‘การควบคุมคุณภาพ’ศักยภาพที่แท้จริงของ ‘หุ่นยนต์เชื่อม’
‘งานเชื่อม’ ถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากในภาคอุตสาหกรรม เพราะมักใช้ในการยึดติดชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากหรือมีความแข็งแรงสูงเข้าด้วยกัน และมักใช้ในอุปกรณ์หรือสินค้าที่ต้องการ Reliability สูง เช่น ยานพาหนะ ไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องการการควบคุมคุณภาพในระดับสูง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้งาน ด้วยบริบทเหล่านี้จึงทำให้หุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมกลายเป็นกลไกสำคัญในการแข่งขันยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญกับบริบทและความท้าทายหลากหลายประการที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจเช่นทุกวันนี้
Table of Contents
- ‘งานเชื่อมที่ไม่คงที่’ จุดเริ่มต้นของความท้าทายหลากหลายมิติที่เจอได้ทุกโรงงาน
- 5 จุดเด่นหลักการใช้งานหุ่นยนต์เชื่อมสำหรับโรงงานยุคใหม่
- YASKAWA AR Series หุ่นยนต์เชื่อมคุณภาพสูง ใช้งานง่าย
- AR1440 หุ่นยนต์ขนาดกะทัดรัดสำหรับชิ้นงานขนาดเล็ก
- AR1730 หุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมที่หลากหลาย
- AR2010 หุ่นยนต์เชื่อมสำหรับงานหนักขนาดใหญ่

‘งานเชื่อมที่ไม่คงที่’ จุดเริ่มต้นของความท้าทายหลากหลายมิติที่เจอได้ทุกโรงงาน
รอยเชื่อมที่มีความสม่ำเสมอสามารถบ่งบอกถึงทักษะผู้เชื่อม ตลอดจนคุณภาพของงานเชื่อมที่เกิดขึ้นได้ในเบื้องต้นด้วยสายตา หากรอยเชื่อมไม่มีความสม่ำเสมอ หรือในสายตาช่างมากประสบการณ์ที่มักจะบอกว่า ‘เชื่อมไม่สวย’ ก็มีแนวโน้มว่างานเชื่อมนั้นอาจจะไม่แข็งแรง หรืออาจมีปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพที่ต้องผ่านเครื่องมือการตรวจสอบที่มีความละเอียดสูง ส่งผลให้เกิดการแก้ไขหรือปฏิเสธชิ้นงานนั้นๆ กลายเป็นต้นทุนที่จมไปกับความไม่เรียบร้อยของชิ้นงาน
ในขณะเดียวกันการทำให้เกิดงานเชื่อมที่มีประสิทธิภาพหรืองานเชื่อมที่มีความสม่ำเสมอได้ ก็ต้องการช่างเชื่อมที่มีทักษะ มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจในแอปพลิเคชันที่จะถูกนำไปใช้ แต่ภายใต้สถานการณ์ยุคปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานหน้าใหม่ ในขณะเดียวกันการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูงหรือทักษะเฉพาะทางก็เป็นสิ่งที่ทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความท้าทายและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
การขาดแคลนที่เกิดขึ้นทำให้โรงงานต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนในการจัดหาแรงงานและในประเด็นของคุณภาพการทำงานที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจแก้ได้ด้วยการฝึกอบรมทักษะที่มีการลงทุนเพิ่มเติมทั้งตัวเงิน เวลา และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในขณะที่เมื่อแรงงานที่จบหลักสูตรมาแล้วก็ยังสามารถย้ายงานด้วยทักษะที่มีได้อีก

เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติอย่างเช่น ‘หุ่นยนต์เชื่อม’ ได้กลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้โรงงานสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพการทำงานที่สม่ำเสมอ และไม่ต้องปวดหัวกับการบริหารจัดการแรงงานที่ต้องการทักษะสูงอีกต่อไป

5 จุดเด่นหลักการใช้งานหุ่นยนต์เชื่อมสำหรับโรงงานยุคใหม่
ปัจจุบันหุ่นยนต์อุตสาหกรรมถูกนำมาใช้งานในหลากหลายกิจกรรมของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบ งานด้านคลังสินค้า การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงงานง่ายๆ อย่างการหยิบและวางชิ้นงาน เช่น Machine Tending ซึ่งในภาพรวมที่เกิดขึ้นทำให้เห็นได้ถึง OEE ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลังจากเกิดการใช้งานที่มีการวางแผนและประเมินความคุ้มค่าบนพื้นฐานข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง
ในกรณีของหุ่นยนต์เชื่อมเองก็ไม่แตกต่างกัน ระบบอัตโนมัติสามารถลดความเสี่ยงจากตัวแปรและบริบทต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นหลักในการใช้งานหุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเด็นที่เห็นได้อย่างชัดเจน ได้แก่
สร้างคุณภาพงานเชื่อมที่มีความสม่ำเสมอ
ด้วยรูปแบบการทำงานของโซลูชันที่ทำงานร่วมกันกับหุ่นยนต์เชื่อม ทำให้สามารถควบคุมตัวแปรต่างๆ ได้ผ่านข้อมูลที่แสดงออกมาในระบบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะความร้อน ตำแหน่งที่ต้องการ หรือความเร็วที่เกิดขึ้น ทำให้การเชื่อมแต่ละครั้งมีคุณภาพที่แทบจะเหมือนกัน ไม่ต้องกังวลว่าการเชื่อมงานแต่ละชิ้นจะมีคุณภาพที่แตกต่างกันจากทักษะของช่างแต่ละรายที่ไม่เท่ากัน
ลดความผิดพลาดหรือทุนจมที่เกิดจากการเชื่อม
เมื่อสามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ มีข้อมูลที่เกิดขึ้นเก็บเอาไว้ในระบบที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากงานเชื่อมที่ไม่เรียบร้อยได้ ผลลัพธ์ คือ ไม่ต้องเกิดการแก้ไขงาน หรือเกิดความเสียหายที่บานปลายจากการถูกปฏิเสธชิ้นงานแบบจับต้องได้
ควบคุมมาตรฐานการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อสามารถสร้างความสม่ำเสมอของผลงาน และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว การควบคุมมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ก่อนการเชื่อมจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมจำลองงานเชื่อมของหุ่นยนต์ การ Monitor ค่าและรอยเชื่อมขณะกำลังผลิต ซึ่งในกรณีที่เกิดความผิดพลาดก็สามารถตรวจพบและตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้ปัญหาเกิดการบานปลาย เกิดการส่งมอบที่ผ่านมาตรฐานการตรวจรับได้พร้อมข้อมูลอ้างอิง
รองรับการผลิตในปริมาณมากได้แบบ 24/7
ด้วยการทำงานของหุ่นยนต์ซึ่งรวดเร็ว แม่นยำ ทำซ้ำได้อย่างต่อเนื่องไร้ปัญหาแบบ 24/7 การรองรับปริมาณงานเชื่อมระดับอุตสาหกรรมในสเกลการผลิตจำนวนมากจึงเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวลกับคุณภาพที่มักเกิดการผันผวนจากการใช้แรงงานทำงานติดต่อกันอย่างยาวนาน ทั้งยังสามารถประเมินปริมาณและเวลาที่ใช้ในการส่งมอบได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
สามารถรักษาทักษะและกำลังผลิตเอาไว้ในธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
หนึ่งในจุดเด่นที่ดีที่สุดของหุ่นยนต์ในงานเชื่อม คือ การรักษาทักษะองค์ความรู้ที่มีเอาไว้ในระบบได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาเกิดการเปลี่ยนแปลงของแรงงาน หรือแม้แต่การอัปเกรดเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร ด้วยการนำข้อมูลเดิมมาต่อยอดใช้งานได้ต่อเนื่องทันที ทั้งยังสามารถปรับปรุง (Optimize) ได้อย่างต่อเนื่องและดำเนินการได้ในแบบ Real-Time อีกด้วย
แม้ว่าการใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในงานเชื่อมจะสามารถตอบสนองต่อเงื่อนไขด้านปริมาณและคุณภาพได้เป็นอย่างดี แต่ต้องอย่าลืมว่าระบบอัตโนมัตินั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด โรงงานยังจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านงานเชื่อมอยู่เพื่อคอยตรวจสอบและปรับปรุงการทำงานที่เหมาะสมให้เกิดขึ้นได้ โดยปัจจัยหลักที่ถูกตัดทอนออกไป คือ การเฟ้นหาแรงงานและการฝึกอบรม ตลอดจนการลด Downtime นอกแผนหรือความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานได้เป็นอย่างดี

แต่การเลือกใช้หุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ตลาดมีตัวเลือกเกิดขึ้นอย่างมากมายหลากหลาย สิ่งที่ผู้ประกอบการควรคำนึงถึง คือ Ecosystem ของตัวหุ่นยนต์ที่นอกเหนือจากสเปคในการทำงาน ทั้งการสนับสนุนต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้หุ่นยนต์เชื่อมจาก YASKAWA ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการในโลกยุคใหม่ที่กำลังมองหาความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นที่เกิดขึ้น
YASKAWA AR Series หุ่นยนต์เชื่อมคุณภาพสูง ใช้งานง่าย
หุ่นยนต์จาก YASKAWA ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และเกิดประสิทธิภาพที่จับต้องวัดผลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดของ i³-Mechatronics ที่ทำให้การบูรณาการระบบอัจฉริยะในโรงงานที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนจำนวนมากเกิดขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานผลิต การควบคุมคุณภาพ หรืองานซ่อมบำรุง
หากพิจารณาเฉพาะในส่วนของหุ่นยนต์เชื่อม YASKAWA AR Series ซึ่งเป็นแขนกล 6 แกนที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานเชื่อมอาร์ก (Arc Welding) จะเห็นว่า YASKAWA ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะรวดเร็วและความแม่นยำของหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังพัฒนา Ecosystem ที่ยกระดับงานเชื่อมได้อย่างครบมิติ ตั้งแต่การตั้งค่าการเชื่อมผ่าน Universal Weldcom Interface (UWI) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าการเชื่อมได้อย่างสะดวก ไปจนถึง EAGL Method (Enhanced Arc weldinG for Low spatter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมที่ YASKAWA พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดการเกิดสะเก็ดเชื่อม (Spatter) พร้อมยกระดับคุณภาพของแนวเชื่อมให้สวยงามและมีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดงานเก็บผิวหลังการเชื่อมและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตโดยรวม
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี YASKAWA Cockpit ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในงานเชื่อมด้วยฟังก์ชันเสริมอย่าง Arc Visualization ที่รวบรวมและแสดงข้อมูลการเชื่อมแบบ Real-time ไม่ว่าจะเป็นสถานะการทำงานของหุ่นยนต์ ประวัติการเชื่อม (Weld History) รูปคลื่นการเชื่อม (Weld Waveform) ประวัติการแจ้งเตือน (Alarm History) และข้อมูลเงื่อนไขการเชื่อมของแต่ละชิ้นงาน ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และติดตามคุณภาพของกระบวนการเชื่อมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์ข้อบกพร่อง เพิ่มประสิทธิภาพงานบำรุงรักษา และสนับสนุนการควบคุมคุณภาพในสายการผลิต ด้วยข้อมูลทำให้เกิดการปรับปรุงการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
ด้วย Ecosystem ที่ครอบคลุมและเทคโนโลยีจำเพาะสำหรับงานเชื่อม AR Series จึงสามารถผลิตชิ้นงานได้ด้วยคุณภาพที่คงที่ สม่ำเสมอ เพิ่ม Productivity ได้อย่างชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ได้แค่เชื่อมชิ้นงานให้ติดกัน แต่เป็นการประกันคุณภาพ ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการผลิตที่เกิดเป็นความคุ้มค่าของโรงงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงาน OEM ยุคใหม่ อาทิ โรงงานยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความละเอียดในการประกอบในระดับสูง โดยมีรุ่นที่น่าสนใจได้แก่

AR1440 หุ่นยนต์ขนาดกะทัดรัดสำหรับชิ้นงานขนาดเล็ก
YASKAWA AR1440 หุ่นยนต์ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับงานเชื่อมกลุ่ม Bracket และชิ้นงานที่เป็นลักษณะ Housing ที่มีปริมาณสูง ต้องทำงานซ้ำๆ ในขณะที่ยังคงรักษาความแม่นยำเอาไว้ในเวลาเดียวกัน
AR1730 หุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมที่หลากหลาย
YASKAWA AR1730 หุ่นยนต์ที่สามารถติดตั้งไว้ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของหุ่นยนต์สูงได้ รองรับงานผลิตที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานต่อเนื่องในสายการผลิต อาทิ การเชื่อมชิ้นส่วนยานยนต์และ Sub-Frame เป็นต้น
AR2010 หุ่นยนต์เชื่อมสำหรับงานหนักขนาดใหญ่
YASKAWA AR2010 หุ่นยนต์สำหรับงานเชื่อมที่รองรับโครงสร้างขนาดใหญ่ มีแนวเชื่อมยาว เป็นงานหนักที่หุ่นยนต์ขนาดเล็กหรือขนาดกลางไม่อาจทำได้ เช่น การเชื่อม Chassis และ Frame ของยานพาหนะ โดดเด่นในการเชื่อมอาร์คหรือเชื่อมไฟฟ้า (Arc Welding)
จะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์เชื่อม AR Series จาก YASKAWA นั้นถูกออกแบบมาเพื่องานเชื่อมโดยเฉพาะ ทำให้สามารถทำการผลิตอย่างต่อเนื่องได้บนพื้นฐานของมาตรฐานสากลในแต่ละอุตสาหกรรม โดยสามารถลดของเสียและการแก้ไขได้เป็นอย่างดี โดย YASKAWA ไม่ได้มองเพียงแค่กระบวนการผลิตอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดเป็นการพัฒนาฟังก์ชันและ Ecosystem ต่างๆ คุณค่าที่เกิดขึ้นกับธุรกิจจึงมีมากกว่าการยึดติดชิ้นงานเข้าด้วยกัน แต่เกิดเป็นความคุ้มค่าตั้งแต่การลงทุนไปจนถึงการใช้งานจริงและการดูแลรักษาหลังการขายที่ประเมินได้อย่างแม่นยำ

ผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ หรือต้องการแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดจากการเชื่อมที่ไม่ได้คุณภาพ ตลอดจนขาดแคลนแรงงาน YASKAWA AR Series จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้โรงงานของคุณกลับมาเป็นผู้นำในการแข่งขันได้อีกครั้ง ผ่านเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในการแข่งขันระยะยาว และความแม่นยำที่จะเปิดประตูสู่การแข่งขันในยุคของการผลิตมูลค่าสูงได้อย่างยั่งยืน
*ผู้สนใจสามารถติดต่อ YASKAWA เพื่อขอคำปรึกษาด้านระบบหุ่นยนต์เชื่อมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจหุ่นยนต์อุตสาหกรรม YASKAWA AR Series ติดต่อ:
YASKAWA THAILAND
📥 ขอรับคำปรึกษาฟรีคลิก: https://forms.cloud.microsoft/r/tE1ttwqExa
📧 Email: [email protected]
🌐 Website: https://www.yaskawa.co.th/
☎️ Tel: 02-017-0099 | Technical Hotline: 02-026-6309