“วัฒนาการแพทย์” ทุ่มลงทุนเครื่อง CT Scan AI ยกระดับการแพทย์ลุ่มน้ำโขง

บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจการแพทย์เชิงรุก มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุดยกระดับศักยภาพการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยการทุ่มงบประมาณลงทุนนำเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ชนิด 394 สไลด์ นวัตกรรม AI Revolution™ Maxima จาก GE HealthCare ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนและการเชื่อมโยงเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินข้ามพรมแดน อุดรธานี – หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) ที่ช่วยตัดลดระยะเวลาวิกฤตได้กว่า 50% ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Healthcare Hub) ที่ได้รับความไว้วางใจในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ดร.ณัฐธิรา ตั้งสืบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของการบริหารจัดการงบลงทุน (Capital Expenditure) เพื่อเพิ่มคุณภาพและความแม่นยำในการรักษา โดยการนำเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ชนิด 394 สไลด์ ซึ่งเป็นนวัตกรรม AI ล่าสุด เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของกระบวนการตรวจแบบเดิม และด้วยเทคโนโลยี AI Auto-Positioning ที่ช่วยจัดตำแหน่งผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ ลดระยะเวลาการรอคอย เพิ่มอัตราการรองรับผู้ใช้บริการต่อวัน (Patient Throughput) ตลอดจนให้ภาพวินิจฉัยที่คมชัดสูงและคุมปริมาณรังสีให้อยู่ในระดับต่ำ เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ยึดมั่นในหลักการ “ความปลอดภัยของผู้ป่วยสำคัญที่สุด” (Patient Safety First) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มารับบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติ
นอกจากนวัตกรรมที่ทันสมัยแล้ว หัวใจสำคัญของการขยายบริการของบริษัทฯ คือการวางโครงข่ายดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินแบบผสานพลัง (Synergy) ในเส้นทางยุทธศาสตร์ อุดรธานี – หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งแต่ละจุดห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมงของการเดินทาง
“เดิมทีหากเกิดเคสฉุกเฉินวิกฤตในนครหลวงเวียงจันทน์ การประสานงานส่งรถกู้ชีพจากอุดรธานีไปรับเพื่อนำกลับมารักษา อาจต้องใช้เวลาเดินทางรวมมากถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต” ดร.ณัฐธิรา กล่าว
บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการส่งต่อร่วมกับศูนย์การแพทย์ Alliance International Medical Centre ในนครหลวงเวียงจันทน์ และโรงพยาบาลหนองคาย วัฒนา ทำให้สามารถส่งรถฉุกเฉินที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้าถึงตัวผู้ป่วย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ได้ภายใน 10–20 นาที และนำส่งเข้าสู่กระบวนการรักษาที่อุดรธานีได้ภายใน 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง ช่วยตัดลดระยะเวลาลงได้กว่าครึ่งหนึ่ง รักษาช่วงเวลาทองคำ (Golden Period) ภายใต้แนวคิด “อยู่ที่ไหนก็ได้รักษา”
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังเน้นย้ำเรื่องการลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านกุมารเวชกรรมวิกฤตและการช่วยชีวิตเด็ก (Pediatric Advanced Life Support: PALS) ด้วยการอัปเดตแนวทางการปฏิบัติ (Guidelines) ตามมาตรฐานสากลระดับโลกที่ปรับปรุงทุกๆ 5 ปี พร้อมเปิดการฝึกอบรมให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรฉุกเฉิน ทั้งภายในเครือและขยายผลไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรใน จังหวัดเลย,หนองคายและอุดรธานี ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพร่วมกันทั้งภูมิภาค
การผสานพลังระหว่าง “เทคโนโลยี AI ที่แม่นยำ – ระบบการส่งต่อที่รวดเร็ว – บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากศูนย์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ (Diagnostic & Imaging Center) และขยายฐานการรักษาโรคซับซ้อนในเชิงรุก ขับเคลื่อน บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) สู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพที่มั่นคงและยั่งยืนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
Back to top button