classicliterature.it.com

SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA ผันผวนระยะสั้น

บล.กรุงศรี คาดหุ้นไทยวันนี้ (15 ก.ย.) แกว่งออกข้าง ตลาดยังขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ชูกลุ่มการบิน-ท่องเที่ยวรับราคาน้ำมันชะลอขึ้น พร้อมเลือก HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจาก Exchangeable Bond ก่อนรู้ผลประชุม Fed เช้าวันที่ 17 ก.ย.

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (15 ก.ย. 2569) คาดดัชนี SET แกว่งตัวออกข้าง เนื่องจากยังขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ที่ชัดเจน ขณะที่ตลาดอยู่ระหว่างรอติดตามปัจจัยสำคัญจากต่างประเทศ โดยประเมินแนวต้านที่ 1,603 และ 1,610 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,584 และ 1,574 จุด

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน หุ้นที่ได้จิตวิทยาบวกจากราคาน้ำมันที่ชะลอการปรับขึ้น ได้แก่ กลุ่มการบิน AOT, THAI และ BA กลุ่มวัสดุก่อสร้าง TASCO รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว ERW และ AWC

ส่วนธีมลงทุนในประเทศ เน้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STECON, PYLON กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC, BGRIM, GULF กลุ่มธนาคาร KBANK, KTB, KKP กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA, WHA และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ HANA ขณะที่หุ้น Defensive เน้น BCH, BDMS, PR9 และ ADVANC

ด้านปัจจัยจากจีน รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ “Smart Home Consumption Action Plan” เพื่อเร่งการใช้ Smart Home และ AIoT ในภาคครัวเรือน พร้อมเตรียมวงเงิน 2.5 แสนล้านหยวนจาก Ultra-long Special Treasury Bonds หรือประมาณ 0.18% ของ GDP จีน ซึ่งมองเป็นบวกต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่มี Exposure ต่อ Consumer Electronics ได้แก่ CCET และ HANA

ขณะที่ DELTA อาจเผชิญแรงกดดันทางจิตวิทยาในระยะสั้น หลังบริษัทแม่ในไต้หวันออก Exchangeable Bond มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสามารถแลกเป็นหุ้น DELTA ไทยได้ในอนาคต โดยวงเงินอายุ 1 ปี จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ กำหนดราคาแปลงที่ Premium 15-20% หรือเทียบเท่าราคาหุ้น DELTA ประมาณ 289-302 บาท ส่วนวงเงินอายุ 5 ปี จำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ กำหนด Premium 30-40% หรือเทียบเท่าราคาประมาณ 327-353 บาท ซึ่งอาจสร้างจิตวิทยาเชิงลบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ขึ้นทดสอบระดับ 5% แต่ยังไม่ผ่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุพร้อมกลับมาเจรจากับอิหร่านอีกครั้ง รวมถึงยืนยันว่ารัสเซียและยูเครนจะไม่โจมตีแหล่งน้ำมัน ช่วยชะลอการเร่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 106.5-107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ ท่าทีที่ไม่สนับสนุนการชะลอการลงทุนด้าน AI เป็นอีกปัจจัยช่วยประคองบรรยากาศลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังรอดูว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเกิดขึ้นจริงและมีความคืบหน้าเพียงใด รวมถึงรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันที่ 16-17 ก.ย. ซึ่งประเทศไทยจะทราบผลช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย.

ด้านปัจจัยการเมืองในประเทศ ประเมินกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากเห็นควรส่งฟ้องคดีฮั้วเลือก สว. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจำนวน 77 ราย แบ่งเป็น สว. 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน โดยไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นปัจจัยกลางถึงบวกเล็กน้อย เนื่องจากยังไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาลในระยะสั้น

จึงเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นที่อิงเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะธีมการลงทุน อย่างไรก็ตาม ระยะถัดไปยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภา

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุม Fed วันที่ 16-17 ก.ย. และการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE ซึ่งจะมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 18 ก.ย. โดย KSS คาดว่าจะมีเงินทุนไหลออกสุทธิประมาณ 60-66 ล้านดอลลาร์

Update: 2026-09-15
Tags: