SNNP ยันประกันคุ้มครองไฟไหม้ครบ! แก้เกม OEM เสริมผลิต

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานขนาดใหญ่ของบริษัทจำนวน 2 แห่ง คือ โรงงานผลิตเบนโตะ และโรงงานผลิตโลตัส ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด ทั้งการตรวจกล้องวงจรปิดและการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ และขอให้รอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานใดชี้ว่าเป็นการวางเพลิงหรือจงใจก่อเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบเพียงบางส่วนและสามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 2 ชั่วโมง สำหรับมูลค่าความเสียหายของอาคาร เครื่องจักร และทรัพย์สิน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อประเมินร่วมกับวิศวกรด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร อย่างไรก็ดี บริษัทได้ทำประกันภัยคุ้มครองความเสียหายไว้ครอบคลุมทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยมูลค่าความเสียหาย หรือวงเงินชดเชยที่แน่นอนได้ในขณะนี้
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและการส่งมอบสินค้าแก่ลูกค้า โดยได้เร่งปรับแผนการผลิตเพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่หายไป โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มขาไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่น เช่น ขนมปังและผลิตภัณฑ์จากหนังไก่ ยังมีสายการผลิตจากส่วนงานอื่นช่วยรองรับได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ บริษัทได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรผู้รับจ้างผลิต (OEM) ได้แก่ บริษัท สยามฟู้ด, ผู้รับจ้างผลิตในประเทศเวียดนาม และบริษัท ศรีนานาพร เพื่อช่วยกระจายการผลิต รวมถึงดึงกำลังการผลิตจากโรงงานของบริษัทในประเทศเวียดนามเข้ามาเสริม ส่งผลให้ปัจจุบันกำลังการผลิตสินค้าบางรายการฟื้นตัวกลับมาแล้วราว 70% และตั้งเป้าดันขึ้นสู่ระดับ 80% ในเดือนถัดไป ขณะที่การสร้างโรงงานใหม่ทดแทนจุดที่ได้รับความเสียหายคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งบริษัทจะบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบต่อช่องทางจำหน่ายให้ได้มากที่สุด
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แม้ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทจะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว จนคาดว่าภาพรวมยอดขายในปีนี้อาจหดตัวลงอยู่ราว 7-8% แต่บริษัทตั้งเป้าหมายเร่งยอดขายและผลประกอบการในปีหน้าให้กลับมาเติบโตได้สูงกว่า 7% ผ่านการฟื้นฟูกำลังการผลิตเต็มรูปแบบ การควบคุมต้นทุนอย่างรอบคอบ และการทบทวนแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์
พร้อมกันนี้ ยังได้แสดงมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีหน้าว่า ภาครัฐควรเน้นส่งเสริมการลงทุนที่สร้างการจ้างงานและเพิ่มมูลค่าในประเทศได้จริง เช่น อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนหรือเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างงานในวงกว้างได้มากกว่าการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ SNNP ยืนยันว่าจะเร่งฟื้นฟูกำลังการผลิตและติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และผู้บริโภคต่อไป
Back to top button