ซัมซุง รุกตลาด B2B จับมือ ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ยกระดับสาขาทั่วประเทศ

ซัมซุง รุกตลาด B2B จับมือ ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ยกระดับสาขาทั่วประเทศ นำ SmartThings Pro และระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์อัจฉริยะ โซลูชั่นครบวงจรสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ลดต้นทุนและการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้ลูกค้า
ซัมซุง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้ารุกตลาด B2B Enterprise Solution ในประเทศไทย ด้วยโซลูชันการบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะแบบครบวงจรที่ผสานแพลตฟอร์ม SmartThings Pro เข้ากับระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (Commercial HVAC) ประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจบริหารจัดการพลังงาน ลดความซับซ้อนในการดูแลระบบ และยกระดับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้า โดยล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เพื่อนำโซลูชันดังกล่าวมาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาขา พร้อมศึกษาศักยภาพในการต่อยอดสู่เครือข่ายสาขาทั่วประเทศในอนาคต

One Samsung in Action: โซลูชันอัจฉริยะสำหรับธุรกิจยุคใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิด "One Samsung in Action" ของซัมซุงในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสำหรับองค์กร ที่นำศักยภาพของเทคโนโลยี AI, IoT, SmartThings Pro และโซลูชันระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ มาพัฒนาเป็นโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของธุรกิจยุคใหม่ ทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายด้าน ESG และความจำเป็นในการบริหารจัดการเครือข่ายสาขาจำนวนมากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า "ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างซัมซุงและไทวัสดุ นับเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนองค์กรไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นและมาตรฐาน ESG ที่มีความสำคัญเร่งด่วน ซัมซุง จึงมุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันแบบองค์รวมที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดย SmartThings Pro และเทคโนโลยี HVAC ขั้นสูงของเราจะช่วยให้พันธมิตรภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการและมีระบบงานที่ชาญฉลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความพร้อมรับมือกับอนาคตมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองบริษัท ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาของไทวัสดุไปทั่วประเทศ เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถสร้างทั้งคุณค่าทางธุรกิจและสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์ที่ยั่งยืนมากขึ้นได้ในอนาคต"
SmartThings Pro x Commercial HVAC: บริหารพลังงานและระบบอาคารจากศูนย์กลาง
หัวใจสำคัญของโซลูชัน ได้แก่ AI High-Efficiency Operation Control บน SmartThings Pro ที่ช่วยคาดการณ์ภาระความร้อนและปรับการทำงานของระบบปรับอากาศโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 23.4%* พร้อมด้วย AI Comfort Control ที่วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานเพื่อช่วยป้องกันการทำความเย็นเกินความจำเป็น และรักษาสมดุลระหว่างความเย็นสบายของลูกค้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงาน
นอกจากนี้ SmartThings Pro ยังช่วยให้ทีมงานสามารถบริหารจัดการหลายสาขา (Multi-site Management) ได้จากศูนย์กลาง ผ่านแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น แนวโน้มการใช้พลังงาน สถานะอุปกรณ์ และคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality หรือ IAQ) ในมุมมองเดียว พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบความผิดปกติของอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงรุก (Proactive Maintenance) ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ (Downtime) และช่วยให้การดำเนินงานในสาขาค้าปลีกขนาดใหญ่มีความต่อเนื่องยิ่งขึ้น
ใช้งานจริงแล้วในสาขาไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจ B2B อื่น ๆ
ด้าน น.ส.อภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศและกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า "พื้นที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องการโซลูชันด้านระบบปรับอากาศที่ผสานทั้งประสิทธิภาพสูงและความชาญฉลาดเข้าไว้ด้วยกัน การผสาน SmartThings Pro เข้ากับโซลูชันระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ หรือ Commercial HVAC ของซัมซุง ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานระดับองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ช่วยให้ไทวัสดุมองเห็นข้อมูลและควบคุมการทำงานของระบบในพื้นที่สาขาได้ดียิ่งขึ้น"
"แพลตฟอร์มนี้ช่วยติดตามการใช้พลังงานและประสิทธิภาพของระบบได้แบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงรุก และช่วยลดโอกาสเกิด downtime โดยได้นำโซลูชันไปใช้งานแล้วใน 3 สาขาของไทวัสดุ แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการระบบ HVAC ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปรับต้นทุนพลังงานให้เหมาะสม และยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งโดยรวมของลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม"
นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล โฮม กล่าวว่า "ธุรกิจค้าปลีกที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ต้องบริหารทั้งต้นทุนพลังงาน ระบบอาคาร และคุณภาพการให้บริการให้สมดุล ไทวัสดุจึงเดินหน้ากลยุทธ์ Smart Green Retail โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคุมต้นทุน และสร้างความพร้อมของธุรกิจให้รองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
ความร่วมมือกับ Samsung ในการนำ SmartThings Pro และ Smart HVAC ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการบริหารพลังงานและระบบปรับอากาศของสาขาจากศูนย์กลางมาใช้ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง โดยจากการนำร่องใน 3 สาขา เราเริ่มเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับทั้ง Operational Efficiency และ Customer Experience ควบคู่กัน พร้อมช่วยให้การบริหารจัดการสาขามีความเป็นระบบและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา Retail Operation ในอนาคต"
การจับมือกับไทวัสดุในครั้งนี้ ตอกย้ำแนวคิด "One Samsung in Action" ที่แสดงให้เห็นว่าโซลูชันของซัมซุงสามารถนำไปใช้งานจริงในธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจ B2B อื่น ๆ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนพลังงาน และยกระดับสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์ให้ยั่งยืนมากขึ้น และสะท้อนความมุ่งมั่นของซัมซุงในการผลักดันนวัตกรรม B2B Enterprise Solutions สำหรับองค์กรไทย ผ่านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ใช้งานได้จริง และสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจในประเทศไทย
สนใจนวัตกรรม B2B Enterprise Solutions สำหรับองค์กรและธุรกิจ สามารถติอต่อสอบถามได้ที่ 02-689-3277 หรือ 1282 กด 7 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/business/system-air-conditioners/vrf-dvm/
หมายเหตุ: *ผลการประหยัดพลังงานอ้างอิงจากการสาธิตภาคสนาม ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติชอนนัม (อาคาร JBJ) เดือนมกราคม 2026 โดยเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้อัลกอริทึม AI ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขการใช้งาน