Samsung ตั้งฝ่าย RX รุกตลาดหุ่นยนต์ Humanoid สะท้อนธุรกิจต้องเตรียมความพร้อม

เวลาบริษัทตั้งหน่วยงานใหม่ สิ่งที่ควรดูมีมากกว่าชื่อแผนกเพราะสายการรายงาน ผู้บริหารที่ได้รับเลือก และพื้นที่ลงทุน ล้วนบอกระดับความจริงจังได้ การประกาศตั้งฝ่าย Robotics eXperience หรือ RX ของ Samsung Electronics จึงเป็นกรณีศึกษาที่ช่วยให้ธุรกิจที่ต้องการใช้ Physical AI ในอนาคตได้ว่า ควรเริ่มต้นจากตรงไหน ใครควรรับผิดชอบ และสามารถวัดผลการดำเนินงานได้อย่างไร
ตั้งฝ่าย RX แก้ปัญหาโครงการ AI ไร้เจ้าภาพ
Samsung ได้จัดตั้งฝ่าย RX เพื่อดูแลทั้งกลยุทธ์ระยะยาว การพัฒนาเทคโนโลยี และการนำหุ่นยนต์ออกสู่เชิงพาณิชย์ ที่สำคัญสามารถรายงานตรงต่อ CEO ได้ โดยไม่ต้องผ่านใคร โครงสร้างนี้แสดงให้เห็นว่า Samsung มองหุ่นยนต์เป็นเครื่องยนต์การเติบโตมากกว่างานวิจัยเฉพาะด้าน

การจะนำ Physical AI เข้ามาใช้ในธุรกิจจำเป็นต้องมีเจ้าภาพที่ประสานงานข้ามฝ่ายได้ เพราะการนำหุ่นยนต์มาใช้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายทั้ง ฝ่ายปฏิบัติการ IT ความปลอดภัย การเงิน ทรัพยากรบุคคล และกฎหมาย หากไม่มีผู้รับผิดชอบ อาจจบลงที่เป็นแค่การทดลองเทคโนโลยีใหม่ แต่ไม่สามารถใช้งานให้เกิดผลได้จริง
องค์กรจึงควรกำหนด Executive Sponsor และ Business Owner ตั้งแต่ต้น พร้อมระบุว่าใครอนุมัติ ใครดูแล KPI และใครมีอำนาจหยุดระบบเมื่อเกิดความเสี่ยง
ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์เข้าร่วม
นอกจากนี้ Samsung ยังได้แต่งตั้ง Lee Dongkun ซึ่งเคยดูแลยุทธศาสตร์หุ่นยนต์ของ Hyundai Motor Group และ Boston Dynamics ให้เป็นหัวหน้าทีมกลยุทธ์หุ่นยนต์ การเลือกคนที่มีประสบการณ์ทั้งอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนว่า Samsung ต้องการพาหุ่นยนต์ออกจากต้นแบบไปสู่การใช้งานจริง
สำหรับ Pain Point ของหลายองค์กรคือ ทีมเทคโนโลยีเข้าใจ AI แต่ไม่รู้รายละเอียดของกระบวนการธุรกิจ ขณะที่ทีมหน้างานเข้าใจกระบวนการ แต่ยังประเมินข้อจำกัดของ AI ได้ไม่ครบ ธุรกิจที่จะนำ Physical AI มาใช้จึงควรสร้างทีมที่มีความสามารถในการทำงานข้ามสายงานที่มีทั้งเจ้าของกระบวนการ วิศวกร ผู้ดูแลความปลอดภัย ฝ่ายการเงิน และบุคลากรหน้างาน เพื่อให้การเลือกเทคโนโลยีสามารถเชื่อมกับผลลัพธ์กับธุรกิจได้
Pain Point ไม่รู้ว่าจะเลือกแก้ปัญหาไหนก่อน
หนึ่งใน Pain Point ใหญ่ของการเลือกใช้ AI เข้ามาร่วมกับการทำงาน คือ ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเริ่มต้นจากจุดไหนโดยเฉพาะการนำ Physical AI มาปรับใช้กับธุรกิจ งานที่เหมาะกับ Physical AI ในระยะแรกจึงควรเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆ งานเสี่ยง งานใช้แรงสูง หรืองานในส่วนที่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากร
ทำให้สิ่งที่ธุรกิจต้องดำเนินการเป็นอย่างแรก คือการวิเคราะห์ว่า ปัญหานั้นจำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์ Humanoid หรือไม่ ในบางกรณีอาจเหมาะกับแค่การใช้แขนกล หุ่นยนต์เคลื่อนที่ กล้อง AI หรือการปรับ Workflow ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าและสามารถนำไปใช้ได้เร็วกว่า โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์ Humanoid
แต่สำหรับ Samsung เตรียมวางแผนนำหุ่นยนต์ Humanoid ไปใช้ในโรงงานก่อน แล้วจึงขยายสู่ร้านค้าและบ้านพักอาศัย นั่นเป็นเพราะ Samsung มองว่า โรงงานมีขั้นตอนที่ชัดเจน พื้นที่ในโรงงานสามารถควบคุมได้ และมีข้อมูลเรื่องเวลา คุณภาพ ของเสีย และอุบัติเหตุรองรับไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
แก้ปัญหาได้ แต่กลับพิสูจน์ ROI ไม่ได้
มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าธุรกิจจะใช้เทคโนโลยี AI ใดก็ตามจำเป็นอย่างยิ่งต้องเตรียมข้อมูลไว้ให้ดี เช่น เวลาการทำงานต่อรอบ ปริมาณงานต่อชั่วโมง อัตราของเสีย จำนวนอุบัติเหตุ จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเปรียบเทียบกับผลลัพธ์หลังการใช้เทคโนโลยี เพื่อหาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังนำเทคโนโลยีมาใช้
นอกจากนี้ยังต้องคำนวณยังภาพรวมของต้นทุนที่ใช้ไป เช่น ค่าปรับพื้นที่เพื่อใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ การเชื่อมต่อกับระบบเดิม พลังงาน อะไหล่ซ่อมแซม การอบรมความรู้การใช้งานของทีมงาน และค่าบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถคำนวนผลัพธ์ที่ได้เพื่อหาระยะเวลาคืนทุนที่เป็นจริง
โดย Samsung ระบุว่า มีการวางแผนเป้าหมายเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สามารถจับต้องได้จากธุรกิจหุ่นยนต์ Humanoid ภายในปี 2026
ตั้งศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น
Samsung ยังได้เตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ในสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถเข้าถึงบุคลากร องค์ความรู้ และระบบนิเวศเทคโนโลยีในแต่ละประเทศ เพราะ Physical AI ต้องพึ่งพาหลายองค์ประกอบ ทั้งชิป เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบควบคุม และมาตรฐานความปลอดภัย ที่แตกต่างกันในปลายประเทศ
สิ่งนี้กำลังจะบอกว่า ธุรกิจควรตัดสินใจให้ชัดว่าจะ สร้างขึ้นมาเอง ซื้อเทคโนโลยี หรือการเป็นพันธมิตรกับธุรกิจเทคโนโลยี ในยุคที่อนาคตเทคโนโลยีจะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนธุรกิจหลัก ในกรณีที่ธุรกิจมีความพร้อมด้านการลงทุนสูงอาจพัฒนาเทคโนโลยีบางส่วนเอง หรือธุรกิจที่มีต้นทุนจำกัด การซื้อระบบสำเร็จรูปมาใช้ก็อาจจะเหมาะสมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูล การส่งออกข้อมูล การบำรุงรักษา เพาะการซื้อเทคโนโลยีมาใช้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอาจรับรู้ข้อมูลของธุรกิจเราได้ด้วยเช่นกัน ธุรกิจจึงควรมีข้อตกลงหรือสัญญาในการปกป้องข้อมูลให้ชัดเจน
เล็งขยายจากโรงงานสู่ร้านค้าและบ้าน
ในอนาคต Samsung เตรียมวางแผนพัฒนาและขยายตลาดจากโรงงานไปสู่ธุรกิจร้านค้าและบ้านพักอาศัย ซึ่งทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ Humanoid ไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีผู้บริโภคอยู่ร่วมกับระบบ
ถึงอย่างนั้น ธุรกิจที่จะนำหุ่นยนต์ Humanoid เข้ามาใช้ในธุรกิจก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยการใช้งาน Cybersecurity ความเป็นส่วนตัว และความรับผิดเมื่อระบบทำงานผิดพลาด
นอกจากนี้ธุรกิจควรจะต้องมีแผนการพัฒนาทีมงานเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากบุคลากรบางส่วนอาจเปลี่ยนบทบาทไปสู่เป็นผู้ควบคุมระบบ ผู้ดูแลข้อมูล

การตั้งฝ่าย RX ของ Samsung ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า Physical AI ต้องเริ่มจากการเตรียมธุรกิจให้พร้อมก่อนนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ Humanoid เข้ามาใช้ โดยเฉพาะแนวคิดของผู้นำที่เข้าใจเทคโนโลยีกับธุรกิจ วางแผนการวัดผลและสร้างระบบนิเวศที่ให้คนทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ที่สำคัญอย่าลืมมองปัญหาของธุรกิจให้ชัดเจนก่อนเพื่อหาโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด
Source: Reuters