classicliterature.it.com

ศัพท์ที่ไม่ได้แปล

นักกฎหมายนี่ บางครั้งดูไปแล้วก็เหมือนปูลม ถ้าใครได้เดินเล่นบนหาดทราย เราจะเห็นเม็ดทรายกลมๆ เต็มไปหมด เม็ดทรายพวกนี้เกิดจากปูลมน้อยใหญ่บนหาดที่ตั้งอกตั้งใจ ‘ปั้น’ ทิ้งไว้ ไม่หยุดไม่หย่อน นักกฎหมายก็ผลิตกฎหมายไม่หยุดหย่อนเหมือนกัน

นับตั้งแต่วิกฤตการเมืองไทยปี 2549 สิ่งที่เฟื่องฟูเป็นเงาตามวิกฤตคือความคลั่งไคล้ใหลหลงในนิติธรรมของนักกฎหมาย ยิ่งการเมืองเลวร้ายลง นักกฎหมายยิ่งหมกมุ่นในความปรารถนาที่จะใช้กฎหมายแก้ไขปัญหาการเมืองไทยมากขึ้นเท่านั้น บางคนเข้าไปเป็นกรรมการยกร่างกฎหมาย บางคนรับตำแหน่งตุลาการตัดสินคดีความ ที่ไม่ตัดสินคดีก็อบรมความรู้และจริยธรรมให้นักกฎหมายรุ่นต่อๆ ไป ทั้งหมดรวมกันเป็นระบบขนาดมหึมาที่ประกอบไปด้วยกฎหมายลายลักษณ์อักษรและคำวินิจฉัยต่างๆ

แต่ยิ่งนิติธรรมเฟื่องฟูมากขึ้น ปัญหาของประเทศไทยกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจบางทีสิ่งที่เฟื่องฟูนั้นอาจไม่ใช่นิติธรรม แต่เป็นอย่างอื่นที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบกฎหมายไทยก็เป็นได้

วิกฤตการเมืองไทยสามารถแบ่งได้เป็นสองช่วงใหญ่ๆ จุดตัดคือ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก่อนการรัฐประหาร 2557 นั้น ปัญหาหลักคือ ความเป็น ‘บ้านป่าเมืองเถื่อน’ ที่เกิดการชุมนุมละเมิดกฎหมายหลายครั้ง รวมทั้งการใช้กำลังของรัฐที่เกิดขอบเขตละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สภาพที่ ‘กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย’ เมื่อประชาชนบางกลุ่มสามารถยึดสถานที่ราชการ หรือทางสัญจรไว้นานนับเดือนด้วยความรุนแรงอันเปิดเผย แต่กฎหมายไม่กล้าประกาศว่า นี่คือการใช้เสรีภาพในการชุมนุมเกินสัดส่วน ไม่สงบ และมีอาวุธ

หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ความวุ่นวายยุติลง ตรงข้ามกับที่หลายคนคิดว่า การรัฐประหารคือสภาพไร้ขื่อแป ในความเป็นจริงการรัฐประหารเป็นกิจกรรมที่ใช้กฎหมายเยอะมาก มีกฎหมายยิบย่อยให้ประชาชนและคณะรัฐประหารเองต้องปฏิบัติตามนับสิบนับร้อยฉบับ ความรุนแรงใดๆ ล้วนมีกฎหมายรองรับ คณะรัฐประหารหมกมุ่นกับการเชื่อฟังกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ในเมื่อทหารสามารถใช้กำลังล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญแล้ว และสามารถจับกุมนักกิจกรรมไปซ้อมทรมานได้ แต่ทำไมตอนจะปล่อยตัว ถึงต้องบังคับให้ลงชื่อในเอกสารรับรองว่าตนเองปลอดภัยดีและสัญญาจะไม่ยุ่งกับกิจกรรมทางการเมืองอีก ด้วยความหมกมุ่นในความชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ บ้านเมืองจึงมีขื่อมีแปขึ้น แต่ขื่อและแปของคณะรัฐประหารนั้นสร้างบ้านหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่

ผู้ที่ทำงานกับหลักนิติธรรมนั้น ต้องคุ้นเคยกับศัพท์สองสามคำ คือ the rule of law, rule by law และ legal state

the rule of law เป็นศัพท์ที่แปลง่ายที่สุด แม้ในช่วงแรกของการนำเข้ามาจะมีการทดลองเสนอศัพท์ต่างๆ ไป แต่ข้อสรุป คือ หลักนิติธรรม การปกครองโดยกฎหมาย ‘ที่ดี’ ส่วนที่ดีนั้นอาจหมายถึงกระบวนการตราและรูปแบบที่ดี หรือเนื้อหากฎหมายที่ดีแล้วแต่ผู้พูด แต่ดั้งเดิม นิติธรรมนั้นเน้นที่การมีตุลาการอันเป็นอิสระพอจะตีความกฎหมายเพื่อคัดคานกับอำนาจของรัฐ ก่อนจะขยายไปครอบคลุมการกระทำของหน่วยงานอื่นของรัฐในเวลาต่อๆ มา

