classicliterature.it.com

ช่วงสั้นมอง SET ไซด์เวย์ รอปัจจัยใหม่และจับตางบกลุ่มธนาคาร


สัปดาห์ที่ผ่านมา IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 เป็น 3.1% จาก 3.0% และคงปี 2027 ที่ 3.4% โดยการลงทุนด้าน AI และการปรับตัวของระบบพลังงานช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงคราม ขณะที่ IMF คาดเงินเฟ้อโลกปีนี้ที่ 4.7% ภายใต้สมมติฐานน้ำมันเฉลี่ย 96 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยความเสี่ยงสำคัญคือ ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ และผลตอบแทนจาก AI ที่อาจต่ำกว่าคาดยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ 

ด้านไทย IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.1% จาก 1.9% และคาดปี 2570 ที่ 2.1% ใกล้เคียงกับของ InnovestX ที่ 2.0% ทั้งสองปี  ส่วนเงินเฟ้อ CPI เดือน ก.ย. เร่งขึ้นเป็น 3.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จาก 3.4% และ Core CPI เพิ่มเป็น 2.6% จาก 2.4% สูงกว่าตลาดคาดทั้งคู่ โดยราคาพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่แรงกดดันเริ่มกระจายไปหลายหมวด ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เป็น 50% จาก 20% ทั้งนี้ ในกรณีฐาน InnovestX ยังคงมุมมองว่า Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ในเดือน ธ.ค. และอีก 1 ครั้งช่วงต้นปีหน้า 

อย่างไรก็ตาม InnovestX เริ่มมองว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. หลังเงินเฟ้อเดือน ก.ย. สูงกว่าคาด และแรงกดดันด้านราคากระจายไปหลายหมวด ทั้งนี้ต้องติดตามถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่กรุงเทพฯ วันที่ 16 ต.ค. เพื่อประเมินท่าทีต่อเงินเฟ้อล่าสุด 

สัปดาห์หน้า InnovestX มองมีปัจจัยติดตาม อาทิ GDP ไตรมาส 3/2569 และกิจกรรมเศรษฐกิจ ก.ย. ของจีน หลัง GDP ไตรมาสก่อนขยายตัวเพียง 4.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน รวมถึงยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เพื่อประเมินความจำเป็นของมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังต้องจับตา PMI เบื้องต้น ต.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น หลัง Composite PMI เดือนก่อน ยังคงแข็งแกร่ง โดยต้องติดตามความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ รวมถึงราคาต้นทุนและราคาขาย

ส่วนตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้น SET ยังแกว่งตัวในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งจุดที่ตลาดโฟกัสคือ แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM), การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการคุม NPL ส่วนปัจจัยต่างประเทศต้องจับตา Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือน พ.ย. ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้ 

  1. Earnings Momentum Play ที่คาดจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตแข็งแกร่งในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น กลุ่มกำไรเติบโต เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ได้แก่ KKP, DELTA, PTTEP, GLOBAL, SCGP และกลุ่มกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน ได้แก่ KTB, BBL 
  2. FDI & New Economy Play ที่คาดได้อานิสงส์เชิงโครงสร้างจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ซึ่งทำให้ได้แสดงศักยภาพของไทยเพื่อดึงดูด FDI ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบาย New Economy ได้แก่ กลุ่ม Digital Banking (KBANK, KTB BBL) กลุ่มนิคม (WHA, AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE) กลุ่มพลังงานสะอาด (GULF, GPSC, GUNKUL) กลุ่มเทคโนโลยีและ Cybersecurity (TRUE, SECURE)
  3. Defensive Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีกระแสรายได้มั่นคงและทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPN, CRC) รวมถึงค้าปลีกวัสดุก่อสร้างหลังอุทกภัยคลี่คลาย (HMPRO, GLOBAL) กลุ่มการแพทย์ (BCH, PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE) 
  4. High-Season Tourism & Flood Relief Play ที่ได้อานิสงส์แบบทวีคูณจากคลายกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดพีกไปแล้วและยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 4/2569 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW, CENTEL, AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN, CRC)
2026 GDP (%YoY ) 2027 GDP (%YoY )
Economy Jul 26 Oct 26 Chg (pp) Jul 26 Oct 26 Chg (pp)
World (IMF) 3.0 3.1 +0.1 3.4 3.4 0.0
US 2.3 2.3 0.0 2.2 2.3 +0.1
Eurozone 0.9 1.1 +0.2 1.2 1.2 0.0
Japan 0.6 0.7 +0.1 0.7 0.7 0.0
China 4.6 4.5 -0.1 4.1 4.0 -0.1
Thailand 1.9 2.1 +0.2 2.2 2.1 -0.1

นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)

บริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์

Back to top button

Update: 2026-10-18
Tags: