Deepal S05 Minorchange 2026 ปรับดีไซน์ภายนอก - ภายใน อัพเกรดช่วงล่างแบบ FSD เริ่มจำหน่ายแล้วที่จีน - HeadLight Magazine
9 สิงหาคม 2026 เวลา 21:47 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide, NEWS | โดย QCXLOFT | อ่านไปแล้ว: 1187 ครั้ง
ขณะที่ Deepal S05 กำลังสร้างยอดขายและได้รับการตอบรับที่ดีในประเทศไทย ล่าสุด Deepal ประเทศจีน ก็เดินหน้าอัพเกรดรถรุ่นนี้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดตัว S05 รุ่นปรับโฉม Minorchange ที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการติดตั้ง LiDAR เป็นครั้งแรก เสริมศักยภาพระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ อัพเกรดช่วงล่างด้วยการติดตั้งโช๊คอัพ FSD Variable Shock Absorber พร้อมเพิ่มขุมพลังไฟฟ้าที่มีระยะทางวิ่งสูงสุด 620 กิโลเมตร (CLTC) สะท้อนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน






ด้านงานออกแบบภายนอก Deepal S05 Minorchange ยังคงรูปลักษณ์โดยรวมใกล้เคียงกับรุ่นเดิมแทบทั้งหมด โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ชุดไฟ Daytime Running Light ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมเพิ่มไฟสัญญาณสีฟ้า เพื่อบ่งบอกสถานะขณะระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติกำลังทำงาน นอกจากนี้ยังเพิ่มแถบตกแต่งสีเงินบริเวณชายล่างรอบคัน และเปลี่ยนมาใช้ล้ออัลลอยลวดลายใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า

ด้านระบบช่วงล่าง Deepal S05 รุ่นใหม่ ติดตั้งระบบ FSD + HRS Advanced Variable Adaptive Suspension เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย โดยระบบ FSD (Frequency Selective Damping) จะปรับค่าความหนืดของโช้กอัพแบบเรียลไทม์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวถนนในแต่ละช่วง ขณะที่ HRS (Hydraulic Rebound Stopper) ใช้ชุดไฮดรอลิกช่วยลดแรงกระแทกในจังหวะยืดตัวของช่วงล่าง ช่วยลดอาการเด้งหรือสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระ ส่งผลให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและมั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเดินทางไกล



ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับรายละเอียดใหม่เช่นกัน โดยยังคงแนวคิดการออกแบบที่เรียบง่าย พร้อมหน้าจอกลางระบบสัมผัสแบบลอยตัว แต่เพิ่มทางเลือกโทนสีห้องโดยสารใหม่ Nebula Purple ตกแต่งด้วยสีม่วงตัดกับสีอ่อน เพิ่มบรรยากาศให้ดูทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น ขณะที่พวงมาลัยได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมติดตั้ง หน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ Instrument Display ขนาดกะทัดรัดบริเวณด้านหลังพวงมาลัย แทนการแสดงผลบนระบบ AR-HUD เพียงอย่างเดียว แบบรุ่นเดิม ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังยังได้รับการออกแบบใหม่ จากเดิมแบบช่องเดี่ยว เปลี่ยนเป็นช่องแอร์คู่ พร้อมสามารถปรับทิศทางลมแยกซ้าย–ขวาได้อิสระ ช่วยกระจายลมเย็นได้ทั่วถึงและเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารตอนหลังมากยิ่งขึ้น


ด้านระบบ Infotainment ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ด้วย Deepal OS 4.2 พร้อมหน้าจอสัมผัสความละเอียด 2.5K ขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อระหว่างรถกับสมาร์ทโฟนได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงผสานการทำงานกับ DeepSeek AI เพื่อรองรับการสั่งงานด้วยเสียงและการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเพิ่ม โหมดบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Cabin Mood) ให้เลือกถึง 9 รูปแบบ ปรับการแสดงผลและเอฟเฟกต์ภายในรถให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์
Deepal ยังปรับปรุงฟังก์ชันอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม อาทิ แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W พร้อมระบบระบายความร้อน รองรับการชาร์จแบบมีสายกำลังสูงสุด 60W รวมถึงเพิ่มระบบนิเวศดิจิทัลใหม่ ที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ใช้ รถยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น


ขุมพลังมีให้เลือก 2 รหัส ได้แก่ 520 และ 620
รุ่น 520 ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ หรือ 272 แรงม้า (PS) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 56.16 kWh อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้ 6.28 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 185 km/h สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 520 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC)
ขณะที่รุ่น 620 ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ หรือ 272 แรงม้า (PS) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 68.82 kWh อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้ 6.48 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 185 km/h สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 620 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC)
ทุกรุ่น รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ 3C Supercharging สามารถชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC จาก 30-80% ได้ภายใน 15 นาที


Deepal S05 Minorchange เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศจีน เคาะราคาจำหน่ายอยู่ที่ 119,900 – 151,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราว 585,000 – 740,000 บาท) ส่วนตลาดประเทศไทย คาดว่าจะมีการเปิดตัวตามมาในช่วงปลายปี 2026 – ต้นปี 2027 หลังพบรถทดสอบของ S05 รุ่นปรับโฉมใหม่ เริ่มออกวิ่งเก็บข้อมูลบนถนนในประเทศไทยแล้ว ขณะที่ S05 รุ่นปัจจุบันยังคงทำตลาดในไทยทั้งขุมพลัง BEV และ REEV โดยต้องติดตามกันต่อไปว่าเวอร์ชั่นไทยจะได้รับการปรับรายละเอียดและอุปกรณ์ต่างๆ ตามเวอร์ชั่นจีนมากน้อยเพียงใด
ที่มา : Deepal