PRINC ลุยปักหมุดฮับรักษาโรคยาก-ศูนย์มะเร็ง ดันสุวรรณภูมิแฟลกชิปรับต่างชาติทะลัก - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น-บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือPRINC โดย นายธาริน เอี่ยมเพชราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) เปิดเผยว่า หลังจากรายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เท่ากับ 1,558.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 154.8 ล้านบาท หรือเติบโต 11.03% (YoY) ส่งผลให้รายได้ทางการแพทย์ครึ่งปีแรกแตะ 3,101.7 ล้านบาท เติบโต 8.22% (YoY)ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากการดำเนินงานหลักใน Q2/2569 ทำได้ 106.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 93.39% (YoY) และ EBITDA ครึ่งปีแรกโตแตะ 232.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.82% (YoY)
โดยปัจจัยหลักที่หนุน EBITDA เติบโตเกือบ 100% ในไตรมาสนี้ มาจากการเติบโตของรายได้ในเครือข่ายควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนทางตรงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างเข้มงวด ตลอดจนการดึง Synergy และการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ระหว่างโรงพยาบาลในเครือมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้จะมีความท้าทายจากต้นทุนและปัจจัยเศรษฐกิจภายนอก
Q3/69ไฮซีซัน หนุนโมเมนตัมพุ่งต่อ
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนและเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจโรงพยาบาลที่มีโรคระบาดตามฤดูกาลหนุนนำ ทางผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลภายในว่า ในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตที่น่าสนใจและมีแนวโน้มจะเติบโตได้มากกว่าไตรมาส 2 ทำให้บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายรายได้รวมของทั้งปีนี้เติบโตในระดับสองหลัก (Double Digit) หรือมากกว่า 10%
อย่างไรก็ดี ในแง่แผนการลงทุน (CAPEX) PRINC ได้วางกลยุทธ์ปรับตัวอย่างรัดกุมภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและหนี้ครัวเรือนในประเทศที่ยังทรงตัวระดับสูง โดยบริษัทได้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนหลัก ๆ ไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อให้เครื่องมือและอาคารใหม่สามารถสร้างรายได้กลับมาได้ทันทีภายในรอบปี ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังจะเน้นการลงทุนเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อปกป้องความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่องกระแสเงินสดให้แข็งแกร่งที่สุด
ลุย “โรคซับซ้อน” เปิดศูนย์มะเร็ง
ขณะที่ นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) กล่าวว่า ในส่วนของแนวโน้มพฤติกรรมผู้ป่วย แม้จะพบว่าจำนวนการแอดมิทเฉลี่ย (Admission Rate) ของผู้ป่วยใน (IPD) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.7% เนื่องจากการพัฒนาด้านวัคซีนป้องกันโรคทั่วไปในเด็กมีประสิทธิภาพดีขึ้น ส่งผลให้ยอดการแอดมิทของคนไข้เด็กลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทได้มีปรับกลยุทธ์เชิงรุกล่วงหน้าโดยลดการพึ่งพารายได้จากโรคทั่วไป และหันมามุ่งเน้นการรักษาโรคเฉพาะทางที่มีความยากซับซ้อน (Center of Excellence หรือ COE) ในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุทดแทน ซึ่งสร้างอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นราว 10% ในภาพรวมเครือ
การรักษาเคสโรคยากที่ซับซ้อนนี้ยังสะท้อนผ่านค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันของคนไข้ IPD ที่ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 18,000 บาทต่อวัน และยอดบิลรวมเฉลี่ยต่อเคสขยับขึ้นมาแตะระดับ 43,000 บาทในไตรมาสล่าสุด
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 นี้ PRINC เตรียมเปิดใก้บริการตึกใหม่และศูนย์ฉายรังสีรักษาโรคมะเร็ง ณ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก รวมถึงการเปิดให้บริการอาคารหลังใหม่ของโรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการรักษาพยาบาลขั้นสูงและสร้างฐานรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต
ดัน “พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ” รับผู้ป่วยต่างชาติ
ด้าน นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) กล่าวเสริม ด้านสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนราว 12-14% ของรายได้ทั้งหมด โดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ถือเป็นโรงพยาบาลเรือธง (Flagship) สำคัญของเครือเนื่องจากมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีการรักษาโรคยากเฉพาะทาง เช่น การผ่าตัดกระดูกและข้อแบบแผลเล็ก และยังตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 15 นาที ซึ่งเป็นทำเลทองในการรองรับผู้ป่วยกลุ่ม Fly-in ซึ่งโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ติดกับโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ของกลุ่ม CPAXT คาดว่าจะช่วยสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) ดึงดูดทราฟฟิกของผู้ป่วยต่างชาติ กลุ่มคนทำงานออฟฟิศ และนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ได้ในอนาคต สำหรับตลาดแนวชายแดน แม้กลุ่มคนไข้กัมพูชาซึ่งเคยเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับหนึ่งจะชะลอตัวลงจากผลกระทบการปิดด่าน แต่กลุ่มโรงพยาบาลแถบภาคอีสานของ PRINC ได้ปรับเกมเปลี่ยนเป้าหมายไปเร่งทำการตลาดเจาะกลุ่มผู้ป่วยจาก สปป.ลาว เข้ามาทดแทน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon