classicliterature.it.com

Anthropic เปิดทุนวิจัย แจกเครดิต Claude สูงสุด 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หนุน AI วิจัยโรคหายาก

โรคหายากแต่ละชนิดอาจมีผู้ป่วยเพียงไม่กี่ราย แต่เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจุบันมีโรคหายากมากกว่า 7,000 ชนิด และมีผู้ป่วยรวมเกือบ 400 ล้านคนทั่วโลก 

ปัญหาคือยิ่งโรคพบได้น้อย ข้อมูลก็ยิ่งน้อยตาม ทำให้กว่าจะวินิจฉัยเจอหรือวิจัยยารักษาได้ต้องใช้เวลานานมาก หลายโรคจึงยังไม่มีทางรักษาในปัจจุบัน

Anthropic เลยตั้งโครงการ AI for Science Rare Disease Research Grants เพื่อให้ทุนนักวิจัยและสตาร์ทอัพ นำ AI อย่าง Claude มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเร่งการค้นคว้ายารักษาโรคกลุ่มนี้ให้เร็วขึ้น

ซึ่ง Anthropic เปิดตัวโครงการ AI for Science ก่อนหน้านี้เพื่อให้ Claude API กับงานวิจัยหลายสาขา ตั้งแต่การค้นหายาใหม่ไปจนถึงเรื่องควอนตัม แต่หลังจากทำโครงการมาระยะหนึ่ง พวกเขาพบว่างานวิจัยจะเดินหน้าได้ไวกว่าเดิมมาก ถ้าผู้รับทุนทำเรื่องคล้ายกันแล้วได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน Anthropic จึงปรับรูปแบบการให้ทุนใหม่ โดยหันมากำหนดหัวข้อวิจัยแบบเจาะจงแทน

หัวข้อแรกที่ประเดิมเปิดรับคือ ‘โรคหายาก’ ซึ่งทีมที่ได้รับคัดเลือกจะได้เครดิต Claude API มูลค่าสูงสุด 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้งานเป็นเวลา 6 เดือน

โดยอุปสรรคใหญ่ของการวิจัยโรคนี้ไม่ได้มีแค่จำนวนผู้ป่วยที่น้อย แต่เป็นเพราะข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก แถมที่ผ่านมาก็จะศึกษากันแยกทีละโรค ทำให้นักวิจัยมองไม่เห็นว่าหลายโรคอาจมีกลไกบางอย่างร่วมกัน ซึ่งถ้าจับจุดเชื่อมโยงตรงนี้ได้ก็อาจนำไปสู่วิธีรักษาแบบใหม่

Anthropic มองว่า AI สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ โดยเข้ามาช่วยสรุปงานวิจัยจำนวนมาก ดึงข้อมูลสำคัญออกมาจัดใหม่และวิเคราะห์หาความเชื่อมโยงของโรคที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้นักวิจัยตั้งสมมติฐานได้เร็วขึ้น

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้จะเอา AI มาแทนที่นักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการใช้ AI ลดเวลาจัดการข้อมูล เพื่อให้นักวิจัยมีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่นได้เต็มที่

ทุนแบ่งเป็น 2 สาย ทั้งงานวิจัยพื้นฐานและการพัฒนายา

1. สนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานด้านโรคหายาก

ทุนกลุ่มแรกนี้มอบให้นักวิจัย มหาวิทยาลัย องค์กรผู้ป่วย และ Data Science ที่ต้องการเจาะลึกถึงต้นตอของโรค โดยโครงการได้ร่วมมือ Monarch Initiative เพื่อเตรียมคลังข้อมูลสำคัญไว้ให้พร้อมใช้งาน

คลังข้อมูลที่เตรียมไว้ให้จะมีส่วนที่ทำหน้าที่คล้าย ‘ข้อมูลกลาง’ ที่รวบรวมข้อมูลโรคต่าง ๆ จากทั่วโลกมาไว้ที่เดียวกัน  มีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงข้อมูลยีน อาการ และข้อมูลจากสิ่งมีชีวิตหลายชนิดไว้ให้ รวมถึงมีระบบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ AI สามารถเข้าไปอ่านและทำความเข้าใจกลไกของโรคได้ง่ายขึ้น ทาง Anthropic เชื่อว่าถ้านักวิจัยนำ AI อย่าง Claude เข้าไปช่วยวิเคราะห์คลังข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ จะทำให้มองเห็นความเชื่อมโยงใหม่ๆ ระหว่างโรคที่อาจจะมองข้ามหรือยังไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนได้

2. สนับสนุนสตาร์ทอัปที่กำลังพัฒนายารักษาโรคหายาก

ทุนอีกกลุ่มจะมอบให้บริษัทและสตาร์ทอัปที่กำลังพัฒนายาโดยตรง เพราะถึงเราจะรู้ต้นตอของโรค แต่กว่าจะเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นยาสำหรับคนป่วยได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนที่ใช้เวลานานมาก ทั้งการทดสอบความปลอดภัยและการทำเอกสารเพื่อยื่นขออนุมัติ

Anthropic มองว่า AI จะเข้ามาช่วยลดเวลาในส่วนนี้ได้ โดยให้เข้ามาช่วยประมวลผลงานวิจัยว่ายาแนวทางไหนจะใช้ได้ผล ช่วยหาจุดเชื่อมโยงของโรคต่างๆ เพื่อให้ออกแบบการรักษาได้ตรงจุด รวมถึงช่วยร่างและตรวจทานความถูกต้องของเอกสารทางกฎหมาย

ถึงแม้ AI จะไม่สามารถไปเร่งขั้นตอนการทดลองหรือผลิตยาในห้องแล็บได้ แต่มันก็ช่วยลดภาระงานเอกสารและการวิเคราะห์ข้อมูลที่จากเดิมต้องใช้เวลาทำกันหลายเดือนให้เสร็จเร็วขึ้น

ตัวอย่างองค์กรที่เริ่มใช้ Claude แล้ว

Anthropic ยกตัวอย่างคนที่ได้ทุนโครงการ AI for Science ที่นำ Claude ไปใช้ทำงานจริง เช่น 

  • Every Cure ใช้ AI ค้นหาว่ายาที่มีอยู่แล้วเอาไปรักษาโรคอื่นได้ไหม
  • Centre for Population Genomics ใช้ช่วยเช็กยีนที่ผิดปกติแล้วส่งต่อให้หมอหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจต่อ
  • Violet Research Institute ใช้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพไปจนถึงทำเอกสารยื่น อย. สหรัฐฯ (FDA)

อย่างไรก็ตาม Anthropic ก็ยอมรับว่า AI ยังมีข้อจำกัดอยู่เยอะ โดยเฉพาะกับโรคที่ยังไม่ค่อยมีข้อมูลหรือข้อมูลยังกระจัดกระจาย เพราะต่อให้ AI จะเก่งแค่ไหนมันก็วิเคราะห์ไม่ได้ หากไม่มีข้อมูล 

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทั้งสายงานวิจัยพื้นฐานและสายการพัฒนายา โดย Anthropic จะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2026 เวลา 23:59 น. (ตามเวลา PST) 

อ้างอิง: anthropic

Update: 2026-07-21
Tags: