classicliterature.it.com

สรุปประเด็นสำคัญจากหัวข้อช่วงเช้า “รุ่นเก๋าวิเคราะห์ เจาะเกมหุ้น” ในงาน SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าชาวลงทุน ครั้งที่ 2 - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – กลับมาอีกครั้งกับ SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าชาวลงทุน ครั้งที่ 2 โดยหัวข้อช่วงเช้า “รุ่นเก๋าวิเคราะห์ เจาะเกมหุ้น” ได้รับเกียรติจาก “รุ่นเก๋า” แห่งวงการหุ้นไทยระดับแถวหน้าของประเทศ ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ ประกอบด้วย พี่เปี๊ยก ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ ที่ปรึกษาการลงทุน / Senior Executive Vice President บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เจ้าของเพจ “แมงเม่าสำราญ”, พี่เทิด เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล. เอเซีย พลัส (ASP), พี่ต้น เผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสูงสุด สายงานธุรกิจหลักทรัพย์รายบุคคล บล. กรุงศรี จำกัด (มหาชน), พี่วี กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บล. พาย จำกัด (มหาชน) และพี่ป๋อง สุกิจ อุดมศิริกุล Executive director บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX)

  • ถอดบทเรียนวิกฤต เจ็บแล้วต้องจำ

วงเล่าเช้า “รุ่นเก๋าวิเคราะห์ เจาะเกมหุ้น” เริ่มต้นด้วยการเปิดมุมมอง บาดแผลจากวิกฤตและบทเรียนราคาแพง ซึ่งเหล่ารุ่นเก๋าแชร์ประสบการณ์ความผิดพลาดในอดีตเพื่อเป็นบทเรียนแก่คนรุ่นใหม่ โดย ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ เล่าถึง “แผลลึก” ช่วงเหตุการณ์ 9/11 (ปี 2001) ที่หุ้นร่วงรุนแรงขณะที่มีหุ้นเต็มพอร์ต ทำให้หลังจากนั้นเปลี่ยนกลยุทธ์เป็น การแบ่งเงินซื้อ ไม่ซื้อทีเดียวหมด และต้องมีเงินสดติดตัวไว้เสมอ ทางด้าน กวี ชูกิจเกษม ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง (ปี 1997) ซึ่งเคยขาดทุนถึง 70% ของพอร์ต จากความประมาทที่ตามกระแสหุ้นไฟแนนซ์และอสังหาฯ นำไปสู่การเปลี่ยนสไตล์มาเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ตามแนวทางของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ขณะที่ เผดิมภพ สงเคราะห์ ยอมรับว่าเคยกำไรจากหุ้นอสังหาฯ หลายเท่าตัวก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด จึงเรียนรู้การตัดขาดทุน (Cut Loss) ให้เก่ง และใช้สถิติรอบวิกฤตทุก 10-12 ปีในการวางแผนการลงทุน โดยในรอบนี้มองว่ายังลงทุนได้ถึงปี 2030 ส่วนในมุมมองของ สุกิจ อุดมศิริกุล มองว่าวิกฤตในยุคหลัง (เช่น โควิด) ฟื้นตัวเร็วขึ้นเพราะสภาพคล่องในระบบสูงและคนมีองค์ความรู้มากขึ้น แต่ความกล้าเสี่ยงที่มากขึ้นก็อาจทำให้หุ้นดูแพงเกินจริงได้

  • วิเคราะห์ทิศทางดัชนี หุ้นไทยจะไปต่อไหม

เมื่อเข้าสู่ช่วงการวิเคราะห์ทิศทางดัชนี หุ้นไทยจะไปต่อไหม (SET Index Target) นักวิเคราะห์ชั้นนำได้ให้ทัศนะไว้อย่างน่าสนใจ โดย ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ มองว่าดัชนี 1,700 1,800 1,900 จุด ไม่ใช่ปัญหา แต่ประเด็นสำคัญคือ “เมื่อไหร่” โดยส่วนตัวเชื่อว่าปีนี้ 1,700 จุดถึงแน่นอน สอดคล้องกับ เผดิมภพ สงเคราะห์ ที่สังเกตโมเมนตัมเชิงบวกจากการปรับประมาณการ GDP ของแบงก์ชาติ และคาดว่าหลังจบการประกาศงบไตรมาส 2 นักวิเคราะห์จะเริ่มปรับเป้าหมายดัชนี (Index Target) เพิ่มขึ้นตามกำไรบริษัทจดทะเบียน สำหรับทางด้าน สุกิจ อุดมศิริกุล เชื่อในเรื่องโมเมนตัมของตลาดทั่วโลกที่ยังไปต่อได้ แม้หุ้นไทยจะมีความกระจุกตัวในบางกลุ่ม แต่คาดว่าจะมีการสลับกลุ่มเล่น (Sector Rotation) ไปเรื่อย ๆ ฝั่ง กวี ชูกิจเกษม ก็ได้ให้ความหวังว่าหุ้นไทยจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไทยเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนโลกอีกครั้ง ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและข้อได้เปรียบของประเทศไทยในหลาย ๆ ด้าน และปิดท้ายด้วย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ที่ประกาศปรับเป้าหมายดัชนีขึ้นเป็น 1,720 – 1,730 จุด โดยวิเคราะห์จากกำไรตลาด (EPS) ที่ประมาณ 95 บาท และการลดลงของระดับความเสี่ยง (Risk Premium) ที่ทำให้ตลาดน่าจะสามารถเทรดได้สูงขึ้นที่ P/E ประมาณ 18 เท่า

  • Fund Flow, เสน่ห์หุ้นไทย และจุดแข็งของประเทศไทย

วงเสวนาชี้ให้เห็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ โดย กวี ชูกิจเกษม เน้นย้ำว่าไทยมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะการไม่ติดข้อจำกัดเรื่องช่องแคบมะละกา ซึ่งหากมีการปิดช่องแคบ ไทยจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องความต้องการ Data Center ที่ย้ายมาไทยเนื่องจากเรามีทรัพยากรน้ำและไฟที่พร้อมกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทางด้าน เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ชี้ให้เห็นเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทย 2 ข้อ คือ ดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค และโครงสร้างตลาดที่มีหุ้นกลุ่ม Commodity สูงกว่า 30% ซึ่งช่วยดึงดูด Fund Flow ในช่วงที่เกิดปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่ ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ แสดงความมั่นใจว่า Fund Flow รอบนี้มาจริงและจะอยู่ยาว โดยจะเน้นไปที่หุ้น Big Cap เท่านั้น ส่วนหุ้นเล็กหุ้นกลางอาจเป็นเพียงจังหวะให้เจ้ามือดันเพื่อออกของ

  • การปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI

อีกหนึ่งหัวข้อหลักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเงินโดยตรง โดย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ระบุว่าปัจจุบันทีมงานต้องใช้ AI ช่วยรวบรวมข่าวและทำสรุปข้อมูล เพราะปริมาณข้อมูลมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะจัดการได้ทัน เช่นเดียวกับ ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ ที่เริ่มทดลองใช้ ChatGPT, Gemini และ Claude ในการหาข้อมูลหุ้นต่างประเทศ และมองว่าอาชีพ Marketing ต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อยำข้อมูลสรุปให้ลูกค้า ด้าน เผดิมภพ สงเคราะห์ เผยว่าตนเองใช้ AI หาข้อมูล แต่จะเน้น “หาจุดที่ AI คิดไม่ถึง” หรือจุดที่คนส่วนใหญ่เชื่อ AI เพื่อหาโอกาสในการลงทุนสวนทาง โดยเชื่อว่าศิลปะการลงทุนยังต้องใช้สมองมนุษย์ ส่วนทาง กวี ชูกิจเกษม ได้พัฒนา AI มาช่วยจัดพอร์ตให้ลูกค้า โดยเชื่อว่า “สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีที่สุดคือผู้อยู่รอด” และ AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • กลยุทธ์การลงทุนหลังเกษียณและหุ้นแนะนำ

ช่วงท้ายของกิจกรรมเป็นการให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่เตรียมตัวเกษียณหรือต้องการลงทุนในระยะยาว โดยแต่ละท่านได้ถอดกลยุทธ์ส่วนตัวมาแนะนำ เริ่มจาก ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ แนะนำให้เลือกลงทุนในสิ่งที่ตนเองถนัดที่สุด ในวัยเกษียณไม่ควรเปลี่ยนสนามลงทุน อยู่กับเกมที่ตัวเองชนะ การลงทุนในหุ้นหากไม่เก่งพื้นฐานให้ใช้หลักการ “ซื้อหุ้นที่ดีที่สุด ในจังหวะที่แย่ที่สุด” เช่น SCC หรือ BBL ในช่วงที่คนกลัว ส่วนทาง เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม สนับสนุนการลงทุนผ่านกองทุนรวมและการทำ DCA เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยให้เน้นหุ้นปันผลสูง (High Dividend) ในไทย เช่น กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, SCB) และกลุ่มอสังหาฯ (AP, SPALI, SC) ขณะที่ เผดิมภพ สงเคราะห์ วางแผนเกษียณด้วยการลงทุนในที่ดินและธุรกิจที่ลูกชอบ (ร้านกาแฟ) ส่วนพอร์ตหุ้นจะเน้นผ่านกองทุนรวมในธีมที่มั่นใจ 100% โดยไม่กระจายหลายกอง และพร้อม Cut Loss ทันทีถ้าไม่ใช่ กลุ่มที่แนะนำคือ ธนาคารและโรงไฟฟ้า (EGCO, RATCH, GULF, BGRIM) และปิดท้ายด้วย กวี ชูกิจเกษม ที่ตั้งใจว่าจะไม่มีวันเกษียณจากการให้ความรู้สังคม ส่วนคำแนะนำการลงทุนเน้นย้ำเรื่อง ระเบียบวินัย ขยัน อดทน ประหยัด และการมีความรู้จริงในสิ่งที่ทำ หุ้นที่ชอบคือกลุ่มธนาคารที่มี ROE ดีและราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เช่น BBL และ KBANK

สำหรับผู้ที่สนใจ เชิญชวนรับชมย้อนหลังได้ที่ SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าชาวลงทุน ครั้งที่ 2/2569 ช่วงเช้า “รุ่นเก๋าวิเคราะห์ เจาะเกมหุ้น” ตามช่องทางด้านล่างนี้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Update: 2026-07-12
Tags: