วงการสุกรไทยก้าวหน้า! ฟีโรโมนสังเคราะห์จาก ‘กลิ่นพ่อหมู’ ช่วยกระตุ้นการผสมพันธุ์ ลดความเสี่ยงโรค - เทคโนโลยีชาวบ้าน
ทีมนักวิจัยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คิคค้นฟีโรโมนสังเคราะห์จาก “กลิ่นพ่อหมู” สูตรแรกของโลก ตอบโจทย์เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ กระตุ้นสุกรสาวพร้อมผสมพันธุ์ได้สำเร็จ ลดความเสี่ยงติดโรคจากการสัมผัสพ่อพันธุ์จริง

ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.เผด็จ ธรรมรักษ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าทีมวิจัย “กลิ่นพ่อหมู” กล่าวว่า สุกรสาวจะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 160-200 วัน หากสุกรสาวไม่แสดงอาการติดสัดภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะถูกคัดออกจากระบบ (เพื่อเข้าสู่ระบบการผลิตเนื้อ) แม้จะยังไม่เคยตั้งท้องมาก่อน ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียต้นทุนทั้งด้านเศรษฐกิจ เวลา และทรัพยากรของฟาร์ม
ปัจจุบัน วิธีมาตรฐานเพื่อกระตุ้นระบบสืบพันธุ์ตามธรรมชาติที่ใช้ทั่วโลกคือ Boar Contact เป็นการให้สุกรสาว “สัมผัสพ่อ” หรือสุกรเพศผู้ที่โตเต็มวัย

ศ.น.สพ.ดร.เผด็จอธิบายว่า คำว่า “สัมผัสพ่อ” ไม่ได้หมายถึงการที่สุกรเพศเมียเห็นสุกรเพศผู้เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสอื่นๆ เช่น การได้ยินเสียงร้อง การดมกลิ่น การสัมผัสทางกาย เช่น การชนจมูกกันระหว่างสุกร
แต่วิธีสัมผัสพ่อก็มีข้อจำกัด ทั้งด้านความปลอดภัยและการจัดการแรงงาน การนำสุกรเพศผู้เข้ามาสัมผัสสุกรสาวไม่ใช่เรื่องง่าย สุกรเพศผู้ที่โตเต็มวัยมีขนาดใหญ่ แข็งแรง บางครั้งอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว ผู้ปฏิบัติงานต้องเชี่ยวชาญในการควบคุมสัตว์
และยังมีความเสี่ยงด้านโรคระบาดอีกด้วย โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever หรือ ASF) ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษา หากสุกรเพศผู้ที่ใช้กระตุ้นเพศเมียป่วยติดเชื้อ อาจเกิดการแพร่ระบาดไปทั้งฟาร์มได้

ศ.น.สพ.ดร.เผด็จกล่าวอีกว่า “กลิ่น” เป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสสำคัญที่ทำหน้าที่ส่งต่อสารเคมีหรือฟีโรโมน ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการกระตุ้นพฤติกรรมทางเพศของเพศเมีย
ขณะที่ ดร.อิศญา ทวีแสงสกุลไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารผ่านสารเคมี (Chemical Communication) และนักวิจัยหลังปริญญาเอก ภาควิชาสูติศาสตร์-เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สุกรสาวแต่ละตัวอาจตอบสนองต่อกลิ่นของสุกรเพศผู้แตกต่างกัน

โดยอ้างอิงงานวิจัยจากแคนาดาที่พบว่าสุกรสาวบางตัวไม่ตอบสนองต่อสุกรเพศผู้ตัวหนึ่ง แต่กลับมีพฤติกรรมตอบสนองเมื่อเปลี่ยนเป็นสุกรเพศผู้อีกตัว อาจเกิดจากความแตกต่างของชนิดตัวรับกลิ่น (olfactory receptors) รวมถึงการประมวลผลสัญญาณกลิ่นในสมองที่แตกต่างกัน แม้จะได้รับสารให้กลิ่นชนิดเดียวกันก็ตาม
ศ.น.สพ.ดร.เผด็จ เสริมว่า แม้สุกรจะเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ แต่สุกรเพศผู้ยังคงปล่อยสารเคมีบางชนิดออกมาผ่านสารคัดหลั่งอื่นๆ โดยเฉพาะน้ำลาย ซึ่งอาจมีสารฟีโรโมนที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางเพศ
ทีมวิจัยจึงเก็บ “กลิ่นจริง” จากสุกรเพศผู้ 5 ตัว ทั้งน้ำลาย ปัสสาวะ สารคัดหลั่งในกระเปาะฉี่ และกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศ เพื่อนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ตัวอย่างทั้งหมดถูกนำเข้าสู่ห้องปฏิบัติการและวิเคราะห์ด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี Gas Chromatography (GC) เพื่อแยกสารระเหยหรือ Volatile Organic Compounds (VOCs)

“สารคัดหลั่งจากหลายแหล่งที่เก็บจากตัวสุกรพ่อพันธุ์ มีองค์ประกอบทางเคมีร่วมกันถึงประมาณ 80% ที่น่าสนใจก็คือกลิ่นส่วนใหญ่ที่ตรวจพบ เป็นกลิ่นหอมในโทน woody-green มากกว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์ตามที่คนทั่วไปเข้าใจ” ดร.อิศญากล่าวถึงผลศึกษา
จากการวิเคราะห์กลิ่นจริงของสุกรเพศผู้ ทีมวิจัยคัดเลือกมา 23 กลิ่นเพื่อทำเป็นสูตรกลิ่นฟีโรโมนสังเคราะห์สูตรแรกของโลก และได้ทดสอบประสิทธิภาพกับกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่มเพื่อเปรียบเทียบ ผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่มีการใช้สุกรเพศผู้สามารถกระตุ้นพฤติกรรมการเป็นสัดได้ประมาณ 75% ขณะที่ฟีโรโมนสังเคราะห์ให้ผลประมาณ 50% และกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการกระตุ้นมีการแสดงพฤติกรรมเพียง 18%
“แม้ประสิทธิภาพของการใช้สุกรเพศผู้ยังสูงกว่า แต่ฟีโรโมนสังเคราะห์ก็มีข้อได้เปรียบด้านความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการจัดการสัตว์ขนาดใหญ่และในช่วงที่มีโรคระบาด” ศ.น.สพ.ดร.เผด็จกล่าว
ดร.อิศญาเสริมว่า ฟีโรโมนสังเคราะห์กลิ่นพ่อหมู สูตรนี้เลียนแบบกลิ่นเฉพาะตัวของสุกรเพศผู้ได้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จนสามารถใช้ทดแทนการนำสุกรเพศผู้มาใช้งานจริงได้ ซึ่งมีการปรับระดับความเข้มของกลิ่นให้เหมาะสมกับระบบประสาทการรับกลิ่นของสุกร เพื่อให้เกิดการตอบสนองทางพฤติกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของนวัตกรรมนี้ ดร.อิศญา อธิบายว่าทีมวิจัยเลือกใช้กลิ่น plant based ingredient ที่ไม่ระคายเคือง มนุษย์สามารถสูดดมได้และสามารถใช้งานได้ทุกวัน นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ฟีโรโมนสังเคราะห์ให้เหมาะกับการใช้งานในภาคสนามด้วย
“เพียงพ่นฟีโรโมนกลิ่นพ่อหมูลงบนแผ่นกรองกลิ่น แล้วนำไปติดกับไม้สำหรับยื่นให้สุกรเพศเมียดม รูปแบบนี้ใช้งานง่าย สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการจัดการฟาร์ม เหมาะสำหรับฟาร์มรายย่อยและการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม” ดร.อิศญา กล่าว

และแม้จะเป็นนวัตกรรมต้นแบบในระยะทดลอง แต่ปัจจุบันมีฟาร์มขนาดใหญ่หลายแห่งขอลองใช้ผลิตภัณฑ์ฟีโรโมนกลิ่นพ่อหมู
งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับ Tier 1 เมื่อต้นปี 2569 ศ.น.สพ.ดร.เผด็จกล่าวว่า “ผมอยากให้งานวิจัยชิ้นนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะถ้าสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยได้ เพราะผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่มีต้นทุนสูงและกำไรค่อนข้างจำกัด เราไม่ได้ต้องการสร้างภาระ แต่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการทำงาน
ดร.อิศญาเสริมว่าขณะนี้ ทีมวิจัยได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองนวัตกรรมดังกล่าวแล้ว และอยู่ในขั้นตอนติดต่อกับผู้ผลิตให้ผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมขอการรับรองจากกรมปศุสัตว์ ก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
จากฟีโรโมนสังเคราะห์ “กลิ่นพ่อหมู” ทีมวิจัยพร้อมเดินหน้าศึกษา “กลิ่นสุกรสาว” ในอนาคต เพื่อค้นหาความแตกต่างระหว่างสุกรสาวที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และสุกรสาวที่ยังไม่พร้อมสืบพันธุ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์กลิ่นสำหรับใช้ในฟาร์มในอนาคต
“ทีมวิจัยอยากพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยคนไทย ราคาเข้าถึงได้ และไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมนี้ได้จริง” ศ.น.สพ.ดร.เผด็จกล่าวทิ้งท้าย
เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ อีเมล [email protected]
Tags
Related Posts
ทุกครั้งที่โลกเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคืออากาศที่ร้อนจัด ภัยแล้ง หรือไฟป่า แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารแล้ว สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ “ข้าว” เหตุผลไม่ใช่เพราะข้าวเป็นเพียงสินค้าเกษตรชนิดหนึ่ง แต่เพราะข้าวคืออาหารหลักของประชากรโลกมากกว่า 3,500 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตและผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ข้าว เป็นอาหารหลักที่หล่อเลี้ยงประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของโลก แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และนักวิเคราะห์ด้านอาหารทั่วโลกต่างจับตาปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)” อย่างใกล้ชิด เพราะหากเกิดขึ้นรุนแรงตามที่หลายฝ่ายประเมิน อาจไม่ใช่แค่ทำให้อากาศร้อนขึ้นหรือเกิดภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังอาจส่งแรงกระเพื่อมไปถึง “ราคาข้าวโลก” และความมั่นคงทางอาหารของหลายประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศเตือนว่า เอลนีโญครั้งนี้อาจเกิดขึ้นท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์จากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้ความแห้งแล้งและคลื่นความร้อนมีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อผลผลิตทางการ
12 กรกฎาคม 2569
ทีมนักวิจัยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คิคค้นฟีโรโมนสังเคราะห์จาก “กลิ่นพ่อหมู” สูตรแรกของโลก ตอบโจทย์เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ กระตุ้นสุกรสาวพร้อมผสมพันธุ์ได้สำเร็จ ลดความเสี่ยงติดโรคจากการสัมผัสพ่อพันธุ์จริง ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.เผด็จ ธรรมรักษ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าทีมวิจัย “กลิ่นพ่อหมู” กล่าวว่า สุกรสาวจะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 160-200 วัน หากสุกรสาวไม่แสดงอาการติดสัดภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะถูกคัดออกจากระบบ (เพื่อเข้าสู่ระบบการผลิตเนื้อ) แม้จะยังไม่เคยตั้งท้องมาก่อน ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียต้นทุนทั้งด้านเศรษฐกิจ เวลา และทรัพยากรของฟาร์ม ปัจจุบัน วิธีมาตรฐานเพื่อกระตุ้นระบบสืบพันธุ์ตามธรรมชาติที่ใช้ทั่วโลกคือ Boar Contact เป็นการให้สุกรสาว “สัมผัสพ่อ” หรือสุกรเพศผู้ที่โตเต็มวัย ศ.น.สพ.ดร.เผด็จอธิบายว่า คำว่า “สัมผัสพ่อ” ไม่ได้หมายถึงการที่สุกรเพศเมียเห็นสุกรเพศผู้เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสอื่นๆ เช่น การได้ยินเสียงร้อง การดมกลิ่น การสัมผัสทางกาย เช่น การชนจมูกกันระหว่าง
12 กรกฎาคม 2569
หน่อไม้ฝรั่ง หรือ “แอสพารากัส” (Asparagus) เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและเอเชียตะวันตก อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยในแต่ละก้านของหน่อไม้ฝรั่งเปรียบเสมือนแหล่งวิตามินชั้นดี ประกอบไปด้วย วิตามินซี วิตามินบี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินบี 6 วิตามินเค วิตามินบี วิตามินเอ มีปริมาณเกลือต่ำมาก ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอล มาพร้อมกับรสชาติหวานกรอบเมื่อตอนได้รับประทานเข้าไป ปัจจุบันพบปลูกแพร่หลายในประเทศไทย เพราะเป็นพืชที่ลงทุนปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ราคาดี ตลาดทั้งในและต่างประเทศยังสดใส จึงถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการมีรายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีผลผลิตออกมาให้เก็บเกี่ยวขายได้ทุกวัน คุณเจริญไชย จำปาสด หรือ คุณบาส อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ที่ 9 ตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ ดีกรีปริญญาตรี มุ่งมั่นกลับมาพัฒนางานเกษตรของที่บ้าน จากที่เคยปลูกพืชไร่ มีรายได้เพียงปีละครั้ง พลิกชีวิตด้วยการปลูกหน่อไม้ฝรั่งส่งโรงงานบนพื้นที่ 8 ไร่ ฟันรายได้ 80,000-100,000 บาทต่อเดือน คุณบาส เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรีย
11 กรกฎาคม 2569
คุณวิไล ประกอบบุญกุล เป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมานานกว่า 30 ปี คุณวิไล เริ่มต้นบนเส้นทางกล้วยหอมด้วยการปลูกอย่างเดียว จากนั้นต่อยอดด้วยการตัดขาย พัฒนามาถึงการเป็นผู้จัดส่งเอง แถมท้ายด้วยการมีแผงขายกล้วยอยู่ที่ตลาดไทอีก เรียกว่า เธอทำสวนกล้วยแบบครบวงจร เลิกทำสวนส้ม หันมาปลูกกล้วย คุณวิไล กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดปทุมธานี นิยมปลูกกล้วยหอมแบบระบบร่อง เพราะสมัยก่อนเคยเป็นสวนส้มมาก่อน หลังเลิกทำสวนส้ม จึงปรับสวนเดิมมาปลูกกล้วยหอมแทน โดยนำเทคนิคการปลูกหลายวิธีมาใช้ อย่างแรก ใช้หน่อจากต้นกล้วยที่ตัดเครือไปแล้วซึ่งจะได้ผลดีและมีความสมบูรณ์ ทั้งนี้ ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้จำนวน 300 หน่อ ใช้ระยะปลูก 1.50 เมตร แต่ละร่องปลูก 3 แถว กล้วยหอม ปลูกได้ทั้งปี กล้วยหอม สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรเลือกพื้นที่ให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ เพราะต้องใช้น้ำรดตลอด ขณะเดียวกัน ควรวางแผนปลูกให้ได้ผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน ควรเริ่มปลูกในเดือนมีนาคม-เมษายน โดยใช้เวลาประมาณ 9 เดือน สามารถเก็บผลขายได้ตรงเวลา กับอีกเทศกาลสำคัญคือ สารทจีน ซึ่งควรลงมือปลูกในราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน วิธีปลู
11 กรกฎาคม 2569
หลายฝ่ายออกมาเตือนประชาคมโลก กำลังเผชิญภาวะโลกเดือดรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 140 ปีจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” โดยจะเริ่มส่งผลชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2569 – 2570 ทำให้เกิดภัยแล้งจัด อุณหภูมิสูงขึ้น ฝนทิ้งช่วง และปริมาณฝนลดลงกว่าปกติ10-30% ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักลดลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นความท้าทายสำคัญ ที่ภาคเกษตรต้องเร่งปรับตัวเช่น ปลูกพืชทนแล้งที่ใช้น้ำน้อยและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะ เพื่อวางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนฉับพลัน มังคุดชะอวดก้าวสู่ ‘สมาร์ทฟาร์ม’ สู้โลกเดือด เคล็ดลับการทำเกษตรยุคใหม่ ของมังคุดชะอวดไม่ได้มีดีแค่รสชาติ ตอนนี้มี ‘เทคโนโลยี’ มาเสริมทัพ เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอชะอวด ได้แก่ ตำบลเกาะขันธ์ ตำบลท่าประจะ ตำบลท่าเสม็ด ตำบลเขาพระทองและตำบลวังอ่าง เปลี่ยนการเกษตรแบบลองผิดลองถูก เป็นการเกษตรแบบแม่นยำ เปลี่ยนสวนมังคุดแบบเดิมให้เป็นสวนเกษตรอัจฉริยะ ที่สั่งการได้ด้วยข้อมูล นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลงานของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกอบด้วยระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ ตรวจวัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ แล
10 กรกฎาคม 2569
อีกไม่นานประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก ที่รวมเอาความงดงามของพืชพรรณ เทคโนโลยีด้านการเกษตร และวัฒนธรรมจากหลายประเทศ มาไว้ในที่เดียว กับ งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ท่องเที่ยว เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านโลกของพืชสวนและนวัตกรรมด้านการเกษตร พร้อมช่วยสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมความพร้อมของงานมีความคืบหน้าอย่างมาก และพร้อมเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยการจัดสวนภายในพื้นที่งานดำเนินการไปได้เกือบ 100% เหลือเพียงสวนขององค์กรภายในประเทศบางส่วน และสวนจากนานาชาติอีก 15 ประเทศ ที่กำลังทยอยเข้ามาดำเนินการจัดแสดง ซึ่งหลายองค์กรได้เริ่มเข้าพื้นที่แล้ว ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญก่อนการเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากพื้นที่จัดแสดงสวนแล้ว อาคารสำคัญภายในงานจำนวน 4-5 หลัง ก็สร้
10 กรกฎาคม 2569