classicliterature.it.com

‘เงินเฟ้อชะลอตัว’ ทางออกสหรัฐ.!


สถานการณ์ “ตลาดการเงินโลก” กำลังจับจ้องไปที่ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury Yield) โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาวอายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 บริเวณ 5.25% การเพิ่มขึ้นของยีลด์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชนและรัฐบาล กระทรวงการคลังสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรี Scott Bessent จึงต้องเร่งออกมาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน ด้วยการประกาศขยายขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (Debt Buyback) เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าตัว

อย่างไรก็ดีสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs กลับออกมาเตือนให้มองภาพความจริงชัดเจนขึ้น Friedrich Schaper นักกลยุทธ์ของ Goldman Sachs ชี้ว่ามาตรการซื้อคืนพันธบัตรเป็นเพียงการ “ปฐมพยาบาล” มันช่วยลดความผันผวนและเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรได้เพียงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคยังไม่ได้รับการแก้ไข ยีลด์ก็พร้อมจะพุ่งขึ้นต่อได้ทุกเมื่อ เพราะรากเหง้าของปัญหาไม่ได้อยู่ที่สภาพคล่องในระบบ แต่เกิดจากความกังวลเชิงโครงสร้างของนักลงทุน

สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนสูงขึ้น มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ปัจจัยแรก คือ ภาระหนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากการขาดดุลการคลัง ปัจจัยที่สอง คือ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ที่อาจกลับมาเร่งตัวจนบั่นทอนมูลค่าของเงินในอนาคต ปัจจัยที่สาม คือ การแย่งชิงเงินทุนในตลาด จากการออกหุ้นกู้จำนวนมากของภาคเอกชน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนมองว่า การถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวมีความเสี่ยงสูงขึ้นกว่าในอดีตมาก

ทางออกเดียวที่จะสามารถ “กดยีลด์ลงได้อย่างยั่งยืน” จึงไม่ใช่มาตรการแทรกแซงจากกระทรวงการคลัง หากแต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “อัตราเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง” เมื่อเงินเฟ้อผ่อนคลายลง ความกังวลเรื่องการถดถอยของกำลังซื้อและมูลค่าพันธบัตรจะลดลงทันที นอกจากนี้เงินเฟ้อที่ลดลงยังเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สามารถยุติการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือแม้กระทั่งพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคต ที่เป็นปัจจัยหนุนโดยตรงต่อตลาดพันธบัตร

แม้ปัจจุบันนักลงทุนในตลาด ยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่ยีลด์จะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าลดลง แต่สัญญาณทางเศรษฐกิจล่าสุดบางประการเริ่มส่งผลดีและเอื้อต่อฝั่งตลาดพันธบัตรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตัวเลขการจ้างงานที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนกรกฎาคมที่ไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นมิตรเหล่านี้ หากปรากฏอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด นักลงทุนจะเริ่มมั่นใจว่าแรงกดดันด้านราคาได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และ Fed ไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายตึงตัวอีกต่อไป ความคาดหวังนี้จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงในการดึงยีลด์พันธบัตรระยะยาวให้ปรับตัวลดลงมาช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและเอกชนได้อย่างมั่นคงและแท้จริง

สรุปได้ว่าแม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะพยายามใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างการซื้อคืนพันธบัตร เพื่อพยุงตลาด แต่เครื่องมือดังกล่าวเป็นเพียงการชะลออาการ ไม่ใช่การรักษาโรคที่ต้นเหตุ กุญแจสำคัญที่แท้จริงในการแก้ปัญหานี้ยังคงตกอยู่ที่ “ตัวเลขเงินเฟ้อ” หากแรงกดดันด้านราคาชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม นั่นจะเป็นเส้นทางที่สว่างและชัดเจนสุดในการนำพาต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐฯ กลับสู่ระดับที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน

Back to top button

Update: 2026-08-24
Tags: