ชีวิต ชีวา (Giving Life) ณ ดิบ บางกอก
ก้าวเท้าเข้ามา “ดิบ บางกอก” ในวันฝนพรำ แต่ผลงานศิลปะที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางที่แห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยชีวิต ชีวา หลากอารมณ์ ดั่งที่ ภูรัตน์ “แฌง” โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดิบ บางกอก กล่าวว่า “ดิบ บางกอก คือสถาบันที่มีชีวิต เติบโตไปพร้อมกับคอลเล็กชั่น ผู้ชม และบริบททางวัฒนธรรมรอบตัว”
ในวันนี้ ดิบ บางกอก พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย แถลงข่าวเตรียมเปิดนิทรรศการครั้งที่ 2 “ชีวิต ชีวา (Giving Life)” นำเสนอผลงานกว่า 160 ชิ้นจากศิลปินไทยและนานาชาติ 33 คน โดยมีผลงานชิ้นสำคัญที่หาชมได้ยากของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินผู้พลิกโฉมประติมากรรมแห่งศตวรรษที่ 20 เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนิทรรศการ เพื่อถ่ายทอดพลังแห่งการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ผ่านศิลปะ
“ชีวิต ชีวา (Giving Life)” จะนำโดยผลงานอันทรงคุณค่าของอเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินชาวอเมริกัน อดีตนักศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล ผู้พลิกแนวคิดของประติมากรรมจากวัตถุที่หยุดนิ่งสู่ผลงานที่เคลื่อนไหวได้ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของศิลปะแห่งศตวรรษที่ 20ซึ่งนิทรรศการครั้งใหม่ของ ดิบ บางกอก ยังจัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปครบ 50 ปีของศิลปินท่านนี้อีกด้วย
โดยงานของคาลเดอร์จะจัดแสดงร่วมกับศิลปินอีก 32 ท่าน เช่น อิซุมิ กาโตะ, เคทลิน คีโอห์, ตวน แอนดรูว์ เหงียน, โทเบียส เรห์แบร์เกอร์, เซซิเลีย บีกุญญา, เมเรียม เบนนานี และยูกิโนริ ยานากิ ส่วนศิลปินไทยได้แก่ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, สุธี คุณาวิชยานนท์ และวสันต์ สิทธิเขตต์ ผู้โดดเด่นในฐานะศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคมของไทย
ดร.มิวาโกะ เทสุกะ ผู้อำนวยการ ดิบ บางกอก ได้พูดคุยกับ อิซุมิ กาโตะ ถึงผลงานของเขาที่จะนำมาจัดแสดง เราจะเห็นลายเส้นโดดเด่นที่ประกอบร่างขึ้นมาเป็นรูปทรงคล้ายมนุษย์ อิซุมิ กาโตะ บอกกับเราว่า เคยได้เดินทางมาที่ ดิบ บางกอก เมื่อมีโอกาสจึงอยากให้คนไทยได้เห็นผลงานของเรา
“งานที่เลือกมาจัดแสดง ณ ที่แห่งนี้ เป็นงานที่จะก่อให้เกิดความคิดที่หลากหลาย เบื้องหลังของงานที่มีรูปทรงคล้ายมนุษย์ แต่ฟิกเกอร์ที่มองแล้วรู้ว่าเป็นมนุษย์ แต่เขาเป็นใคร ทำอะไรอยู่ คนดูมีสิทธิที่จะตีความได้อย่างอิสระ”

มาร่วมชมและตีความไปพร้อม ๆ กัน ที่นิทรรศการ “ชีวิต ชีวา (Giving Life)” ดิบ บางกอก ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570 เปิดให้จองบัตรล่วงหน้าวันที่ 1 กันยายน 2569 นี้
นอกจากนี้ ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ยังเผยทิ้งท้ายว่า นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life คือก้าวใหม่ของการเดินทางนั้น ผมเชื่อว่ากรุงเทพฯ ควรมีพิพิธภัณฑ์ที่สามารถพูดคุยกับโลกในมาตรฐานเดียวกับเมืองศิลปะชั้นนำ โดยยังสะท้อนมุมมองของประเทศไทยอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ผมทำงานด้านการศึกษาและการลงทุนระยะยาวมาโดยตลอด เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างคือการลงทุนในคน เราหวังว่าสิ่งที่ภาคธุรกิจสร้างขึ้นจะกลับมาสร้างโอกาสให้สังคม ผ่านศิลปะ การศึกษา และการพัฒนาสถาบันที่อยู่ต่อไปได้อีกหลายรุ่น