กบข. ชี้จังหวะทอง Thailand Focus ดึงเงินต่างชาติ หลังหุ้นไทยเริ่มมี Story ฟื้นตัว

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า การจัดงาน Thailand Focus ในปีนี้ถือเป็น “จังหวะที่ดีมาก” สำหรับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากเป็นรูปแบบ Inbound Roadshow ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้ามารับฟังข้อมูลและพบกับภาคธุรกิจในประเทศไทยโดยตรง
ขณะที่ไทยเริ่มมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งสถานการณ์การเมืองที่มีความนิ่งมากขึ้น ความกังวลด้านอันดับความน่าเชื่อถือที่ลดลง หลัง MSCI ปรับ Outlook ของไทย รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดี ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น และเริ่มเห็นสัญญาณนักลงทุนต่างชาติกลับมาให้ความสนใจ
ดร.ศรพล กล่าวอีกว่า เมื่อภาพใหญ่ของประเทศเริ่มมีปัจจัยเอื้อ งาน Thailand Focus จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดที่น่าสนใจของตลาดไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยมองว่ามีโอกาสที่จะดึงดูดเงินลงทุนที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอยู่แล้วให้ไหลเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น ขณะที่กรณีกฎหมายใหม่ 4 ฉบับของกระทรวงการคลัง ยอมรับว่ายังไม่ได้ศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน แต่เข้าใจว่าเป็นร่างกฎหมายที่สำนักงาน ก.ล.ต. ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการดำเนินงาน ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน
ดร.ศรพล กล่าวว่า สำหรับทิศทางการลงทุนของกบข. โดยปกติ กบข.จะบริหารและปรับพอร์ตการลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีภายใต้สถานการณ์ตลาดที่หลากหลาย ขณะที่ประเด็นที่น่าสนใจในปีนี้คือพฤติกรรมของสมาชิกที่เลือกแผนการลงทุนด้วยตนเอง โดย กบข. พบสัญญาณการ “Shift” หรือการปรับเปลี่ยนแผนลงทุนของสมาชิกอย่างชัดเจน โดยมีการโยกเงินเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจและทางเลือกส่วนบุคคลของสมาชิกแต่ละราย
“การที่สมาชิกปรับพอร์ตมาลงทุนในหุ้นไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าตัวสมาชิกเองก็มองเห็นสัญญาณบวกของตลาดเช่นเดียวกันว่า ตลาดหุ้นไทยเริ่มมี Story ของการฟื้นตัวที่ดีขึ้น” ดร.ศรพล กล่าว พร้อมมองว่า หากปัจจัยพื้นฐานและบรรยากาศการลงทุนยังเอื้ออำนวย การกลับมาของความสนใจจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนไทยจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดทุนไทยในระยะต่อไป” ดร. ศรพล
Back to top button