำตามฝูงชน การลงทุนมักจะจบไม่สวย , แต่เราอาจจะมองกระแสมวลชน แล้วอาจจะหาประโยชน์จากสิ่งนั้น ถ้าความคิดของเราถูกต้อง(แยกตัวเองออกจากตลาด และหาโอกาสตอนธุรกิจแย่ๆหรือไม่มีใครสนใจ)
10.ตัวอย่างแนวคิดในการลงทุนในหุ้น Technology ในต่างประเทศพยายามมองหาธุรกิจที่เราสามารถทำความเข้าใจได้ค่อนข้างดี หรือมีโอกาสที่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาได้ เป็นธุรกิจที่ไม่ได้ถูก Disrupt ได้ง่ายๆ , เป็นธุรกิจที่มี Switching Cost สูงเช่นบางธุรกิจ ลูกค้าใช้สินค้าจนติดอยู่ใน Eco System แล้ว การที่จะไปเปลี่ยนใช้ของเจ้าอื่น อาจจะเป็นเรื่องที่ยากเป็นต้น
11. AI Advantage Company
หนึ่งใน Theme การลงทุนที่น่าสนใจ คือ ลองมองหาบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเริ่มนำ AI Technology เข้ามาใช้ในกิจการ ช่วงนี้มีหลายบริษัทที่นำ Technology AI เข้ามา Implement ใช้ แล้วทำให้สามารถได้ประโยชน์หลายด้าน เช่นการที่สามารถประหยัดต้นทุนแรงงานลงได้อย่างมีนัยยะ เช่น 10-20%
12.ผู้บริหารของบริษัทกับการใช้เงินบริษัทปัจจัยหนึ่งที่เราควรจะต้องสังเกต คือการดูว่าผู้บริหารใช้เงินของบริษัทอย่างไร, ถ้าใช้เงินของบริษัทฟุ่มเฟือยราวกับเป็นเงินของตัวเองจริงๆ ก็อาจจะเป็น Yellow Flag ในการลงทุนบริษัทนั้นๆได้
13.นกน้อยทำรังแต่พอตัว
การซื้อที่อยู่อาศัยนั้น ควรจะเลือกซื้อขนาดและราคาให้พอดีกับครอบครัว และไม่มากมายจนเกินไปที่อาจจะทำให้เป็นหนี้เป็นสินมากจนเกินไป จนอาจจะทำให้กระทบกับเงินที่จะนำมาลงทุนเพื่ออนาคต
14.อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
เงินผลกำไรที่ได้จากการลงทุนในช่วงแรกๆนั้น เรายังไม่ควรรีบนำผลตอบแทนที่ได้นั้นไปรีบใช้จ่ายส่วนตัวถ้าไม่จำเป็น เพราะถ้านำเงินนั้นต่อยอดลงทุนทบต้นไปเรื่อยๆด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ผลตอบแทนนั้นจะมากมายมหาศาลเมื่อเทียบกับเงินลงทุนในช่วงแรกๆ
15. มั่งคั่งด้วยวิธีการที่ถูกต้องและสุจริต
ในโลกแห่งการลงทุนนั้น มีวิธีการลงทุนที่สีเทาๆหลายๆอย่าง เช่นการลงทุนจากการได้ข้อมูล Insider ลองจินตนาการว่าถ้าวันหนึ่งมีลูกของเรามาตั้งคำถามว่า คุณพ่อ,คุณแม่รวยมาจากวิธีการที่ไม่ถูกต้องหรือทุจริต หรือเปล่านั้น ตัวเราจะรู้สึกอย่างไรและจะตอบคำถามนั้นอย่างไร
ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าเราลงทุนด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ,สุจริต และลงทุนในระยะเวลาที่นานพอ ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ และตัวเราจะมีความสบายใจและภาคภูมิใจในตัวเอง
16.CV (Company Visit) กับการลงทุน
การที่ไป Company Visit เราอาจจะได้ประโยชน์ในการทำความรู้จักธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามมันก็อาจจะเป็นดาบสองคม เช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งการไป CV แล้วได้รับข้อมูลบางอย่างนั้น อาจจะทำให้เรา Mis Lead จากการได้รับข้อมูลเหล่านั้น จนทำให้ตัดสินใจบางอย่างไปด้วยอารมณ์ได้ และมีโอกาสที่จะล้มเหลวจากการลงทุนนั้นๆ เพราะฉะนั้นในฐานะนักลงทุนควรที่จะมีวิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลให้มากๆ
17.มหัศจรรย์หุ้นดีๆ กลบผลขาดทุนหุ้นเน่าๆได้
ในโลกการลงทุนนั้น ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่ลงทุนแล้วเราจะได้กำไรทั้งหมด อย่างไรก็ตามเวลาลงทุนนั้นพยายามให้หุ้นที่ได้กำไรดีๆนั้น Run กำไรนั้นจนได้กำไรที่มากพอเพื่อชดเชยหุ้นบางตัวที่เราอาจจะลงทุนผิดพลาดจนขาดทุน หรืออาจจะไม่ค่อยกำไร เพื่อให้ Return การลงทุนโดยเฉลี่ยของเรายังเป็นบวก
18.ระวังการรีบลงทุนในธุรกิจที่กำลังเป็นกระแส Fashion
หลายๆ ธุรกิจที่เราเข้าไปลงทุนตอนที่เป็นกระแสมาประมาณนึง มีโอกาสเราจะขาดทุนได้ ถ้าธุรกิจนั้นเป็นแค่กระแสชั่วคราว เพราะเมื่อกระแสเริ่มหมด รายได้และผลกำไรของบริษัทก็จะลดลงทำให้ตัวเราขาดทุนจากการลงทุนนั้นได้
19.ตัวอย่างวิธีการลงทุนในหุ้นเติบโต
หาหุ้นที่มี ROE, ROIC สูงๆ , มี Free Cash Flow ที่สูง , อยู่ในอุตสาหกรรมที่มี TAM ใหญ่, เป็นธุรกิจที่มี MOAT เพื่อไม่ให้คู่แข่งเข้ามาได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามเวลาลงทุนก็ต้องติดตาม
20.ปัจจัยที่ทำให้ลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน/สิ่งที่อยากฝากกับเพื่อนๆนักลงทุน
-เป็นคนที่มีเหตุมีผล เชื่อในเรื่องเหตุและผล (ราคาหุ้นในระยะยาวขึ้นอยู่กับผลประกอบการกำไรของบริษัทที่เติบโต) ไม่หลงลงทุนไปตามกระแสในระยะสั้นที่มีแต่คนสนใจ , พยายามลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในสิ่งที่เราเข้าใจ
-อดทนให้เป็น ยกตัวอย่างเช่น พี่โต Billionaire VI ถ้าถือหุ้นบางตัวแค่ ปี- 2 ปีแล้วรีบขาย ก็คงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้
-หลักการ 4 ข้อ ซื้อหุ้นเหมือนซื้อธุรกิจ , ซื้อหุ้นในธุรกิจที่เราเข้าใจ, ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และถือมันตราบใดที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี
-Never Give Up to Find something your passionate
อย่ายอมแพ้ในการค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่คุณหลงใหล รวมไปถึงหลงใหลในกระบวนการ ไม่ใช่หลงใหลเฉพาะตอนหุ้นขึ้นอย่างเดียว แต่คุณต้องอยู่หรือหลงใหลในหุ้นตอนที่หุ้นลงด้วย ยังยึดติดอยู่กับการลงทุนตรงนั้น และมีความเชื่อที่มุ่งมั่นว่าทำได้ และหมั่นพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง
-กำไรเป็นเรื่องธรรมดา , ขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขาดทุนแล้วอย่าให้ขาดทุนจนกลับมาไม่ได้ และอย่าให้หมดกำลังใจในการลงทุน
-อดทนเก่ง , นั่งทับมือให้เป็น (ตกรถยังดีกว่ารีบกระโดดขึ้นรถ ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย)
-พอใจในสิ่งที่หามาได้ และรู้จักพอใจในสิ่งที่มี, มีศรัทธาในสิ่งที่ดีๆ ใช้ชีวิตแบ่งปันให้ผู้อื่น , ถ้ามีโอกาสทำให้คนอื่นได้บ้าง ก็อยากจะให้ทำ เช่นให้เวลากับคนอื่นบ้าง , พอวันหนึ่งเราเคยได้รับอะไรมา หรือได้ความรู้จากคนอื่นทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็อยากให้ทุกคนรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ
1.วิทยากรทุกท่าน (พี่โจ ลูกอีสาน, พี่วิบูลย์, พี่หลิน, พี่โต Billionaire VI, พี่นุช, พี่อมร) ที่ให้ความรู้ผมและเพื่อนๆทุกท่านในงานในวันนั้น และขอขอบคุณพี่ๆที่เป็นกันเองกับผมและเพื่อนๆ จากที่ได้พบเจอกันกับพี่ๆที่มีโอกาสได้ไปพูดคุยกันต่อหรือไปทานข้าวร่วมกัน และยังมีพี่ๆหลายท่านที่ช่วยเลี้ยงกาแฟ ให้ผมและเพื่อนๆด้วย
ขอขอบคุณพี่โจ ที่เปิดโอกาสให้ไปเยี่ยมชมบ้านพี่โจ รวมถึงช่วยเล่าเกร็ดความรู้และประสบการณ์ชีวิตให้พวกผมฟังเพิ่มเติม รวมถึงขอขอบคุณพี่นุชที่เป็นคนชวนไปบ้านพี่โจด้วยครับ
2.ทีมงาน VI ภาคใต้ทุกท่าน (พี่แมว, พี่บัวดิน, พี่บี, พี่หมอหนึ่ง, คุณเตียง และพี่น้องท่านอื่นๆ)
ขอบคุณที่ช่วยจัดงานภาคใต้เป็นอย่างดีสม่ำเสมอทุกปี และขอบคุณที่ดูแลพวกผมและเพื่อนๆนักลงทุนเป็นอย่างดี นอกจากนี้ขอขอบคุณพี่แมวสำหรับของฝาก และขอขอบคุณพี่หมอหนึ่งที่เปิดบ้านให้พวกผมไปนั่งคุยกันที่บ้านพี่หมอหนึ่งต่อในแต่ละคืน และช่วยเลี้ยงข้าวพวกผมบางมื้อด้วยครับ
3.พี่โต (Toro) ที่เป็นเพื่อนบินไปภาคใต้ด้วยกัน รวมถึง Trip ก่อนหน้านั้นอีกหลายๆ Trip และขอบคุณน้อง Home, น้องเฟิร์น ที่มาร่วม Join trip นี้ด้วยกัน และรวมถึงพี่น้องท่านอื่นที่ช่วยให้ความรู้ในวันงาน เช่น พี่ Wat, พี่ Note , พี่หนึ่ง, พี่เปรี้ยว และท่านอื่นๆด้วย
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านสำหรับความทรงจำดีๆร่วมกัน 2-3 วันนี้นะครับ หวังว่าจะได้มีโอกาสเจอกันในครั้งต่อๆไปอีกครับ
earthcu (30 Aug 26)
Life is beautiful + Financial freedom within 2015 by investment stock & real estate