คนร้ายป่วนบันนังสตา เผายาง-วางตะปูเรือใบ-ทำลายกล้อง CCTV-เผารถเครื่องจักร
คนร้ายป่วนบันนังสตา จ.ยะลา หลายจุด เผายาง-วางตะปูเรือใบ-ทำลายกล้อง CCTV และเผารถเครื่องจักรกลก่อสร้างถนน ขอประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา
เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 20 กันยายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หลายจุด บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 บริเวณบ้านพงยามู หมู่ที่ 3 (บ้านย่อยบ้านเงาะกาโป) ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและผู้ประกอบการภาคเอกชน
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้กระจายกำลังก่อเหตุหลายจุด ประกอบด้วย การเผายางรถยนต์จำนวน 2 เส้นบนผิวถนนสาย 410, การวางวัตถุต้องสงสัยบริเวณกลางถนน, การโปรยตะปูเรือใบ, ทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เสียหายจำนวน 2 ตัว รวมทั้งลอบวางเพลิงเผารถเครื่องจักรกลของบริษัท ชินวรยะลาก่อสร้าง จำกัด ซึ่งรับเหมาก่อสร้างถนน ได้แก่ รถแบคโฮ และรถบดถนน รวม 3 คัน นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ของชาวบ้านที่เดินทางไปรับซื้อลองกองจากอำเภอเบตงและกำลังเดินทางกลับบ้านถูกเผาทำลายความเสียหายด้วย
ล่าสุดเช้านี้ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจในพื้นที่ ได้รุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุในทันที พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์และเร่งวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน
นายก้องสกุล เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืน (ช่วงก่อนตี 3) โดยคนร้ายได้มุ่งเป้าก่อเหตุกับรถและเครื่องจักรที่กำลังรับเหมาก่อสร้างถนน 4 เลน เส้นทางจากบันนังสตาไปเบตง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่กลับถูกผู้ไม่หวังดีก่อเหตุสร้างความเสียหาย
“ก่อนหน้านี้ในยามค่ำคืน ทาง 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ได้จัดกำลังลาดตระเวนและตั้งด่านดูแลความเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทางจังหวัดได้เรียกประชุมร่วมกับ สภ.บันนังสตา และฝ่ายอำเภอ เพื่อยกระดับและปรับมาตรการป้องกันความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับคนงานและเครื่องจักรกล” นายก้องสกุล กล่าว
สำหรับมาตรการในเบื้องต้น ได้มีการหารือร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อกำหนดแนวทางป้องกัน เช่น การจัดให้รถเครื่องจักรกลและยานพาหนะทั้งหมดไปจอดรวมกันในจุดที่ปลอดภัย อาทิ บริเวณพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือหน้ามัสยิด พร้อมทั้งให้ทางบริษัทผู้รับเหมาจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชนเข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ จะมีการประสานกำลังพลดูแลรักษาความปลอดภัยตามแนวเส้นทางก่อสร้างตลอดสายอย่างเข้มงวด
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนว่า หากไม่มีความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาต่างๆ จะทำได้ยากยิ่งขึ้น แต่หากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาและเข้ามามีส่วนร่วม ปัญหาและความรุนแรงต่างๆ จะเบาบางลง พร้อมฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า แม้เหตุการณ์ความเสียหายอาจจะไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวโดยตรง แต่โครงการดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์และความสะดวกสบายของคนในท้องถิ่น ทุกคนจึงควรช่วยกันสอดส่องดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขและความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน.