ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าพักตัว รับแรงกดดันน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง-เทขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทนเช้านี้ดัชนีผันผวนอาจพักตัวรับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและบอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลังผู้บริหารบริษัท AI แสดงแนวคิดให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี นอกจากนี้ DELTA ยังถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว ประเมินกรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดดัชนีแกว่งตัวผันผวนและอยู่ในช่วงพักตัว โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จากกรณีที่ผู้บริหารของ Anthropic แสดงแนวคิดให้ชะลอการพัฒนา AI ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ประกอบกับ DELTA ที่คาดว่าจะได้รับปัจจัยลบกดดันราคาหุ้นย่อตัววันนี้ หลัง DELTA ไต้หวันวางแผนระดมทุนออกหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้น DELTA ไทย ซึ่งหากอิงจากสถิติในรอบก่อนเมื่อเดือนมกราคมปี 68 ราคาหุ้นเคยตอบรับเชิงลบและปรับตัวลดลงมาแล้ว
นอกจากนี้ ตลาดยังรอความชัดเจนจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะทราบผลในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีนี้
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ แม้จะมีความคืบหน้าเรื่องคดีฮั้ว สว. ประเมินว่าเป็นผลบวกเล็กน้อย (Slightly Positive) ต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และช่วยลดความกังวลเรื่องความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายก็ตาม แต่ประเด็นดังกล่าวยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะผลักดันดัชนีได้มากนัก
โดยให้กรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (14 ก.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,421.20 จุด ลดลง 152.09 จุด หรือ -0.29% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,619.98 จุด ลดลง 37.00 จุด หรือ -0.48% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,186.41 จุด ลดลง 146.62 จุด หรือ -0.56%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 63,190.37 จุด ลดลง 302.62 จุด หรือ -0.47% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,934.06 จุด เพิ่มขึ้น 16.46 จุด หรือ +0.07% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,879.73 จุด ลดลง 5.60 จุด หรือ -0.14% ดัชนี KOSPI[KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.43%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (14 ก.ย.) 1,591.07 จุด ลดลง 13.45 จุด (-0.84%) มูลค่าซื้อขาย 61,899.04 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (14 ก.ย.) 47.22 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. (14 ก.ย..) เพิ่มขึ้น 1.34 ดอลลาร์ หรือ 1.34% ปิดที่ 101.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ก.ย..) อยู่ที่ 10.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.24 ทรงตัว รอปัจจัยใหม่ จับตาผลประชุมเฟดพรุ่งนี้ คาดกรอบวันนี้ 33.10-33.35
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กำลังขยับจาก เครื่องมือ สู่ระบบที่เริ่มหาทางหลบเลี่ยงข้อจำกัดมนุษย์ เมื่อความสามารถพัฒนาเร็วกว่าระบบกำกับดูแล ผู้นำเทคโนโลยีเริ่มตระหนักว่า การเร่งเครื่องอาจมีต้นทุนที่โลกไม่อาจรับไหว นำไปสู่เสียงเรียกร้องครั้งสำคัญให้ ชะลอ พัฒนาเอไอ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ขณะที่ ทรัมป์ ไม่คิดเช่นนั้น เขาต้องการรักษาความเป็นผู้นำเอไอไว้ เพราะใครก็ตามที่ชนะในศึกเอไอจะเป็นผู้ชนะทั้งหมด
บิ๊กคอร์ปพลังงานโลกชี้เทรนด์น้ำมันและก๊าซ บนเวที Gastech 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เชลล์ ระบุ 7 เดือน แอลเอ็นจีหายจากตลาดโลก ADNOC ชี้การผลิตและขนส่งยากจะกลับมาปกติทันที เอ็กซอนโมบิล ชี้แอลเอ็นจีสหรัฐเป็นเสาหลักใหม่ตลาดโลก เอนิ เตือนบทเรียนสงครามตะวันออกกลาง ทิศทางราคาก๊าซยากคาดเดา เชฟรอน ย้ำสัญญาระยะยาวจำเป็นมากขึ้น
ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูง หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านและความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ขณะที่ บล.กสิกรไทย มอง Net Impact ต่อตลาดเป็นบวกเล็กน้อย เพราะหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี มีน้ำหนักสูงทุกน้ำมันขึ้น 10 ดอลลาร์ เพิ่มกำไรกลุ่มราว 3.7 หมื่นล้านบาท ด้าน บล.หยวนต้าชี้น้ำมันสูงกระทบ บรรจุภัณฑ์ ยางมะตอย โรงไฟฟ้า ขนส่ง และไฟแนนซ์ ขณะที่บล.พายเผยหุ้นที่ถูกกระทบอย่าง โรงแรม สายการบิน ค้าปลีก ปรับลงมามากเริ่มน่าสะสม
ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)กำลังเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่มีความปลอดภัยและโปร่งใสสูงสุด โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการวางมาตรการกำกับดูแล Stablecoin อย่างเข้มงวด
ปิดฉากคดีฮั้ว สว.ชั้น กกต. เสียงข้างมากชงส่งฟ้องศาลฎีกาเอาผิด 77 คนจาก 427 คน เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ไร้รัฐมนตรี สส.และ กก.บห.ภูมิใจไทย ณรงค์ ยันทำตามกฎหมาย แจงยิบยกคำ ร้อง 21 นักการเมือง อ้างมีประสบการณ์ทางศาลกว่า 38 ปี ชี้ข้อมูลคุย อนุทิน-เนวิน ที่พูลแมนไร้หลักฐานมัดผิด เท้ง งอแงทำไมภูมิใจไทยรอด เล็งลุยเอาผิด กกต.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซักฟอกรัฐบาล ไอลอว์ ร่อนแถลงการณ์บอกไม่เหนือความคาดหมาย พร้อมซัด กกต.ทำงานล้ำเส้น
ภราดร เผยให้ คลัง เคาะต่ออายุ ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หลังนายกฯ ไฟเขียวในหลักการ ยันมีงบฯ พ.ร.ก.กู้เงินเหลือ 4-5 หมื่นล้าน ปลัดคลัง เตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เข็นต่ออายุไทยช่วยไทยเฟส 2 ลุ้นโยกเงินกู้ก้อน 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านอัดฉีดเพิ่ม หลังก้อนแรกเหลือแค่กว่า 4 หมื่นล้าน อุ้มต่อได้แน่แค่ 1 เดือน
มหาดไทย ยื่นปรับสิทธิโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มเป็น 1.5 ล้านหลัง จากเดิม 1 ล้านหลัง กรอบวงเงิน 7.5 หมื่นล้านบาท โบรกฯ ชู GUNKUL-HMPRO-DOHOME-GLOBAL โดดเด่น
KKPS ชี้วัฏจักรลงทุน AI รอบใหม่มุ่งสู่โครงสร้างพื้นฐาน หนุนไทยรับ FDI โดยเฉพาะ Data Center หลังยอดขอ BOI ไตรมาส 1 ทะลุ 7 แสนล้านบาท คาดกำลังรองรับแตะ 3-5 GW ใน 3-5 ปี ชู DELTA เด่นสุด ส่วน GULF-WHA-WHAUP-AMATA รับอานิสงส์
*หุ้นเด่นวันนี้
KKP (กสิกรไทย) ซื้อ ราคาพื้นฐาน 150.00 บาท เครื่องยนต์กำไรใหม่หนุนการเติบโต เดินหน้าสู่แพลตฟอร์มการเงินที่หลากหลายและใข้เงินทุนน้อยลง โดย Wealth,Dime! และตลาดทุนช่วยเพิ่ม non-NII และประสิทธิภาพเงินทุน โดย Wealth และ Dime! เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก Wealth เพิ่มส่วนแบ่งตลาดและรายได้ค่าธรรมเนียมประจำ ขณะที่ Dime! เริ่มเข้าสู่ช่วงสร้างรายได้ พร้อมโอกาส cross-selling ใน ecosystem คาดกำไรเติบโตจากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนเครดิตที่ลดสู่ภาวะปกติหนุน ROE แตะ 13.3% ในปี 2571 และ dividend yield 6-7%
BCH(กรุงศรี) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12 บาท ) 1)รายได้ในไตรมาส 3/69 ที่ฟื้นเด่น 67%y-y หนุนโมเมนตัมกำไร H2/69 ฟื้น y-y เด่นขึ้นช่วยให้กำไรทั้งปี 2569 ประคองโตได้ +1.6% 2) upside ปรับเพิ่มค่าหัวประกันสังคม หนุนกำไร 11% และมูลค่าหุุ้น 0.6-0.7 บาท 3) ซื้อขาย AVG 2.0 S.D.
BBL (ฟินันเซีย ไซรัส) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 บาท คาดกลุ่มธนาคารยังคงได้แรงหนุนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากทั้งราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มโอกาสธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องขึ้นดอกเบี้ย ส่วนกนง.คาดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยแต่ขาลงจบแล้ว คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อ BBL จะเร่งตัวขึ้นใน H2/69 ตามภาคการลงทุนเอกชนที่โตเด่น ขณะที่ Valuation ยังถูกที่สุดในกลุ่มธนาคาร เทรด PBV เพียง 0.6 เท่าและให้ Dividend Yield สูงกว่า 5% ต่อปี
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน