ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
เปิดฉาก Thailand–China Cooperation Expo 2026 เวทีเชื่อมโยงการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และบุคลากรระหว่างไทยกับจีน ดึงผู้ประกอบการกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ พร้อมเปิดพื้นที่ให้คำปรึกษานักลงทุนแบบครบวงจร นายกรัฐมนตรีชูความสัมพันธ์ “50 ปีต่อไป” เดินหน้าดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หลังโครงการ Thailand FastPass ช่วยปลดล็อกโครงการลงทุนแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษถึงทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีน
งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together” โดยความร่วมมือของคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย ร่วมกับบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด
การจัดงานปีนี้ยกระดับจากงานแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจ ไปสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือแบบครบวงจร เชื่อมโยงเงินลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม บุคลากร การศึกษา การจ้างงาน และเครือข่ายธุรกิจระหว่างสองประเทศ
นายอนุทินกล่าวว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง หลังทั้งสองประเทศร่วมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้ถือเป็นการเริ่มต้น “นับหนึ่งสำหรับห้าสิบปีต่อไป” ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เพิ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง พร้อมเข้าร่วมงาน World AI Conference และพิธีเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ณ นครเฉิงตู สะท้อนทิศทางความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์และการลงทุนเชิงพื้นที่ระหว่างสองประเทศ
รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ โดยโครงการ Thailand FastPass สามารถช่วยปลดล็อกการลงทุนไปแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท
นายอนุทินกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนจะช่วยสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งให้แก่ทั้งสองประเทศ พร้อมสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม
ขนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ศักยภาพ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการจัดแสดงเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ UBTECH, AGIBOT และ DOBOT ซึ่งนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุด หุ่นยนต์โลจิสติกส์ และหุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยระบบ AI มาจัดแสดง
หุ่นยนต์สามารถเดิน วิ่ง เต้นรำ หยิบจับสิ่งของ และตอบสนองต่อคำสั่งได้ พร้อมกิจกรรม Humanoid Show, Humanoid Parade, Dance Performance และ Running Competition สะท้อนแนวโน้มภาคการผลิตและบริการที่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มรูปแบบ
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต การคัดแยกและตรวจสอบสินค้า การควบคุมคุณภาพ การบริการลูกค้า การบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจของภาคธุรกิจ
ภายในงานยังมีเวทีสัมมนาด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ครอบคลุมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีน โอกาสเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของไทย ธุรกิจ AI ยานยนต์ไฟฟ้า ห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงข้อมูลและเครือข่ายพันธมิตรจีนมากขึ้น
จีนหนุนเชื่อม SMEs ไทย
นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “ห้าสิบปีทอง บทใหม่” แห่งความสัมพันธ์จีน–ไทย โดยจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้นของนโยบายการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และมองไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อถือได้
จีนคาดหวังให้งานครั้งนี้ทำหน้าที่ 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นเวทีสื่อสารระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมผ่านการจัดซื้อในประเทศ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ SMEs ไทย และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี และสามารถสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยกับจีน
สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการไทยและจีนเข้าร่วมมากกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ และศักยภาพของงานในการเป็นเวทีเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจ
เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาลงทุนครบวงจร
ภายในงานยังเปิด Consultation Zone ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก โดยมีหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 9 แห่งร่วมให้บริการ
สำนักงาน BOI ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์การลงทุน วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และการจัดหาห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้ข้อมูลพื้นที่ลงทุน สิทธิประโยชน์ และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ ดิจิทัล BCG บริการ และการแพทย์
กรมการค้าต่างประเทศให้คำปรึกษาด้านการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA และการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ส่วนกรมศุลกากรให้คำแนะนำด้านกฎระเบียบการนำเข้าและส่งออก รวมถึงสิทธิประโยชน์จากเขตปลอดอากร
นอกจากนี้ ยังมีกรมการจัดหางาน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ร่วมให้คำปรึกษาด้านแรงงาน พื้นที่ลงทุน กฎหมาย และกลไกร้องเรียนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
เปิดรับงาน 3,000 อัตรา-แจกทุน 2,000 ทุน
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ Job Fair ซึ่งรวบรวมตำแหน่งงานจากบริษัทชั้นนำของไทยและจีน 47 บริษัท เปิดรับสมัครมากกว่า 3,000 อัตรา ครอบคลุมกว่า 313 ตำแหน่ง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สมัครพบและสัมภาษณ์กับนายจ้างโดยตรง
ขณะเดียวกัน Education Fair ได้นำเสนอทุนการศึกษามากกว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อพัฒนาเยาวชน คนทำงาน และบุคลากรรุ่นใหม่ของไทยให้พร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี
งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมุ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงการค้า การลงทุน เทคโนโลยี การศึกษา และการจ้างงานระหว่างไทยกับจีนอย่างต่อเนื่อง