นิติรัฐเป็นศัพท์อีกคำที่พบเจอบ่อยคู่กันกับนิติธรรม นิติรัฐแปลตรงตัวมาจาก legal state ที่แปลมาจาก rechtsstaat อีกต่อหนึ่ง ถ้าแปลกันตรงตัวก็คือ การปกครองด้วยกฎหมาย แต่โดยนัยของมัน กฎหมายดังกล่าวต้องมีการแบ่งแยกอำนาจไม่ให้มีการใช้อำนาจตามอำเภอใจและมีเป้าหมายในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมือง  

ปัจจุบันเป้าประสงค์และเนื้อหาของนิติรัฐและนิติธรรมคล้ายกันมาก ในทางสากลเรียกได้ว่าบางครั้งศัพท์ทั้งสองสามารถใช้แทนที่กันได้ ความแตกต่างจึงเน้นไปที่ที่มา ซึ่งพัฒนามาจากระบบกฎหมายคนละระบบกัน

ที่น่าสนใจที่สุดคือ rule by law ซึ่งแม้จะถูกหยิบขึ้นมาเปรียบเทียบกับ rule of law บ่อยๆ แต่กลับไม่มีคำแปลภาษาไทยที่เป็นที่ยอมรับเสียที เหตุที่การไม่มีคำแปลของ rule by law เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะว่าการไม่มีคำแปลนั้นไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ตรงกันข้าม สภาวะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ตรงกับ rule by law ยิ่งกว่าคำว่า ‘นิติธรรม’ แต่กลับเป็นสภาวะที่นักกฎหมายไม่สนใจจะจำแนก อธิบาย และวิเคราะห์ นักกฎหมายบางคนถึงขั้นอธิบายว่า rule by law คือหลักนิติรัฐด้วยซ้ำไป ทั้งที่ความหมายของ rechtsstaat กับ rule by law นั้นต่างกันลิบลับ

rule by law เป็นการปกครองโดยกฎหมาย แต่กฎหมายในที่นี้มีนัยของกฎหมายอันว่างเปล่า ปราศจากคุณค่าหรือทิศทางของจริยธรรม เป็นเพียงเครื่องมือของอำนาจกลวงๆ แต่ปูลมบนชายหาดของเราก็เต็มใจจะสับสน อาจารย์เกษียร เตชะพีระได้ลองแปลไว้ว่า นิติอำนาจ/นิตยานุภาพ คงต้องลองดูกันต่อไปว่าศัพท์นี้จะสามารถติดตลาดจับใจนักฎหมายไทยได้หรือไม่ 

ขื่อและแปที่คณะรัฐประหารสร้างให้นั้นไม่ได้หมดไปภายหลังการเลือกตั้ง ตรงกันข้าม ผู้มีอำนาจที่ได้เข้ามาหลังการเลือกตั้งแล้วก็รับระบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เผด็จการสร้างไว้มาใช้งานเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพลเมืองต่อไป ความอยุติธรมใดๆ จึงทำลงในนามของกฎหมายอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งตรงกับความหมายของ rule by law ที่เห็นชัดคือคำวินิจฉัยของศาล ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรมในคดีการเมืองต่างๆ ตามมาด้วยรัฐธรรมนูญและกระบวนการการเมืองที่บิดเบี้ยว กลไกองค์กรอิสระและราชการที่บิดการใช้การตีความกฎหมายไปตามอิทธิพลการเมือง

อะไรที่ไม่มีชื่อ เราก็จะไม่คิดว่าสิ่งนั้นมีอยู่ rule by law จึงเป็นอะไรที่ปรากฏอยู่ใต้จมูกนักกฎหมายส่วนใหญ่ แต่ความสนิทแนบเนียนไปกับวัฒนธรรมกฎหมายของไทยและความคุ้นชินกับอำนาจ ทำให้ rule by law จึงเป็นสิ่งที่นักกฎหมายคิด แต่คิดไปไม่ถึง

legal state rule by law Rule of Law นิติธรรม นิติรัฐ ประชาธิปไตย รัฐประหาร เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง

Update: 2026-08-16
Tags: