classicliterature.it.com

KBANK ชู Open Data ปลดล็อกสินเชื่อ MSME หนุนฟินเทคเจาะไมโครเอสเอ็มอี


นางขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยบนเวที IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ในหัวข้อ WBG Flagship: MSME Finance: Leveraging Data for Jobs ว่า การนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการปล่อยสินเชื่อมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือ MSME

ทั้งนี้ ข้อมูลดิจิทัลสามารถนำมาใช้ได้ตลอดกระบวนการสินเชื่อ ตั้งแต่การคัดกรองลูกค้า การพิจารณาอนุมัติ การติดตาม ไปจนถึงการจัดเก็บหนี้ โดยประเทศไทยมีระบบชำระเงินผ่าน QR Code ซึ่งช่วยสร้างร่องรอยข้อมูลทางการเงิน หรือ Digital Footprint ให้แก่ผู้ประกอบการหลายล้านราย และสามารถนำมาใช้ประกอบการประเมินศักยภาพและความเสี่ยงของลูกค้าได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดจากการใช้เงินสด รวมถึงการบันทึกบัญชีที่ปะปนระหว่างธุรกิจและส่วนบุคคล ซึ่งทำให้ข้อมูลทางการเงินของผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างครบถ้วน

นางขัตติยาระบุว่า การพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลจึงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะแนวทาง Open Data ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควบคู่กับความร่วมมือกับผู้ให้บริการฟินเทค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงและขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อย

แม้ธนาคารกสิกรไทยจะเป็นหนึ่งในผู้ให้สินเชื่อ MSME รายสำคัญของประเทศ แต่ยังมีผู้ประกอบการกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีบางส่วนที่ธนาคารไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น ความร่วมมือกับฟินเทคจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน

ฟินเทคมีจุดแข็งด้านความรวดเร็ว นวัตกรรม และการใช้ข้อมูลทางเลือก ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินศักยภาพของลูกค้าในรูปแบบที่แตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม โดยความร่วมมือสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือการสนับสนุนเงินทุนให้ฟินเทคนำไปปล่อยสินเชื่อต่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อย

หนึ่งในตัวอย่างคือ K LINE หรือ LINE BK ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทยกับ LINE Financial และสามารถเริ่มสร้างกำไรได้แล้วในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นางขัตติยาเน้นว่า ความสำเร็จของการปล่อยสินเชื่อไม่ควรวัดเพียงจำนวนหรือมูลค่าการอนุมัติสินเชื่อเท่านั้น แต่ต้องดูว่าผู้ประกอบการสามารถนำเงินทุนไปต่อยอดธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีศักยภาพชำระคืนหนี้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

สำหรับสิ่งที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในช่วง 1 ปีข้างหน้า นางขัตติยาเน้นย้ำถึงการส่งเสริมทั้ง Data Sharing และ Risk Sharing ผ่านกลไก Open Data และข้อมูลเครดิตที่ ธปท. อยู่ระหว่างดำเนินการ

ขณะเดียวกัน ควรเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยกำหนดอุตสาหกรรมหรือห่วงโซ่อุปทานเป้าหมายที่ประเทศไทยต้องการผลักดันให้ชัดเจน เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินสามารถเชื่อมโยงกับการยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้ธนาคารสามารถร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและฟินเทคได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและขยายสินเชื่อสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Back to top button

Update: 2026-10-13
Tags: