classicliterature.it.com

ผู้นำประเทศเตรียมร่วมประชุม SCO Summit 2026 สำคัญอย่างไร มีประเด็นอะไรน่าจับตามอง

บรรดาผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่าง รัสเซีย จีน รวมถึงอิหร่าน เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ครั้งที่ 26 ที่กำลังจะจัดขึ้น ณ กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2026 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของการก่อตั้งกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคนี้

  • SCO Summit 2026 สำคัญอย่างไร
  • ใครเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้บ้าง
  • ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
  • การเจรจาทวิภาคี: รัสเซีย จีน อิหร่าน
  • ยุทธศาสตร์รับมือการคว่ำบาตร
  • ความตึงเครียดและผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันภายในกลุ่ม
  • การสานต่อ ‘จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้’ (Shanghai Spirit)

SCO Summit 2026 สำคัญอย่างไร

กลุ่ม SCO ถูกมองว่า เป็นกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคที่แสวงหาการเป็น ‘ขั้วอำนาจใหม่’ เพื่อถ่วงดุลและคานอิทธิพลของชาติตะวันตก โดยเฉพาะรัสเซียและจีนที่มักใช้เวทีนี้ร่วมกันประกาศวิสัยทัศน์ ‘โลกหลายขั้ว’ (Multipolar World) และแสดงจุดยืนต่อต้านชาติตะวันตกอย่างเด่นชัด

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สูงมาก ไม่ว่าจะเป็น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ดำเนินมานานราว 4 ปีครึ่ง รวมถึงสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านที่ดำเนินมานานกว่า 6 เดือน ท่ามกลางบริบทของสงครามการค้าที่คุกรุ่นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกกลุ่ม SCO หลายประเทศ เช่น จีน อินเดียและอิหร่าน ก็ตกเป็นเป้าโจมตีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ใครเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้บ้าง

ปัจจุบันกลุ่ม SCO ขยายตัวจากผู้ก่อตั้ง 6 ประเทศ จนมีสมาชิกถาวร (Member States) 10 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย, จีน, อินเดีย, ปากีสถาน, อิหร่าน, เบลารุส และประเทศในภูมิภาคเอเชียกลางอีก 4 ประเทศคือ คีร์กีซสถาน, คาซัคสถาน, ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน

นอกจากนี้ยังมี ‘คู่เจรจา’ (Dialogue Partners) อีก 15 ประเทศ เช่น ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และประเทศผู้สังเกตการณ์ (Observer States) อีก 2 ประเทศคือ อัฟกานิสถานและมองโกเลีย

การประชุมใหญ่ (Plenary Session) จะมีหัวหน้าคณะรัฐบาลและประมุขแห่งรัฐเดินทางมาร่วมประชุมที่คีร์กีซสถานอย่างน้อย 12 ประเทศ เช่น สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย, นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน รวมถึง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน โดยมี ซาดีร์ จาปารอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม SCO Summit 2026

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

การเจรจาทวิภาคี: รัสเซีย จีน อิหร่าน

จับตาการเจรจาทวิภาคีระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซีย กับทั้งจีน รวมถึงอิหร่าน ว่าจะมีความตกลงในประเด็นใดเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัสเซียและอิหร่าน ต่างก็เป็นประเทศที่โดนคว่ำบาตรหนักที่สุดในโลกขณะนี้ โดยได้โอกาสกระชับความร่วมมือทางทหารและเศรษฐกิจอย่างแน่นแฟ้นในช่วงสงครามยูเครน และสงครามตะวันออกกลาง

ยุทธศาสตร์รับมือการคว่ำบาตร

ทางการอิหร่านมองว่า การเป็นสมาชิกและมีบทบาทเชิงรุกในกลุ่ม SCO จะช่วยให้อิหร่านสามารถหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และยุโรปได้ ทว่าผู้เชี่ยวชาญยังคงกังขาถึงประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจริงในยามวิกฤต

ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่จากอิหร่านยืนยันว่า จะ “ปกป้องผลประโยชน์ของตนเองอย่างมั่นคง” หลังสหรัฐฯ ขู่คว่ำบาตรพันธมิตรของอิหร่าน

ความตึงเครียดและผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันภายในกลุ่ม

แม้กลุ่ม SCO จะมีประชากรเกือบ 40% ของโลกและมีขนาดเศรษฐกิจถึง 25% ของ GDP โลก แต่ภายในกลุ่มความร่วมมือนี้ก็มีจุดเปราะบางและความขัดแย้งในการแข่งขัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของรัฐมหาอำนาจอย่างรัสเซียและจีนต่างแข่งขันกันแผ่อิทธิพลในภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเป็นระยะระหว่างจีนกับอินเดีย รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางในภาพรวมของกลุ่ม

การสานต่อ ‘จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้’ (Shanghai Spirit)

สีจิ้นผิง มีแนวโน้มจะใช้เวทีนี้ขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความปลอดภัยร่วมกัน ผ่านศูนย์ปราบปรามภัยคุกคามความมั่นคงสากลของ SCO และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างโครงการ Belt and Road Initiative เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อกัน

การประชุมสุดยอดในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นหลักไมล์สำคัญในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการก่อตั้งกลุ่มเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสะท้อนถึงการเติบโตของ SCO ที่พยายามเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงข้อตกลงความมั่นคงในภูมิภาค ไปสู่พันธมิตรระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย ‘จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้’ (Shanghai Spirit) ซึ่งมุ่งเน้นความไว้วางใจและการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในรูปแบบสงครามเย็น ท่ามกลางการผลักดันระเบียบโลกหลายขั้ว (Multipolar World Order) เพื่อเป็นขั้วอำนาจคานอิทธิพลของชาติตะวันตกและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของ SCO ในอนาคตยังคงอยู่ที่ความสามารถในการประสานผลประโยชน์ที่แตกต่างและความขัดแย้งกันระหว่างประเทศสมาชิกเอง เพื่อพิสูจน์ว่า กลุ่มความร่วมมือนี้จะสามารถรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงเวทีแสดงจุดยืนร่วมกันชั่วคราวในทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น

แฟ้มภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

Update: 2026-08-30
Tags: