จากแชมป์เอเชียสมัย 4 สู่โอลิมปิกครั้งแรก ส่องบทวิเคราะห์สื่อจีน–ญี่ปุ่น ‘ทีมสาวไทย’ คว้าแชมป์ด้วยกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่โชคชะตา - Marketeer Online
วันที่ 30 สิงหาคม 2026 เวลา 18.45 น. ตามเวลาประเทศไทย วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยลงสนามรอบชิงชนะเลิศศึก AVC Women’s Volleyball Asian Championship 2026 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ไทยเอาชนะจีน 3-2 เซต 25-20, 11-25, 23-25, 25-18 และ 15-10 คว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 และป้องกันแชมป์จากปี 2023 ได้สำเร็จ
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ทีมไทยได้สิทธิ์เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยการแข่งขันครั้งนี้มีโควตาโอลิมปิกของเอเชียเพียง 1 ที่นั่งสำหรับทีมแชมป์ ขณะที่ทั้ง 3 ทีมที่ขึ้นโพเดียมจะได้สิทธิ์ไปแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ด้วย
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขัน คือมุมมองจากสองชาติที่ไทยต้องเอาชนะระหว่างเส้นทางสู่แชมป์ ทั้งญี่ปุ่นในรอบรองชนะเลิศ และจีนในรอบชิงชนะเลิศ
เมื่อดูจากบทวิเคราะห์ของสื่อจีนและญี่ปุ่น จะเห็นภาพของทีมไทยในอีกมุมหนึ่งว่า จุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่การมีผู้เล่นที่สูงกว่า หรืออันดับโลกที่เหนือกว่า แต่เป็นการทำให้คู่แข่งเล่นในเกมที่ตัวเองไม่ถนัด
ไทยผ่านญี่ปุ่น ก่อนกลับมาชนะจีน
เส้นทางแชมป์ของไทยเริ่มจากการเจอกับญี่ปุ่นในรอบรองชนะเลิศ วันที่ 29 สิงหาคม
ก่อนการแข่งขัน ญี่ปุ่นมีอันดับโลกอยู่ที่ 6 ขณะที่ไทยอยู่อันดับ 17 แต่ไทยเอาชนะญี่ปุ่น 3-1 เซต 25-21, 25-20, 20-25 และ 25-20 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
จากนั้นอีกวัน ไทยต้องเจอกับจีนในรอบชิงชนะเลิศ และแม้จีนจะเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 เซต แต่ไทยกลับมาเก็บเซต 4 และเซต 5 จนชนะ 3-2 คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

สื่อจีนมองว่า เกมเร็วของไทยสร้างปัญหาให้ญี่ปุ่น
หนึ่งในแหล่งข่าวจีนที่น่าสนใจคือ Tianjin Daily หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองเทียนจิน ซึ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน โดย Tianjin Daily ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1949 และเป็นหนังสือพิมพ์ประจำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเทียนจิน
รายงานของ Tianjin Daily หลังรอบรองชนะเลิศ ระบุว่า ไทยเอาชนะญี่ปุ่น 3-1 และชี้ไปที่ เกมรุกที่รวดเร็วและหลากหลายของไทย ว่าสร้างปัญหาให้ญี่ปุ่นอย่างมาก
แม้ญี่ปุ่นจะทำคะแนนจากเกมรุกได้มากกว่าไทย โดยญี่ปุ่นทำได้ 61 คะแนน ขณะที่ไทยทำได้ 57 คะแนน แต่ญี่ปุ่นกลับเสียคะแนนจากความผิดพลาดของตัวเองถึง 28 คะแนน ขณะที่ไทยเสียเพียง 14 คะแนน
ดังนั้น ในสายตาของสื่อจีน เกมนี้ไม่ได้มีคำตอบเพียงว่าไทย “ตีดีกว่า” ญี่ปุ่น แต่เป็นเพราะไทยสามารถเล่นเกมของตัวเองได้ต่อเนื่อง ขณะที่ญี่ปุ่นพลาดมากเกินไป
สื่อญี่ปุ่นหยิบตัวเลขเดียวกันมาถามว่า ญี่ปุ่นแพ้ตัวเองหรือไม่
ฝั่งญี่ปุ่น เว็บไซต์ THE ANSWER เป็นสื่อข่าวกีฬาเฉพาะทางของญี่ปุ่น
ซึ่งหลังญี่ปุ่นแพ้ไทย THE ANSWER พาดหัวไปที่ตัวเลขความผิดพลาดของญี่ปุ่น โดยระบุว่า ญี่ปุ่นเสียแต้มจากความผิดพลาดของตัวเองถึง 28 คะแนน ขณะที่ไทยเสียให้ญี่ปุ่น 14 คะแนน หรือเท่ากับว่า ไทยได้คะแนนจากความผิดพลาดของญี่ปุ่นมากกว่าถึง 2 เท่า
บทความยังรวบรวมความเห็นจากแฟนวอลเลย์บอลญี่ปุ่นที่มองว่า ความผิดพลาดจำนวนมากทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถเอาชนะเกมที่ตัวเองควรจะควบคุมได้
ความคิดเห็นส่วนใหญ่มองว่า ภาพของชัยชนะไทยต่างจากคำว่า “ไทยเล่นดีกว่า” เพียงอย่างเดียว โดยไทยสามารถกดดันให้ญี่ปุ่นต้องเล่นยาก และเมื่อญี่ปุ่นเริ่มผิดพลาด คะแนนก็ถูกเปลี่ยนเป็นโอกาสของทีมไทยทันที

จีนเองก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน แต่คนละรูปแบบ
ถ้าญี่ปุ่นเสียคะแนนจากความผิดพลาดของตัวเอง จีนเจอปัญหาอีกแบบหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศ
ก่อนเกม สื่อจีนพูดถึงจุดแข็งของไทยในเรื่อง เกมเร็ว การต่อบอล และเกมรับ ซึ่งเป็นสไตล์ที่ทำให้จีนไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบเรื่องความสูงบริเวณหน้าเน็ตได้อย่างเต็มที่
บทวิเคราะห์จาก Sina News ย้อนกลับไปดูการแพ้ไทยของจีนในรอบชิงชนะเลิศปี 2009 และ 2023 และชี้ถึงปัญหาที่คล้ายกัน ทั้งการรับบอลแรก การรับมือกับเกมเร็ว และการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกของไทย
รอบชิงฯ ไทยไม่ได้ชนะเพราะจีนเล่นแย่ตลอดเกม
จีนมีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีกว่าไทยอย่างชัดเจน จีนชนะเซตแรก 25-20 ก่อนที่ไทยจะตอบโต้ด้วยการชนะเซตสอง 25-11 แต่จีนกลับมาชนะเซตสาม 25-23 ทำให้ขึ้นนำ 2-1
ไทยจึงต้องชนะทั้งเซต 4 และเซต 5 เพื่อกลับมาคว้าแชมป์ สุดท้ายไทยชนะเซต 4 ที่ 25-18 และปิดเกมในเซตตัดสิน 15-10
ตลอด 5 เซต ไทยทำคะแนนรวม 99 คะแนน ขณะที่จีนทำได้ 98 คะแนน ต่างกันเพียง 1 คะแนน ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า เกมไม่ได้ขาด และจีนเองก็มีโอกาสคว้าแชมป์ แต่ไทยเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าในช่วงที่ต้องตัดสินเกม

ไทยมีอะไรที่จีนและญี่ปุ่นต้องระวัง
เมื่อนำมุมมองจากจีนและญี่ปุ่นมาเทียบกัน จะเห็นจุดร่วมที่น่าสนใจ
ญี่ปุ่น เจอปัญหาจากความผิดพลาดของตัวเอง โดยเสียถึง 28 คะแนนจาก Opponent Error ขณะที่ไทยเสียเพียง 14 คะแนน
ส่วน จีน ต้องรับมือกับเกมที่รวดเร็วและหลากหลายของไทย ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบเรื่องความสูงและเกมหน้าเน็ตถูกลดทอนลงทั้งสองกรณีจึงนำไปสู่ภาพเดียวกัน คือ ไทยสามารถทำให้คู่แข่งหลุดออกจากเกมที่ตัวเองถนัด
ญี่ปุ่นมีเกมรุกที่ทำแต้มได้มากกว่าไทยในรอบรองชนะเลิศ แต่กลับเสียคะแนนจากความผิดพลาดมากกว่า จีนมีความได้เปรียบเรื่องรูปร่างและหน้าเน็ต แต่ไทยใช้ความเร็วและการเปลี่ยนจังหวะเข้ามาสู้
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ไทยสามารถเอาชนะทีมที่อันดับโลกสูงกว่าได้ต่อเนื่องในรายการเดียว

แชมป์ปี 2026 ทำให้ไทยคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 หลังจากเคยคว้าแชมป์ในปี 2009, 2013 และ 2023 และยังสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนแชมป์คือ ตั๋วโอลิมปิก
การแข่งขันครั้งนี้เป็นเส้นทางสู่โควตาโอลิมปิกของเอเชีย โดยทีมแชมป์ได้สิทธิ์โดยตรง และไทยเป็นฝ่ายคว้าโควตานั้น หลังเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศ
ขณะเดียวกัน ไทย จีน และญี่ปุ่น ซึ่งจบการแข่งขันใน 3 อันดับแรก ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 จากทีมอันดับ 17 ของโลกที่ต้องเจอกับญี่ปุ่นอันดับ 6 และจีนอันดับ 7 ไทยจบการแข่งขันด้วยการชนะทั้งสองทีม คว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และคว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งแรก
ดังนั้น หากถามว่า จีนและญี่ปุ่นมองวอลเลย์บอลหญิงไทยอย่างไร
คำตอบจากสองฝั่งอาจต่างกันในรายละเอียด แต่มีจุดร่วมอยู่เรื่องหนึ่ง
จีนต้องรับมือกับ ความเร็วและความหลากหลายของเกมไทย
ญี่ปุ่นต้องเจอกับ แรงกดดันจนเกิดความผิดพลาดของตัวเอง
และเมื่อทั้งสองทีมต้องออกจากเกมที่ตัวเองถนัด ทีมไทยจึงมีโอกาสเปลี่ยนสถานการณ์ให้กลายเป็นชัยชนะ
แชมป์เอเชียครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการชนะจีนเพียงเกมเดียว แต่เกิดจากการผ่านทั้งญี่ปุ่นและจีนในสองรอบสุดท้าย และทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยก้าวจาก แชมป์เอเชีย สู่โอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แหล่งข้อมูล : Volleyball World., Tianjin Daily, THE ANSWER
รูปภาพ : Thailand Volleyball Association สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย