classicliterature.it.com

ที่พักยกเลิกจองฝ่ายเดียว ร้านค้าโก่งราคา แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ปัญหาที่ทำให้เกาหลีใต้ถูกนักท่องเที่ยวร้องเรียนหนักสุดเป็นประวัติการณ์

เรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวในเกาหลีใต้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ยังไม่หมดปี โดยปัญหาที่ถูกร้องเรียนมีตั้งแต่คนขับแท็กซี่ขับรถหวาดเสียว ไปจนถึงร้านค้าในห้างสรรพสินค้าคิดราคาเกินจริง
 

  • ที่พักและช้อปปิ้งครองครึ่งหนึ่งของเรื่องร้องเรียน
  • ปูซานพุ่ง 2.5 เท่าหลังคอนเสิร์ต BTS
  • นักวิชาการชี้ต้นตอคือโครงสร้างพื้นฐานที่ตามไม่ทัน

ข้อมูลที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) รวบรวมไว้ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมปีนี้มีเรื่องร้องเรียนทั่วประเทศ 1,753 เรื่อง ซึ่งมากกว่าตัวเลข 1,744 เรื่องของทั้งปี 2025 ไปแล้ว ทั้งที่ผ่านไปเพียง 7 เดือนเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญคือมันเกิดขึ้นในปีที่การท่องเที่ยวเกาหลีใต้กำลังเฟื่องฟู เพราะเป็นครั้งแรกที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 10 ล้านคนตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งปีแรก อีกทั้งดุลบัญชีท่องเที่ยวของประเทศยังเกินดุลต่อเนื่องหลายเดือน

สำหรับช่องทางร้องเรียนนั้นมาจาก 2 ทาง คือเว็บไซต์ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการท่องเที่ยว และสายด่วนล่ามเพื่อการท่องเที่ยวหมายเลข 1330

ผู้ใช้บริการทั้ง 2 ช่องทางส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากติดปัญหาด้านภาษาเวลาต้องไปร้องเรียนกับผู้ประกอบการโดยตรง ทำให้ตัวเลขที่ปรากฏสะท้อนเสียงของคนกลุ่มนี้เป็นหลัก

หากดูย้อนหลังจะเห็นว่าเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2018 ยกเว้นเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด

ปีแรกที่เก็บข้อมูลมีเรื่องร้องเรียน 1,263 เรื่อง ตามด้วย 1,165 เรื่องในปี 2019 ก่อนจะดิ่งลงเหลือ 364 เรื่องในปี 2020, 119 เรื่องในปี 2021 และ 288 เรื่องในปี 2022 จากมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงโรคระบาด

จากนั้นตัวเลขก็ไต่กลับขึ้นมาพร้อมกับการฟื้นตัวของความต้องการเดินทาง โดยอยู่ที่ 902 เรื่องในปี 2023, 1,543 เรื่องในปี 2024 และ 1,744 เรื่องในปี 2025 ก่อนที่ยอดของปีนี้จะแซงสถิติเดิมภายในเวลาเพียง 7 เดือน

ที่พักและช้อปปิ้งครองครึ่งหนึ่งของเรื่องร้องเรียน

 

เมื่อแยกตามประเภทปัญหา กลุ่มที่พักและการช้อปปิ้งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากที่สุด

อันดับ 1 คือที่พักทั่วไป ซึ่งครอบคลุมปัญหาอย่างการยกเลิกการจองฝ่ายเดียวและการเรียกเก็บค่าปรับที่สูงเกินไป โดยมี 500 เรื่อง ตามมาด้วยปัญหาจากการช้อปปิ้ง ทั้งการบริการที่ไม่เป็นมิตรและข้อพิพาทเรื่องราคา ซึ่งมี 376 เรื่อง

อันดับ 3 คือปัญหาเกี่ยวกับสนามบินและสายการบิน ทั้งการดำเนินงานของสายการบินและสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินที่ไม่เพียงพอ ซึ่งมี 186 เรื่อง

ส่วนอันดับ 4 คือแท็กซี่ที่ 182 เรื่อง โดยปัญหาหลักคือการปฏิเสธไม่กดมิเตอร์และการขับรถหวาดเสียว ตามด้วยปัญหาเกี่ยวกับโรงแรมที่ 146 เรื่อง ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการจองฝ่ายเดียว, การบริการที่แย่ และความสะอาด

ที่น่าสังเกตคือปัญหาเรื่องค่าปรับการยกเลิกที่พักที่ไม่เป็นธรรมมักปะทุขึ้นซ้ำๆ ในช่วงที่มีอีเวนต์ใหญ่ รวมถึงคอนเสิร์ตของวง BTS ซึ่งผู้ที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้มองว่าการแก้ปัญหาด้านบริการที่เป็นต้นตอ คือกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโตของการท่องเที่ยวเกาหลีใต้เอาไว้

ปูซานพุ่ง 2.5 เท่าหลังคอนเสิร์ต BTS

 

กรุงโซลมีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดที่ 665 เรื่อง ตามด้วยเมืองปูซานทางตะวันออกเฉียงใต้ที่ 594 เรื่อง, เมืองอินชอนที่ 176 เรื่อง และเกาะเชจูซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางตอนใต้ที่ 155 เรื่อง

กรณีที่น่าสนใจที่สุดคือปูซาน ซึ่งเรื่องร้องเรียนในช่วงมกราคมถึงกรกฎาคมพุ่งขึ้นเป็นราว 2.5 เท่าของ 239 เรื่องในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการที่เมืองนี้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ของ BTS เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งดึงผู้มาเยือนเข้าเมืองราว 110,000 คน

หากแยกตามสัญชาติ ผู้ร้องเรียนจากจีนมีจำนวนมากที่สุดที่ 680 เรื่อง ตามด้วยชาวเกาหลีใต้เองที่ 276 เรื่อง, ชาวญี่ปุ่นที่ 263 เรื่อง, ชาวไต้หวันที่ 182 เรื่อง และชาวฮ่องกงที่ 87 เรื่อง

ในภาพรวม นักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน 84.3% ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 15.7% เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ

นักวิชาการชี้ต้นตอคือโครงสร้างพื้นฐานที่ตามไม่ทัน

 

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันปรับปรุงความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว เพื่อรักษาการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเอาไว้

ยุน จีฮวาน อาจารย์ด้านการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยคยองฮี ให้ความเห็นว่าเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัว เรื่องร้องเรียนและตัวชี้วัดเชิงลบอื่นก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เขาระบุกับสำนักข่าว Yonhap ว่าสาเหตุหนึ่งของการพุ่งขึ้นครั้งนี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ

ทางออกที่เขาเสนอคือการเพิ่มปริมาณระบบขนส่งและที่พัก ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันดึงลูกค้ามากขึ้น และมาตรฐานการบริการก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ยุนเตือนว่าประสบการณ์แย่ๆ ที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้

ภาพ : LegoCamera / Shutterstock
 อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

ถนัดกิจ จันกิเสน

Content Creator ประจำกองบรรณาธิการ THE STANDARD WEALTH ผู้เสพติดโลกธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี และชอบสำรวจโลกออฟไลน์และออนไลน์มาถอดรหัสความเคลื่อนไหวให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และได้ไอเดียใหม่ๆ

Update: 2026-09-07
Tags: