ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว ตลาดจับตาความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน, แนวโน้มนโยบาย
ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันจันทร์ (24 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และรอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจช่วยประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ชัดเจนขึ้น
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 654.21 จุด เพิ่มขึ้น 0.03 จุด หรือ +0.00%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,453.01 จุด ลดลง 31.42 จุด หรือ -0.37%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,106.60 จุด ลดลง 29.96 จุด หรือ -0.11%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,854.32 จุด เพิ่มขึ้น 37.76 จุด หรือ +0.35%
นักลงทุนกำลังจับตารายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรรองที่อาจมีความเข้มงวดมากขึ้นต่อประเทศที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน โดยคาดว่าสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะประกาศรายละเอียดในเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเดินทางเยือนกรุงเตหะรานเพื่อพยายามนำอิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
นักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว โดยหากอิหร่านมองว่าการดำเนินการของสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจและตอบโต้ด้วยการดำเนินการในช่องแคบฮอร์มุซ ผลกระทบต่อตลาดยุโรปจะรุนแรงเป็นพิเศษ
ดัชนี STOXX 600 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากตลาดโลกเผชิญความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวขึ้น 1.7% นำตลาด หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลและครัวเรือน ต่างเพิ่มขึ้น 1.4%
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานร่วง 1.6% ตามราคาน้ำมัน และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวแย่ที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมลดลง 1% ส่วนหุ้นกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วนลดลง 1% แม้ข้อมูลชี้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุโรปฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.ค.
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 0.8% ก่อนอินวิเดียเปิดเผยผลประกอบการในวันพุธนี้ โดยตลาดยังคงกังวลว่าบริษัทจะสามารถทำผลประกอบการได้ตามความคาดหวังที่สูงมากของนักลงทุนหรือไม่
ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นเดือน จากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัท โดยขณะนี้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นสำคัญของตลาด
ตลาดเงินกำลังประเมินว่า ECB อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยคาดว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับสูง และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเข้าใกล้ 3% ภายในปลายปี 2570
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ ได้แก่ GDP ของเยอรมนีและฝรั่งเศส ผลสำรวจ Ifo ของเยอรมนี และตัวเลขเงินเฟ้อของสเปน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจท้าทายการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นของ ECB โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานกลับมาเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช