classicliterature.it.com

ฟิทช์ อัพเกรดแนวโน้มอันดับเครดิต EXIM Bank-KTB-TTB-SCBT-UOBT ขึ้นเป็น

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Ratings: IDRs) สำหรับ 5 ธนาคารจากทั้งหมด 6 ธนาคาร เป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารทั้ง 6 แห่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) คงอันดับที่ BBB+; ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิต มีเสถียรภาพ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) คงอันดับที่ BBB+; ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB) คงอันดับที่ BBB; ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ( SCBT) คงอันดับที่ A-; ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBT) คงอันดับที่ A-; ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL คงอันดับที่ BBB; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

พร้อมกันนี้ ฟิทช์ยังประกาศคงอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Ratings หรือ GSR) ของ EXIM KTB TTB และ BBL และคงอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น (Shareholder Support Ratings หรือ SSR) ของ SCBT และ UOBT รวมทั้งคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Ratings หรือ VR) ของ BBL และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น (Short-Term IDR) ของธนาคารทั้ง 6 แห่ง นอกจากนี้ ฟิทช์ได้ปรับแนวโน้มอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ BBL ที่ bbb+ เป็น แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับคะแนนเป็นลบ

การประกาศอันดับเครดิตดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยที่ BBB+ เป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569

*ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

ความสามารถในการสนับสนุนของรัฐบาลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM KTB และ TTB พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับแต่ละธนาคาร ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของทั้ง 3 ธนาคาร หลังจากที่แนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยได้รับการปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ซึ่งสะท้อนถึงการประเมินของฟิทช์ว่าความสามารถของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการการดำเนินงานตามปรกติ (extraordinary support) แก่ธนาคาร นั้นยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลง ด้วยภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่ฟิทช์เคยคาดการณ์ไว้

เพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย (Country Ceiling) มีเสถียรภาพ: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBT และ UOBT พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นของทั้งสองธนาคาร แต่ก็ถูกจำกัดโดยเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย ทั้งนี้เพดานอันดับเครดิตมีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย และอาจถูกปรับลดอันดับลงได้หากอันดับเครดิตของรัฐบาลไทยถูกปรับลดอันดับ แต่อย่างไรก็ตามการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ บ่งชี้ว่าเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทยไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น

ข้อจำกัดด้านเงินทุนและสภาพคล่องบรรเทาลง: แนวโน้มของอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องเดิมของ BBL ที่ bbb+ แนวโน้มอันดับคะแนนเป็นลบ สะท้อนมุมมองของฟิทช์ว่าธนาคารในประเทศไม่น่าจะมีอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่สูงกว่าอันดับเครดิตของประเทศ (ยกเว้นในกรณีที่ได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินงานตามปกติจากบริษัทแม่ต่างชาติที่มีอันดับเครดิตสูงกว่า) ทั้งนี้ BBL เป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์ ซึ่งมีอันดับคะแนนดังกล่าวอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตของประเทศ โดยไม่ได้มีปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารแม่ต่างชาติ ดังนั้นฟิทช์จึงได้ปรับแนวโน้มอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ BBL เป็น แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ เช่นกัน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของอันดับคะแนนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการประเมินอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของธนาคาร

*ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

ในกรณีที่มีการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย จะส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิตดังนี้:

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ EXIM KTB และ TTB

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ BBL

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBT และ UOBT

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ BBL อาจถูกปรับลดอันดับได้ หากสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจปรับตัวแย่ลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนการประเมินอันดับคะแนนด้านสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานและปัจจัยอื่นที่ใช้ในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน เช่น โครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างความเสี่ยงของธนาคาร

สำหรับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่ออันดับเครดิตอื่นนั้นจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในประกาศอันดับเครดิตครั้งก่อนหน้าของธนาคารแต่ละแห่งที่แสดงไว้ข้างต้น

*ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยน่าจะนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM, KTB, TTB และ BBL ในขณะที่การปรับเพิ่มเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทยอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT แต่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ SCBT ก็ยังขึ้นอยู่กับการปรับตัวดีขึ้นของความสามารถหรือโอกาสในการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยในระยะสั้นนั้นมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเพิ่งได้รับการปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ BBL อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตหากธนาคารมีสถานะทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีระดับการยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ BBL จะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตด้วยเช่นกัน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคตของธนาคารแต่ละแห่งสามารถดูได้จากประกาศอันดับเครดิตที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้

*บริษัทย่อยและบริษัทในเครือ: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน (KTBCY) ที่ BBB+ และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ทั้งนี้อันดับเครดิตของ KTBCY อยู่ในระดับเดียวกันกับ KTB เนื่องจาก KTBCY มีสถานะเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับ KTB

*บริษัทย่อยและบริษัทในเครือ: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTBCY จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTB

*อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น

อันดับเครดิตสนับสนุนรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว ของ EXIM KTB และ TTB มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBT มีความเชื่อมโยงกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ Standard Chartered Bank (Singapore) Limited (อันดับเครดิตสากล A+/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ / อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน a)

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT มีความเชื่อมโยงกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ United Overseas Bank Limited (อันดับเครดิตสากล AA-/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ / อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน aa-)

*การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

KTB มีระดับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ระดับ 4 สำหรับความสัมพันธ์ของโครงสร้าง ธรรมาภิบาล (Governance Structure) เนื่องจากการถือหุ้นโดยรัฐบาลในธนาคารและมีโอกาสที่ภาครัฐจะมีอิทธิพลต่อการกำกับดูแลกิจการและความเสี่ยง (risk governance) และโครงสร้างทางการเงินของธนาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อโครงสร้างเครดิตและสัมพันธ์ต่ออันดับเครดิตเช่นเดียวกับปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตอื่น

หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้ แสดงว่าธนาคารมีระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิตไม่เกินระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม ทั้งนี้ระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิตของฟิทช์ไม่ได้ถูกใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาอันดับเครดิต แต่เป็นเพียงข้อสังเกตถึงความเกี่ยวข้องและความมีนัยสำคัญของปัจจัยด้าน ESG ในการพิจารณาอันดับเครดิต สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

EXIM:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ BBB+ ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F1

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ bbb+

อันดับเครดิตภายในประเทศของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ คงอันดับที่ BBB+

KTB:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ BBB+ ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F1

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ bbb+

TTB:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ BBB ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F2

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ bbb

SCBT:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ A- ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F1

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ A- แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F1

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น คงอันดับที่ a-

UOBT:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ A- ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F1

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น คงอันดับที่ a-

BBL:

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ BBB; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ F2

อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ bbb

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ bbb

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ Global MTN คงอันดับที่ BBB

KTB สาขาหมู่เกาะเคย์แมน

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ BBB+ ปรับเป็น แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ BBB+


Update: 2026-09-23
Tags: