classicliterature.it.com

เมื่อพื้นที่ออกกำลังกายไม่ปลอดภัย สำรวจประเด็น Male Gaze ในพื้นที่ออกกำลังกาย และความกังวลใจของผู้หญิง

เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย แต่ละคนก็คงมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป บางคนเลือกออกกำลังกายที่บ้าน ส่วนบางคนเลือกออกกำลังกายนอกบ้าน อย่างการไปสวนสาธารณะ ฟิตเนส หรือยิม

ถ้ามองเผินๆ การไปออกกำลังกายนอกบ้านก็ดูจะไม่เป็นปัญหาอะไร แต่สำหรับ ‘ผู้หญิง’ หลายคน แทนที่จะได้โฟกัสกับการออกกำลังกาย กลับต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะพวกเธอเคยประสบกับปัญหาการถูกคุกคามจากผู้ชายในพื้นที่เดียวกัน

The MATTER ชวนสำรวจความกังวลใจของผู้หญิง ในวันที่พื้นที่ออกกำลังกายนอกบ้าน ไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเธอ และปัญหาการถูกจ้องมองจากผู้ชาย การถูกคุกคาม ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศระหว่างออกกำลังกายยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ

Male Gaze ในพื้นที่ออกกำลังกาย

ลองจินตนาการว่าคุณเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พกความมั่นใจเต็มร้อยว่าวันนี้จะออกกำลังกายให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ในวินาทีที่คุณก้าวเท้าเข้าไปฟิตเนส คุณกลับรู้สึกได้ว่ามีสายตาบางคู่จับจ้องมา คุณข่มความไม่สบายใจนั้นไว้ หลบไปที่มุมหนึ่งของห้อง คราวนี้คุณเริ่มวอร์มร่างกาย แต่ทุกจังหวะที่คุณพยายามโฟกัสกับตัวเอง ก็ยังไม่วายมีผู้ชายบางคนวางสายตาไว้ที่ร่างกายของคุณ

นั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงจำนวนมากเผชิญเวลาไปออกกำลังกายนอกบ้าน จากการสำรวจของ fitrated.com พบว่า ผู้หญิงกว่า 70.7% เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจขณะอยู่ที่ยิม โดยเหตุผลหนึ่งมาจากการ ‘จ้องมอง’ ของผู้ชาย ผลสำรวจยังบอกอีกว่าผู้หญิงมากกว่า 90% ไม่ชอบการถูกจ้องมองระหว่างออกกำลังกาย  89% ไม่ชอบถูกตามจีบ และ 79.5% ไม่ชอบให้ผู้ชายมาชวนพูดคุย

เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การที่ผู้หญิงถูกจ้องมองระหว่างออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเราเรียกสิ่งนี้ว่า Male Gaze อันเป็นวิธีที่ผู้ชายใช้มองผู้หญิง และทำให้ร่างกายของผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุ กระบวนการนี้ลดทอนคุณค่าของผู้หญิงให้เป็นเพียงวัตถุแห่งความปรารถนา มากกว่ามองว่าเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจและเจตจำนงของตัวเอง

สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายคนคิดว่าการจ้องมองคนอื่นเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงแล้วหากจ้องมองร่างกาย อวัยวะส่วนต่าง ๆ ในเชิงแทะโลม สำรวจ ส่อไปในเชิงเพศโดยที่อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ แท้จริงแล้วก็เป็นการคุกคาม (Sexual Harassment) แบบหนึ่งที่เรียกว่า ‘การคุกคามทางสายตา’ (Visual Sexual Harassment) แต่หลายคนมักมองข้าม เพราะไม่มีการกระทำเป็นที่ประจักษ์อย่างการสัมผัสร่างกายหรือใช้คำพูด

เมื่อพูดแบบนี้ ผู้ชายก็อาจจะอ้างได้ว่า “อ้าว ตนก็เคยโดนจ้องมองแล้วรู้สึกเสียเซลฟ์เหมือนกัน” นั่นก็เป็นปัญหาหนึ่งเช่นกัน แต่สิ่งที่ผู้หญิงต้องเผชิญเป็นมากกว่าแค่การเสียความมั่นใจในรูปร่าง แต่คือความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ถูกจ้องมองเรือนร่างในเชิงคุกคามทางเพศต่างหาก

‘แอล’ นักศึกษาจบใหม่วัย 23 ปี ชอบเข้าฟิตเนสและยิมเป็นชีวิตจิตใจ เธอกล่าวว่า “การไปฟิตเนสหรือยิมทำให้มี Motivation เพราะเวลาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนทำอะไรเหมือนกัน ก็จะช่วยผลักดันให้รู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น”

แต่ก่อนที่จะมาสมัครฟิตเนส แอลเคยไปวิ่งที่สวนสาธารณะมาก่อน เธอเล่าถึงเหตุการณ์ฝังใจในตอนมัธยมว่า “เราเคยไปวิ่งที่สวนสาธารณะกับเพื่อน แล้วก็มีทหารมอง ตะโกนแซวว่า ‘ขาวมาก’ อะไรแบบนี้ ซึ่งมันเป็นปมในใจเรามาจนถึงทุกวันนี้”

นอกจากสายตาของผู้ชายแปลกหน้าในยิมที่มองมาแล้ว บางคนยังถูกคุกคามจากเทรนเนอร์ชายส่วนตัวบางคน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือทัศนคติของเทรนเนอร์ชายบางคนที่มองว่าหุ่นของผู้หญิงเป็น ‘อาหารตา’

แทนที่จะได้สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง แต่กลับได้ ‘ความกลัว’ กลับไปแทน

“เรา ‘พยายามที่จะไม่มอง ว่ามีใครมองเราอยู่ไหม’ สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เป็นเพราะความกลัวฝังใจที่เคยโดนมอง โดนตะโกนแซวตอนไปวิ่งที่สวนจากกลุ่มผู้ชาย เราเลยปกป้องตัวเองด้วยวิธีนี้ แต่ถึงยังไง เราก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ดี โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นท่าบางอย่าง เช่น Hip Thrust ก็จะกังวลว่ามีคนมองเราอยู่หรือเปล่า”

และหากว่ามีคนมาจ้องมองหรือคุกคามทางเพศซึ่งหน้า แอลบอกว่า “เราก็คงจะหันไปมอง แล้วก็เดินหนี คือถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์นั้น เราคงไม่กล้าพูดอะไรด้วยซ้ำ เหมือนกับตอนนั้นที่เราโดนมองที่สวน เราก็หันไปคุยกับเพื่อน แล้วก็วิ่งหนีไปเฉยๆ”

คำตอบของแอลสอดคล้องกับผลสำรวจจาก fitrated.com ที่ระบุว่า เมื่อผู้หญิงเผชิญกับการคุกคามทางเพศ 88.1% เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ 82.6% เลือกใส่หูฟัง 68.7% หันไปทำสีหน้าไม่พอใจ ขณะที่ 68.5% สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดปกปิดตัว

และหากสโคปลงมาที่การถูกจ้องมอง ผลสำรวจระบุว่าในสัดส่วนของผู้หญิง 76% ที่ถูกมอง พวกเธอเลือกที่จะเปลี่ยน routine ในการออกกำลังกายถึง 72% ในขณะที่ข้อมูลจากบทความ Sexualisation of fitness: “The problem with making exercise ‘sexy’” ของ Chloe Gray กล่าวว่า ผู้หญิงกลายเป็นฝ่ายที่ต้องระมัดระวังเมื่อเล่นท่าสวอตช์ หรือต้องแต่งตัวมิดชิดเวลาเข้าไปออกกำลังกายในพื้นที่เดียวกับผู้ชาย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ชายมอง 

สถิติเหล่านี้ไม่เพียงชี้ชัดว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกคุกคามทางเพศในพื้นที่ออกกำลังกาย แต่กำลังบอกเราว่า ผู้หญิงกลายเป็นฝ่ายระวังตัวเอง ทั้งการพยายามหลบสายตาไม่มองว่ามีใครมองอยู่ แต่งกายให้มิดชิด หลบไปที่มุมห้องเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา ขณะที่ผู้คุกคามอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่

และแทนที่ผู้หญิงจะได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ตามที่ต้องการ กลับต้องคอยระแวดระวังกับพฤติกรรมของผู้ชายที่ไม่ได้ตระหนักว่า สิ่งที่ตนทำนั้น ทำให้ผู้หญิงกลัวมากแค่ไหน และมันกำลังทำลายสุขภาพกายและใจของเธออย่างไรบ้าง

“การถูกจ้องมอง หรือถูกคุกคามทางเพศในรูปแบบอื่น ๆ มันอาจจะทำให้เราหายไปจากยิมได้เลย เพราะทุกวันนี้เวลาไปเข้ายิมก็ไม่ได้รู้สึกปลอดภัยจากสายตาของผู้ชายอยู่แล้ว” แอลกล่าว

หยุดจ้องมอง คุกคาม และล่วงละเมิด เพื่อให้พื้นที่ออกกำลังกายสำหรับทุกเพศเป็นพื้นที่ปลอดภัย

“คิดไปเองหรือเปล่าว่าผู้ชายมอง”

“หลงตัวเอง หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ผมไม่มองหรอกครับ”

“ก็แต่งตัวมายั่วเอง”

“เรื่องปกติครับ มันก็มีเผลอหลุดโฟกัสบ้าง”

สิ่งเหล่านี้คือคำพูดที่ผู้หญิงเผชิญอยู่เสมอ

อันที่จริง เรื่องที่ผู้หญิงถูกมองในฟิตเนสไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยมีข่าวหรือเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ก็มักจะมีคอมเมนต์ที่บอกว่าผู้หญิง ‘คิดไปเอง’ โทษว่าเป็นความผิดของผู้หญิงที่ ‘แต่งกายยั่วผู้ชาย’ หรือแม้แต่การมองว่าพฤติกรรมนี้เป็นเรื่อง ‘ปกติ’

ผู้หญิงซึ่งเป็นเหยื่อเป็นฝ่ายถูกเบลม ถูกสอนให้เป็นฝ่ายจัดการตัวเอง ส่วนการคุกคามก็กลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงแล้ว ปัญหาอยู่ที่ผู้หญิงหรือเปล่า? เปล่าเลย…ปัญหาที่แท้จริงคือพฤติกรรมของผู้คุกคามที่สร้างความไม่ปลอดภัยให้ผู้หญิงต่างหาก

ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ จึงไม่ใช่การชี้นิ้วสั่งให้ผู้หญิงแต่งตัวเรียบร้อยไปออกกำลังกาย หรือบอกปัดให้ผู้หญิงออกกำลังกายที่บ้าน แต่คือการหยุดพฤติกรรมจ้องมอง รวมถึงพฤติกรรมการคุกคามทางเพศอื่น ๆ มีสำนึกและมารยาทขั้นพื้นฐานในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่เพียงแต่พื้นที่ออกกำลังกายอย่างฟิสเนส ยิม หรือสวนสาธารณะ แต่รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย เพื่อทำให้พื้นที่สาธารณะในสังคม เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศและทุกคน

“สุดท้ายแล้ว คนเราควรจะมีมารยาทในฟิตเนสและสังคมบ้าง” แอลกล่าวทิ้งท้าย

ความเจ็บปวดและความกลัวของผู้หญิงถูกลดทอนให้กลายเป็นเรื่องปกติในสายตาของผู้ชาย ซ้ำแล้วสังคมอาจไม่เคยเข้าใจเลยว่า การดำเนินชีวิตของผู้หญิงในวันธรรมดาๆ อย่างการก้าวขาเข้าไปออกกำลังกายในพื้นที่สาธารณะ เหมือนอย่างที่ผู้ชายทำกันเป็นปกตินั้น พวกเธอต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

อ้างอิงจาก

https://www.fitrated.com/resources/uncomfortable-at-the-gym/

https://www.stylist.co.uk/fitness-health/workouts/sexualisation-of-exercise/564670

Graphic Designer: Manita Boonyong (IG: mntttk)
Editorial Staff: Thanyawat Ippoodom

You might also like



Update: 2026-09-25
Tags: