classicliterature.it.com

Elon Musk สร้างโรงหล่อกังหันก๊าซเอง แก้ ปัญหาขาดไฟของศูนย์ AI

Elon Musk สร้างโรงหล่อกังหันก๊าซเอง เพื่อให้ศูนย์ข้อมูล AI มีไฟฟ้าใช้เร็วขึ้น แต่แลกมาด้วยปัญหามลพิษทางอากาศ

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. Elon Musk ได้ยืนยันถึงวัตถุประสงค์ของโรงหล่อลับที่ SpaceX กำลังสร้างขึ้นในเมืองบาสตรอป รัฐเท็กซัส ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตอบสนองต่อข่าวที่เริ่มมีการเปิดเผยรายละเอียดก่อนหน้านี้


โดยก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน The Information ได้เผยแพร่รายงานที่อ้างถึงประกาศรับสมัครงานซึ่งระบุอย่างชัดเจนถึง “โรงหล่อใบพัดและครีบกั้น (blades and vanes foundry)” พร้อมข้อมูลจาก Corey Trinetti ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบข้อมูล (due diligence) ผู้เขียนบทวิจารณ์รายละเอียดของไซต์โครงสร้างพื้นฐาน AI ในจดหมายข่าวของเขา ซึ่งรายงานว่า SpaceX ได้ซื้อที่ดินประมาณ 830 เอเคอร์ใกล้กับโรงงาน Starlink เดิมในบาสตรอป ระหว่างเดือน มี.ค. ถึง มิ.ย.

“SpaceX และ Tesla ต่างกำลังสร้างกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ 100GW ต่อปีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” Musk เขียนบน X เมื่อวันเสาร์ (29 ส.ค. 2569)” แต่ก๊าซธรรมชาติยังคงจำเป็นต้องใช้เพื่อเสริมและเป็นฐานให้กับพลังงานแสงอาทิตย์อีกหลายปี ปัจจัยจำกัดสำหรับการผลิตกังหันก๊าซธรรมชาติคือการหล่อใบพัดและครีบกั้น การทำโรงหล่อภายใน SpaceX เอง จะช่วยเร่งให้กังหันก๊าซธรรมชาติเริ่มใช้งานได้เร็วขึ้นถึง 18 เดือน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่ง”

เหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้ย้อนกลับไปที่หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่อุตสาหกรรม AI นองจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อย่างการขาดแคลน GPU เช่น ชิป Blackwell รุ่นใหม่ล่าสุดของ Nvidia ที่ยังคงมีระยะเวลารอคอยหลายเดือน แต่ข้อจำกัดที่สองที่เกิดขึ้นควบคู่กันคือ โครงข่ายไฟฟ้าทางกายภาพ โดยทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายในปี 2030 และ GE Vernova ผู้ผลิตกังหันก๊าซระบุว่า กำลังการผลิตของพวกเขาถูกจองเต็มจนถึงปี 2030 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI

การขาดแคลนดังกล่าวทำให้การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซส่วนตัวไว้ข้างศูนย์ข้อมูล แทนที่จะรอโครงข่ายไฟฟ้าหลัก กลายเป็นกลยุทธ์ที่แพร่หลายสำหรับกลุ่มที่เรียกว่า hyperscalers ซึ่งรวมถึง Amazon, Google, Meta, OpenAI และ Microsoft โดยหลังจากที่ให้ความสำคัญกับพลังงานลมและแสงอาทิตย์มาหลายปี ตอนนี้พวกเขากำลังเดิมพันกับก๊าซธรรมชาติเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเปิดใช้งานได้เร็วขึ้น

สำหรับปัญหาคอขวดในการหล่อชิ้นส่วนโดยเฉพาะ ตามรายงานของ The Information ใบพัดภายในส่วนที่ร้อนที่สุดของกังหันก๊าซจะทำงานที่อุณหภูมิประมาณ 3,000 ถึง 3,600 องศาฟาเรนไฮต์ (1,648.89 ถึง 1,982.22 องศาเซลเซียส) ซึ่งสูงกว่าจุดหลอมเหลวของโลหะผสมที่ใช้ผลิตถึงประมาณ 800 องศา สิ่งนี้เป็นไปได้เพราะช่องระบายความร้อนภายในของใบพัดและสารเคลือบป้องกันความร้อน รวมถึงวิธีการหล่อใบพัดแต่ละชิ้นที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งมีบริษัทเพียง 4 แห่งทั่วโลกเท่านั้นที่เชี่ยวชาญกระบวนการหล่อเพียงพอที่จะผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม และทุกบริษัทต่างก็มีคิวเต็มในขณะนี้

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยากเป็นพิเศษคือ ใบพัดแต่ละชิ้นต้องถูกหล่อให้เป็นผลึกเดี่ยว (single crystal) ที่ไม่แตกหัก โดยให้หล่ออย่างช้า ๆ  ภายในเตาสุญญากาศ โดยไม่มีรอยต่อระดับไมโครซึ่งจะทำให้โลหะหล่อทั่วไปแตกร้าวภายใต้แรงเค้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนแม้แต่กับใบพัดขนาดเล็กที่ใช้ในเครื่องยนต์เจ็ท ส่วนใบพัดในกังหันโรงไฟฟ้าจะมีขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้การผลิตในขนาดนั้นโดยไม่มีข้อบกพร่องทำได้ยากยิ่งขึ้น

หาก SpaceX ทำสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าพูดง่ายกว่าทำ นั่นหมายความว่าหน่วยงานภายใต้การควบคุมของ Musk จะถือครองความสามารถในการผลิตที่ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI รายอื่นทุกรายต้องพึ่งพากลุ่มผู้ผลิตน้อยรายในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ SpaceXAI ได้เปรียบในจุดที่คู่แข่งซึ่งมีเงินทุนสูงแต่ไม่มีฐานการผลิตไม่สามารถเลียนแบบได้โดยเร็ว

แต่นั่นยังหมายถึงการมีกังหันก๊าซเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกังหันที่ติดตั้งอยู่แล้วก็กำลังถูกฟ้องร้องโดยรัฐบาลกลางและมีการวิจัยด้านสุขภาพที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมลพิษที่ปล่อยออกมา

ในเมืองเมมฟิส ซึ่ง SpaceXAI ได้ใช้งานกังหันก๊าซเพื่อจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล Colossus ตั้งแต่ปี 2024 ทาง NAACP ได้กล่าวหาบริษัทซ้ำหลายครั้งว่าดำเนินงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือระบบควบคุมมลพิษตามที่กฎหมายรัฐบาลกลางกำหนด โดยองค์กรมีความกังวลว่ากังหันเหล่านี้ปล่อยสารประกอบที่ก่อให้เกิดหมอกควันและสารเคมีอันตราย เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นมลพิษที่เชื่อมโยงกับโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ และมะเร็งบางชนิด โดยไซต์ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับย่านที่เผชิญกับมลพิษทางอุตสาหกรรมอย่างหนักอยู่แล้ว และนักวิจัยจากมหาลัยเมมฟิส ระบุว่าจากการวิเคราะห์ที่จำกัดของพวกเขา มลพิษทางอากาศ “แย่ลงเล็กน้อย” เนื่องมาจากศูนย์ข้อมูลแห่งนี้

แต่กรณีในเมมฟิสเป็นเพียงกรณีที่เห็นได้ชัดที่สุด การต่อสู้แบบเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในทุกที่ที่กังหันก๊าซกลายเป็นวิธีแก้ปัญหามาตรฐานสำหรับการขาดแคลนพลังงานของศูนย์ข้อมูล ใน “Data Center Alley” ของรัฐเวอร์จิเนีย การศึกษาที่ได้รับมอบหมายโดย Piedmont Environmental Council  ได้ใช้แบบจำลองผลกระทบด้านสุขภาพ COBRA ของ EPA เพื่อประเมินกังหันก๊าซแบบเต็มเวลา 8 ตัวของโรงงานแห่งเดียว

พบว่าการปล่อยมลพิษอาจส่งผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 2.5 ล้านคนในหลายเคาน์ตี้ โดยผลกระทบหนักที่สุดตกอยู่กับชุมชนที่ถูกละเลยอยู่แล้ว และอาจส่งผลให้มีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นประมาณ 3.4 ถึง 6.5 รายต่อปี ซึ่งคิดเป็นความเสียหายด้านสุขภาพรายปีประมาณ 53 ล้านถึง 99 ล้านดอลลาร์

ที่มา: TechCrunch

Update: 2026-08-31
Tags: