classicliterature.it.com

สรุปประเด็นสำคัญจาก SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าวงชาวลงทุน ครั้งที่ 2 ช่วงบ่าย “เปิดวงถกลงทุน กระตุ้นไอเดีย” - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – หัวข้อช่วงบ่าย “เปิดวงถกลงทุน กระตุ้นไอเดีย” ได้รับเกียรติจาก “ตัวจริงทุกสายการลงทุน” แห่งวงการหุ้นไทยระดับแถวหน้าของประเทศ ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ ประกอบด้วยพี่มี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย, พี่พงษ์ พงษ์ธร ถาวรธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บลจ. ลีฟ แคปปิตอล, พี่เป๊ก ปุณยวีร์ จันทรขจร Stategic Advisor ที่ปรึกษาการเงินและกลยุทธ์องค์กร, พี่พีร์ บุญชนะวิวัฒน์ Full-Time Trader / นักลงทุนมืออาชีพและนักเขียน เจ้าของเพจ “Peace of Mind Trader” และพี่หนึ่ง พนิดา ชูกุล กูรูด้านการเงิน นักเขียน วิทยากร เจ้าของเพจการเงิน “มาดามฟินนี่ MadamFinny”

  • มุมมองเศรษฐกิจปัจจุบันและภาวะ K-Shaped

วงเล่าบ่าย “เปิดวงถกลงทุน กระตุ้นไอเดีย” เริ่มต้นด้วยการเปิดมุมมอง มุมมองเศรษฐกิจปัจจุบันและภาวะ K-Shaped ซึ่งแต่ละท่านได้แชร์ประสบการณ์และทัศนะไว้เพื่อเป็นไอเดียแก่คนรุ่นใหม่ โดย พนิดา ชูกุล อย่าเริ่มจากคำถามว่าจะลงทุนอะไร แต่ให้เริ่มจากประเมิน “ความมั่นคงของรายได้” ปัจจุบันหลายอาชีพมีความไม่แน่นอนมากขึ้น แผนการเงินเดิมอาจใช้ไม่ได้แล้ว โดยสังเกตจากธุรกิจของลูกค้าที่เริ่มมีการเลิกจ้างพนักงานตั้งแต่ต้นปี จึงแนะนำให้ทุกคนประเมินแหล่งรายได้ใหม่และแบ่งเงินเป็น 3 ก้อน คือ เงินใช้ปัจจุบัน, เงินสำรอง และเงินเพื่ออนาคต พร้อมทั้งย้ำว่าในยุคนี้ควรรีวิวแผนการเงินทุก 6 เดือนหรือทุกไตรมาส แทนที่จะเป็นปีละครั้งเหมือนเมื่อก่อน ทางด้าน ทิวา ชินธาดาพงศ์ มองเห็นภาพความแตกต่างชัดเจนระหว่าง “Main Street” (เศรษฐกิจจริง) กับ “Wall Street” (ตลาดทุน) โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่มีภาวะ Over Supply อย่างหนัก บางแห่งยอดขายหายไปถึง 30-50% นอกจากนี้ยังกล่าวถึงภาวะในจีนที่ผู้คนไม่มั่นใจในหน้าที่การงานในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ทำให้เกิดพฤติกรรมประหยัดและเน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ขณะที่ พงษ์ธร ถาวรธนากุล มองว่าภาวะ K-Shaped จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยมี AI เป็นตัวแบ่งระหว่างคนที่อยู่ขาบนและขาล่าง เงินจะไม่หายไปจากโลกแต่จะไหลจากกลุ่มที่ไม่เห็นโอกาสไปสู่กลุ่มที่เห็นโอกาสและปรับตัวได้ โดยเชื่อว่าบริษัทที่อยู่ขาล่างจะค่อย ๆ หายไปจากตลาด ในขณะที่นักลงทุนจะเลือกกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มขาบนเท่านั้น ส่วนในมุมมองของ ปุณยวีร์ จันทรขจร เสริมว่าคนที่จะอยู่บน K ขาบน ได้ต้องมีความสามารถสองอย่าง คือ หนึ่ง การหา S-Curve ของรายได้ที่โตเร็วกว่ารายจ่าย (เช่น การลงทุนหรือทำแพลตฟอร์ม) และสอง คือความสามารถในการ Financing หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครดิตจากธนาคาร ในขณะที่กลุ่มขาล่างมักจะติดหล่มเพราะไม่มีทั้งสองอย่างนี้

  • กลยุทธ์การลงทุนและธีมที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง

เมื่อเข้าสู่ช่วงการวิเคราะห์ กลยุทธ์การลงทุนและธีมที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง เหล่ากูรูนักลงทุนได้ให้ทัศนะไว้อย่างน่าสนใจ โดย พีร์ บุญชนะวิวัฒน์ แนะนำให้มองหา “ผู้ชนะ” (Big Winner) ในแต่ละรอบโดยไม่ต้องสนใจดัชนีภาพรวมมากนัก ในช่วงที่ผ่านมาเห็นสัญญาณบวก in กลุ่ม ธนาคาร (Banking), กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากงบประมาณรัฐ, และกลุ่ม Data Center/Infrastructure รวมถึงกลุ่มจัดการน้ำที่ได้อานิสงส์จาก AI พร้อมเตือนว่าอย่าคาดหวังว่าจะรวยทันที แต่ให้เน้นการรักษาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สอดคล้องกับ ทิวา ชินธาดาพงศ์ ให้มุมมองเรื่องการลงทุนใน Index/ETF โดยเปรียบเทียบว่า Nasdaq 100 น่าสนใจกว่า S&P 500 ในระยะยาว เพราะมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่มากกว่า สำหรับตลาดหุ้นจีน มองว่ายังมีศักยภาพสูง แม้จะมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบ (Regulation) แต่ระดับราคาในปัจจุบันถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ สำหรับทางด้าน พงษ์ธร ถาวรธนากุล วิเคราะห์ธีม “โลกแตกแยก” (Fragmented World) ที่ทำให้ต้นทุนทั่วโลกสูงขึ้น ทั้งดอกเบี้ยและค่าแรง แนะนำให้ลงทุนในสิ่งที่โลกกำลังใช้เงินกับมัน เช่น AI ซึ่งจะมีการลงทุนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2029 และเน้นย้ำเรื่องการหาหุ้นหน้าใหม่ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทนที่บริษัทเดิม ๆ ในยุคที่ซัพพลายเชนเปลี่ยนทิศทาง และปิดท้ายด้วย ปุณยวีร์ จันทรขจร ใช้กลยุทธ์การอ่าน Narrative หรือกระแสของตลาดในแต่ละไตรมาส โดยใช้ AI ช่วยรวบรวมข้อมูลจากหลายโบรกเกอร์มาหา Pattern ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยมองว่ากลุ่ม โรงไฟฟ้า เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญมากสำหรับครึ่งปีหลัง และแนะนำให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของสภาพคล่อง (Liquidity) จากเฟดเป็นหลัก

  • การบริหารความเสี่ยงและแนวคิด (Mindset)

วงเสวนาชี้ให้เห็นโอกาสในเรื่อง การบริหารความเสี่ยงและแนวคิด (Mindset) เพื่อการอยู่รอดในทุกสภาวะ โดย พนิดา ชูกุล เปรียบเทียบการจัดพอร์ตเหมือน ทีมฟุตบอล ต้องมีทั้งกองหน้า (ลุยเสี่ยงสูง), กองหลัง (รับความเสี่ยง) และต้องมี ผู้รักษาประตู (เงินสำรองฉุกเฉิน) เพื่อให้รอด in ทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังต้องมี “แผนซ้อมหนีไฟ” หรือนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้สติแตกเวลาตลาดผันผวน ทางด้าน ปุณยวีร์ จันทรขจร เน้นเรื่อง “Inner Game” หรือเกมภายในใจ เชื่อว่าบางครั้งนักลงทุนต้องกล้า Aggressive ในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อ “พลิกชีวิต” (Home Run) แทนการเล่นแบบ Passive ตามค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเสี่ยงที่คำนวณมาอย่างดีและโฟกัสอย่างหนัก ในขณะที่ พีร์ บุญชนะวิวัฒน์ ให้ข้อคิดว่า “Focus or Fail” หากไม่โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงจังก็จะล้มเหลว โดยเน้นเรื่อง Position Sizing (การแบ่งขนาดเงินลงทุน) ให้เหมาะสมกับความรู้ที่มี และต้องมีเงินสดสำรองไว้เสมอเพื่อรอช้อนซื้อในวันที่ตลาดลงอย่างไร้เหตุผล เช่น ช่วงเกิดสงครามหรือข่าวลบกะทันหัน และปิดท้ายด้วย ทิวา ชินธาดาพงศ์ ให้แนวคิดว่า “ตลอดไปไม่มีจริง” ในโลกการลงทุน ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก นักลงทุนต้องพร้อมปรับตัวและเลิกยึดติดกับตัวเลข GDP แต่ให้มองที่ความคาดหวังของตลาดแทน

  • บทสรุปและคำแนะนำเพิ่มเติม

ช่วงท้ายของกิจกรรมเป็นการให้คำแนะนำเพิ่มเติมและบทสรุปจากวิทยากร โดย พนิดา ชูกุล แนะนำให้คนทำงานทั่วไปถอดทักษะ (Skill) ของตัวเองออกมาเพื่อประกอบร่างใหม่ให้เข้ากับยุค AI และต้องรู้ว่า “คนจ่ายเงินต้องการอะไร” เพื่อพาตัวเองไปสู่กลุ่ม Top ของอาชีพนั้น ๆ ส่วนทาง พงษ์ธร ถาวรธนากุล สรุปว่าการลงทุนที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นคือ กองทุนรวม เพราะมีผู้เชี่ยวชาญคอยจัดการให้เหมือนการซื้อตั๋วเครื่องบินที่ให้กัปตันขับแทนที่จะไปเรียนขับเอง ขณะที่ ปุณยวีร์ จันทรขจร ฝากให้ทุกคนหา Investment Thesis หรือสมมติฐานการลงทุนของตัวเองให้เจอ และทดสอบความเชื่อนั้นด้วยจำนวนเงินที่กล้าลงทุนจริง และปิดท้ายด้วย ทิวา ชินธาดาพงศ์ ย้ำว่าเป้าหมายสุดท้ายของการลงทุนไม่ใช่แค่ความรวย แต่คือ “อิสรภาพ” ในการทำตามใจตัวเอง และการมีสุขภาพที่ดีคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด

สำหรับผู้ที่สนใจ เชิญชวนรับชมย้อนหลังได้ที่ SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าชาวลงทุน ครั้งที่ 2/2569 ช่วงบ่าย “เปิดวงถกลงทุน กระตุ้นไอเดีย” ตามช่องทางด้านล่างนี้

YouTube (Link รับชมทั้งวัน): https://youtube.com/live/DygLUN9OnkM

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Update: 2026-07-12
Tags: