เงินเดือนยังไม่ออก แต่เบิกมาใช้ก่อนได้
ช่วงนี้เริ่มเห็นบริการ “เบิกเงินเดือนล่วงหน้า” หรือ Earned Wage Access (EWA) มากขึ้น โดยมนุษย์เงินเดือนสามารถขอรับค่าจ้างบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้วออกมาใช้ก่อนวันเงินเดือนออกได้
บริการลักษณะนี้มักเชื่อมกับระบบเงินเดือนของนายจ้าง และกำหนดวงเงินตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทหรือผู้ให้บริการ บางแห่งไม่คิดดอกเบี้ย แต่มีค่าธรรมเนียมต่อครั้ง ขณะที่บางแห่งนายจ้างอาจช่วยออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วน
เงื่อนไขจึงแตกต่างกัน และควรอ่านรายละเอียดให้เข้าใจชัดเจนก่อนใช้
บริการแบบนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยเรื่องอะไร?
เหตุผลหลักคือ ช่วยให้มนุษย์เงินเดือนเข้าถึงรายได้บางส่วนได้ก่อนวันเงินเดือนออก ในช่วงที่มีค่าใช้จ่ายจำเป็นแต่เงินสำรองยังไม่เพียงพอ
ระบบนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเรื่อง สภาพคล่องระยะสั้น และในบางสถานการณ์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้บัตรเครดิต สินเชื่อดอกเบี้ยสูง หรือการกู้เงินนอกระบบ โดยเฉพาะเมื่อเงินที่เบิกนั้นเป็นค่าจ้างจากการทำงานของเราเอง
เราจึงไม่ควรมองว่าเป็น “ของไม่ดี” หรือสิ่งที่ต้องกลัว เพราะเหมือนเครื่องมือทางการเงินทุกชนิด ประโยชน์หรือปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันอย่างไร
ข้อดีอีกด้านหนึ่งคือความสะดวกและความเป็นส่วนตัว เพราะหลายบริการทำผ่านแอปได้ โดยไม่ต้องไปขอเงินล่วงหน้าจากนายจ้าง คนใกล้ตัว หรือเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อแบบเดิม
แต่ความสะดวกนี่เอง ก็เป็นจุดที่ต้องระวัง
“เราไม่ได้มีเงินเพิ่มขึ้น เราแค่เอาเงินของตัวเองมาใช้ก่อน”
สมมติเงินเดือน 30,000 บาท และเราเบิกมาใช้ก่อน 5,000 บาท
รายได้ของเรายังเท่าเดิม เพียงแต่เงิน 5,000 บาทถูกใช้ไปก่อนแล้ว เมื่อถึงวันเงินเดือนออก เราจึงเหลือเงินที่ได้รับประมาณ 25,000 บาท หรือน้อยกว่านั้นหากมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ถ้าเดือนถัดไปเงินไม่พอใช้อีกและต้องเบิกซ้ำ วงจรนี้อาจค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ จนทำให้เรามองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง เช่น รายจ่ายสูงกว่ารายรับ
จากเครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงอาจกลายเป็นการหยิบเงินเดือนของอนาคตมาใช้ล่วงหน้าไปเรื่อย ๆ
ก่อนกดแอปเบิกเงินเดือนล่วงหน้า ลองถามตัวเอง 3 ข้อนี้
1. เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เงินวันนี้จริงไหม
ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเหตุฉุกเฉิน คำตอบอาจชัดเจนว่า “ใช่”
แต่ถ้าเป็นการซื้อของที่ยังรอได้ ลองเว้นจังหวะสักนิดก่อนตัดสินใจ หรือรอให้เงินเดือนออกแล้วค่อยซื้อก็ได้
2. วันเงินเดือนออก เราจะเหลือพอใช้ไหม
อย่าดูแค่ว่าวันนี้เบิกได้เท่าไร แต่ให้ดูต่อว่า
เงินเดือน – เงินที่เบิกล่วงหน้า – ค่าธรรมเนียม – ค่าใช้จ่ายประจำ = เหลือเท่าไร
ถ้าคำนวณแล้วมีแนวโน้มว่าจะต้องกลับมาเบิกล่วงหน้าอีก นั่นอาจเป็นสัญญาณให้กลับมาทบทวนงบทั้งเดือนว่า รายจ่ายของเรากำลังสูงกว่ารายได้หรือไม่
3. เราใช้มันเป็น “เครื่องมือแก้ปัญหาชั่วคราว” หรือกำลังใช้เป็น “ตัวช่วยถาวร”
ถ้าใช้เป็นครั้งคราวเพื่อข้ามช่วงเงินขาดมือ ระบบนี้อาจทำหน้าที่ได้ดี แต่ถ้าต้องเบิกทุกเดือน นั่นอาจเป็นเวลาที่ควรเริ่มสร้างเงินสำรองของตัวเอง แม้เริ่มจากก้อนเล็ก ๆ ก่อน เพื่อใช้รับมือเหตุฉุกเฉินแทนการเบิกเงินล่วงหน้า
แอปเบิกเงินเดือนล่วงหน้าเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน สิ่งสำคัญกว่าคือ เรารู้หรือไม่ว่าเมื่อไรควรใช้ และเมื่อไรควรหยุด
ความสะดวกทางการเงินที่ดี ควรช่วยให้วันนี้ง่ายขึ้น โดยไม่ทำให้เดือนถัดไปหนักกว่าเดิม
เพราะสุดท้ายแล้ว การจัดการเงินที่ดี ไม่ใช่การมีตัวช่วยให้หยิบเงินมาใช้ได้เร็วที่สุด แต่คือการค่อย ๆ สร้างพื้นที่ทางการเงินของตัวเอง ให้เราไม่ต้องหยิบเงินของอนาคตมาแก้ทุกปัญหาของวันนี้
อ่านข่าวการเงิน ประกัน บริหารความมั่งคั่ง กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney