classicliterature.it.com

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’ ปั้นเมืองทองธานี สู่ Smart & Connected City [Advertorial]

จากนี้ไป ‘เมืองทองธานี’ จะไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศเท่านั้น แต่กำลังจะก้าวสู่การเป็น ‘Hub Connectivity City’ ที่เชื่อมโยงทุกระบบนิเวศของเมืองเข้าด้วยกัน ทั้งการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา ความบันเทิง ธุรกิจ การจัดงาน การเดินทาง ความปลอดภัย และโอกาสทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

เมื่อ AIS และ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายในเมืองทองธานีสู่ ‘Smart & Connected City’ ด้วยการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตั้งแต่เครือข่าย 5G-Advanced อินเทอร์เน็ตบ้าน ระบบคลาวด์ AI ไปจนถึงแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับบริหารจัดการเมืองภายใต้แนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City”

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

‘เมืองทองธานี’ จากแนวคิดเมืองครบวงจร สู่ Smart & Connected City

พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองทองธานีพัฒนามานานหลายทศวรรษภายใต้แนวคิดการเป็นเมืองที่มีองค์ประกอบครบครันสำหรับการใช้ชีวิต 

จุดตั้งต้นคือการสร้างพื้นที่นอกศูนย์กลางเมืองที่รองรับการอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา และการพักผ่อนในพื้นที่เดียว หรือแนวคิด Live–Work–Play–Learn ซึ่งเป็นทิศทางที่เมืองทองธานียึดถือมาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้การพัฒนาเมืองครบวงจรต้องก้าวไปสู่ Smart City ที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้คน

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

“เราไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าว่าจะนำเทคโนโลยีมาใส่ในเมืองให้มากที่สุด แต่เริ่มจากคำถามว่า คนที่อยู่ ทำงาน เรียน หรือเข้ามาใช้พื้นที่ จะใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นอย่างไร” พอลล์กล่าว

สำหรับเมืองทองธานี Smart City จึงไม่ได้หมายถึงการมีเทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เมืองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และตอบโจทย์แนวคิด Live–Work–Play–Learn 

“หลายคนนึกถึงเมืองทองธานีในฐานะที่ตั้งของ IMPACT แต่ที่นี่มีบทบาทมากกว่านั้น เพราะเป็นพื้นที่ของผู้อยู่อาศัย นักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัท ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน การพัฒนา Smart City จึงต้องตอบโจทย์คนทุกกลุ่มในระบบนิเวศของเมือง”

เขายกตัวอย่างตั้งแต่แอปพลิเคชันสำหรับผู้อยู่อาศัยเพื่อจัดการบริการรายเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าส่วนกลาง ไปจนถึงระบบเชื่อมต่อที่รองรับคนรุ่นใหม่ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษา ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแรงจะช่วยให้ IMPACT รองรับงานที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการถ่ายทอดสด การเชื่อมต่อผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และการออกแบบประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่สำหรับผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า และผู้ร่วมงาน

พอลล์มองว่า การมี AIS เป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี คือก้าวสำคัญในการผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็น Hub Connectivity City ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต การทำงาน ความบันเทิง การเรียนรู้ และโอกาสทางธุรกิจไว้ในเมืองเดียว

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับงานระดับนานาชาติที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อศูนย์ประชุม แต่ยังสร้างรายได้ต่อเนื่องให้โรงแรม ร้านค้า ระบบขนส่งและธุรกิจโดยรอบ

“การพัฒนาเมืองทองธานีสู่ Smart City ไม่มีเส้นตาย เพราะเทคโนโลยีและความต้องการของผู้คนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการสร้างทิศทางร่วมที่ชัดเจน เพื่อให้ทีมงาน ผู้ประกอบการ ผู้อยู่อาศัย และพันธมิตรเห็นภาพเดียวกันว่า เมืองกำลังมุ่งไปสู่การเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ ใช้ชีวิตง่าย และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น”

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

‘Digital Infrastructure’ ฐานรากของเมืองยุคใหม่  

ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า บทบาทของ AIS วันนี้คือการพัฒนา ‘National Intelligent Infrastructure’ หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ เพื่อรองรับการใช้ชีวิต การดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

“Digital Infrastructure คือระบบที่เชื่อมโยงการสื่อสาร การประมวลผลข้อมูล การให้บริการธุรกิจ และการเข้าถึงบริการในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายใยแก้วนำแสง การเชื่อมต่อระหว่างประเทศ ไปจนถึง Data Center, Sovereign Cloud และ Sovereign AI ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต”

เขามองว่า เมืองทองธานีเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีผู้คนหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการมากกว่า 111 ล้านคนต่อเดือน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแรงจึงมีความจำเป็นต่อการบริหารจัดการเมือง การรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ และการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

“ความร่วมมือครั้งนี้ AIS มุ่งทำให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของทุกจังหวะชีวิตในเมือง ตั้งแต่ Smart Living สำหรับที่อยู่อาศัย Virtual Classroom เพื่อการเรียนรู้ และ Telemedicine ที่ช่วยให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น”

ในมิติธุรกิจและอีเวนต์ โครงข่ายประสิทธิภาพสูงจะรองรับการเชื่อมต่อ การถ่ายทอดสด และการเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิทัลของผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจต่อยอด Cloud, AI และ Data Center เพื่อพัฒนาบริการใหม่และเข้าใจผู้ใช้ได้แม่นยำขึ้น

อีกองค์ประกอบสำคัญคือความปลอดภัย ทั้งการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การจัดการข้อมูล และระบบอัจฉริยะเพื่อดูแลพื้นที่ เช่น Smart Parking ซึ่งช่วยให้เมืองบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยขึ้นเมื่อกิจกรรมและจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น

ปรัธนากล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ดีต้องเป็น ‘ตัวเร่ง’ ที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ซึ่งผู้คนสัมผัสได้จริง

“สำหรับ AIS ความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดจากจำนวนเทคโนโลยีที่นำมาใช้ แต่วัดจากประโยชน์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง ตั้งแต่การเดินทาง การใช้ชีวิต การทำงาน ไปจนถึงการเข้าถึงบริการและประสบการณ์ใหม่ๆ ภายในเมือง”

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

เมืองทองธานีในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจนนทบุรี

พันธุ์แก้ว เพียงเพลง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เมืองทองธานีเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของนนทบุรี ที่รวมศูนย์ประชุมและนิทรรศการ พื้นที่ค้าปลีก งานบันเทิง กีฬา โรงแรม ธุรกิจท้องถิ่น และชุมชนที่อยู่อาศัยไว้ด้วยกัน

การจัดกิจกรรมทั้งระดับประเทศและนานาชาติช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ และยังกระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การยกระดับเมืองทองธานีสู่ Smart & Connected City จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว และผู้จัดงาน พร้อมส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี 

“การพัฒนา Digital Infrastructure ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดระยะยาว ทั้งในมิติ ‘ย่านน่าอยู่’ และ ‘ย่านสะดวก’ โดยเมืองทองธานีมีโครงข่ายคมนาคมและรถไฟฟ้ารองรับอยู่แล้ว ขณะที่ระบบดิจิทัลจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการ ทำธุรกรรม และยืนยันตัวตนได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ปั้นเมืองทองธานีให้เป็น ‘Smart MICE Destination’

ดร.สุภวัน ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB กล่าวว่า โครงการ Muang Thong NEXT เป็นตัวอย่างสำคัญของการยกระดับพื้นที่จัดงานไปสู่ Smart MICE Destination เพราะปัจจุบัน ศักยภาพของสถานที่จัดงานไม่ได้วัดจากขนาดพื้นที่หรือจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการและการออกแบบประสบการณ์ตลอดเส้นทางของผู้เข้าร่วมงาน ตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึง ระหว่างอยู่ในพื้นที่ และหลังจบงาน เช่น การใช้ Digital Twin จำลองการเดินทางและความหนาแน่นของผู้คนก่อนจัดงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายเมืองทั่วโลกนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

“Digital Infrastructure จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการอีเวนต์ ทั้งการจัดการผู้คน การจราจร ความปลอดภัย การใช้พลังงาน และการดำเนินงานภายในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เครือข่ายความเร็วสูงและเสถียรยังเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการดึงดูดงานระดับโลก โดยเฉพาะอีเวนต์ด้านเทคโนโลยี อีสปอร์ต เกม การประชุมแบบไฮบริด และงานที่ต้องใช้การถ่ายทอดสดหรือข้อมูลปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนผู้เข้าร่วมงานให้เป็นผู้ใช้เมือง ผู้จัดงานและพื้นที่สามารถออกแบบ Customer Journey เชื่อมคนไปสู่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น” ดร.สุภวันกล่าว 

ความปลอดภัยที่สัมผัสได้จริง

พล.ต.ต.นิเวศ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ชี้ว่า เมืองที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นต้องยกระดับความปลอดภัยควบคู่กันทั้งความปลอดภัยในพื้นที่จริงและความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมทั้งเสนอว่า การให้บริการ Wi-Fi สาธารณะควรมีระบบยืนยันตัวตนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดการกระทำผิด ขณะเดียวกัน การใช้ AI ต้องมาพร้อมกับการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ตั้งแต่อาชญากรรมดิจิทัลไปจนถึงภัยคุกคามจากการใช้โดรน

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

เมืองทั้งเมืองในฐานะห้องเรียน

ดร.ภูมิ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า การมีวิทยาเขตอยู่ในเมืองทองธานีทำให้นักศึกษาไม่ได้เรียนรู้เฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถใช้เมืองทั้งเมืองเป็น Living Lab หรือห้องปฏิบัติการจริงได้ ตั้งแต่การสำรวจความต้องการของชุมชน การออกแบบโครงการ การพัฒนางานวิจัย ไปจนถึงการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยไปช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่

ดร.ภูมิ  บอกว่า “ความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังจะช่วยต่อยอดรูปแบบการศึกษา โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล AI และการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างออนไลน์กับออนไซต์ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้พร้อมกับทักษะที่โลกการทำงานต้องการ”

เมื่อข้อมูลสร้างโอกาสให้ธุรกิจและผู้บริโภค

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมและเกิดระบบนิเวศที่เชื่อมผู้คน กิจกรรม และธุรกิจเข้าด้วยกัน ย่อมเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เด่นชัย เพชรไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG มองในมุมของภาคการเงินพบว่า

“เทคโนโลยีอย่าง AI และ Data ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เข้าใจลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น และพัฒนาสินค้าหรือบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขาย ขยายส่วนแบ่งตลาด และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของผู้บริโภค เมืองที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นหมายถึงการเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวกและไร้รอยต่อ ตั้งแต่การชำระเงินดิจิทัล การทำธุรกรรม ไปจนถึงการเข้าถึงสินเชื่อและบริการที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล” เด่นชัยกล่าว

‘AIS’ ผนึก ‘บางกอกแลนด์’

เทคโนโลยีที่จับต้องได้จริง

โดย AIS จะนำศักยภาพด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาเสริมความพร้อมของเมืองทองธานีอย่างครบวงจร ประกอบด้วย

  • ปูพรมโครงข่ายมือถืออัจฉริยะ 5G ทั่วเมืองทองธานี พร้อมยกระดับสู่ 5G-ADVANCED ด้วยเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแรง ลดความหน่วง และรองรับการใช้งานหนาแน่นทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะศูนย์จัดงานและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันหลักหมื่นคน ทั้งการไลฟ์สตรีม, Immersive Experience, Extended Reality, Hologram และการถ่ายทอดสดคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์
  • ยกระดับทุกครัวเรือนสู่ Smart Living ด้วยเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และมาตรฐานใหม่ของอินเทอร์เน็ตไร้สาย WiFi 7 ช่วยให้บ้าน คอนโดมิเนียม และชุมชนเชื่อมต่อได้รวดเร็ว เสถียร และพร้อมรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต ตั้งแต่ Smart Home, Work from Home ไปจนถึง Telemedicine และระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล
  • ทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับยุค AI ด้วยโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions เพื่อช่วยให้อาคารสำนักงานและผู้ประกอบการขับเคลื่อน Digital Transformation ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ Cloud ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
  • ยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ของ IMPACT ด้วยเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก ให้การสื่อสาร ธุรกรรม และ Digital Engagement ดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ Exhibitor และผู้จัดงาน รวมถึงการต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้นสำหรับผู้ร่วมงาน

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้จะต่อยอดสู่การบริหารเมืองอัจฉริยะแบบครบวงจร ครอบคลุมเทคโนโลยีวิถีดิจิทัล อาทิ AI CCTV, IoT และ Cyber Security พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งศูนย์ประชุม ที่พักอาศัย และพื้นที่สาธารณะเข้าสู่ Smart City Data Platform และ Digital Twin เพื่อแสดงภาพรวมแบบเรียลไทม์ ช่วยให้วางแผนการจราจร พลังงาน และความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและผลักดันเมืองทองธานีสู่ต้นแบบ Smart & Connected City ที่ปลอดภัยและรองรับการเติบโตในอนาคต

ความท้าทายของ Smart City คือการทำให้เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ยกระดับศักยภาพของพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ ให้กลายเป็นประสบการณ์และโอกาสใหม่ที่ผู้คนและภาคธุรกิจสามารถสัมผัสได้จริง ทั้งการเดินทางที่คล่องตัวขึ้น ความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ การเข้าถึงบริการที่ง่ายขึ้น และโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมผลักดันเมืองทองธานี สู่ Hub Connectivity City และพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคตที่สร้างคุณค่าให้กับเมือง ชุมชน จังหวัดนนทบุรี และประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

Update: 2026-07-22
Tags: