classicliterature.it.com

กิตติพงษ์ ค้านทบ.ซื้อจรวด HIMARS ชี้ต้องรอสหรัฐอนุมัติอะไหล่ แนะใช้ D11A ถูกกว่าหลายเท่าตัว

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว

เวลา 17.30 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 8 กระทรวงกลาโหม นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่กองทัพบก (ทบ.) จะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ขอปรับลดงบประมาณโครงการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS วงเงินผูกพัน 4,200 ล้านบาท งวดแรกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 420 ล้านบาท ในการจัดหากระสุนเพิ่มเติม แต่การจัดซื้อกระสุนและองค์ประกอบยังอยู่ภายใต้การอนุมัติของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเกิดวิกฤตจะสามารถได้รับของในจำนวนและเวลาที่ต้องการหรือไม่

นาวาโทกิตติพงษ์กล่าวว่า ต่อให้ประเทศไทยมีเงินพร้อมซื้อก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะสามารถเพิ่มกำลังรบได้ทันที ในวันเวลาที่ที่ต้องการ ขอตั้งข้อสังเกตว่าไทยกำลังจะซื้อจรวดหลายลำกล้อง หรือซื้อขีดความสามารถ เพราะ HIMARS เป็นเพียงฐานยิง และการซื้อมาพร้อมกับจรวดประเภทใด มีระยะยิงไกลเท่าไหร่ มีเงื่อนไขในการใช้งานอย่างไร ซึ่งกองทัพบกจะต้องชี้แจง

นาวาโทกิตติพงษ์กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีทางเลือกอื่น โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมกับกองทัพบกและบริษัทเอกชนพัฒนาจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A ที่สามารถยิงได้ไกลสุด 300 กิโลเมตร ซึ่งหากเทียบกับ HIMARS แทบไม่เห็นความแตกต่าง และไม่แน่ชัดว่าสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติจรวดยิงระยะใดให้กับประเทศไทย แต่เมื่อเปรียบเทียบจรวดหลายลำกล้อง D11A มีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว ทำไมเราไม่ใช้งบงบประมาณ 4,200 ล้านบาทนี้ ต่อยอดสิ่งที่ประเทศไทยสร้างขึ้นมา ต้นทุนของอาวุธไม่ได้มีเฉพาะราคาที่ซื้อ เวลาพิจารณายุทโธปกรณ์จะต้องคิดถึงค่ากระสุน อะไหล่ การซ่อมบำรุง การปรับปรุงระบบและความเสี่ยงซัพพลายอายุการใช้งาน เพราะในยามสงบเราอาจจะซื้ออะไหล่จากต่างประเทศและสามารถรอได้ แต่หากสงครามอาวุธที่ซ่อมไม่ได้ คืออาวุธที่ใช้งานไม่ได้

Update: 2026-09-07
Tags: