classicliterature.it.com

สะเทือนวงการ AI ทั้งโลก OpenAI ใช้ Agent กว่าหมื่นตัว แก้โจทย์คณิตที่ไม่มีใครแก้ได้มา 90 ปี ในเพียงเวลา 88 ชั่วโมง

วันที่ 8 กันยายน 2569 OpenAI ได้สร้างแรงกระเทือนครั้งใหญ่ให้กับทั้งวงการเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ด้วยการประกาศว่าระบบ AI ภายในของบริษัทสามารถแก้โจทย์ Navier-Stokes existence and smoothness ได้สำเร็จ

นี่คือ 1 ใน 7 โจทย์ระดับตำนานอย่าง Millennium Prize Problems ที่สถาบัน Clay Mathematics Institute ตั้งค่าหัวไว้ตั้งแต่ปี 2000 ข้อละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา มีมนุษย์พิสูจน์สำเร็จเพียงข้อเดียวคือ Poincaré Conjecture โดย Grigori Perelman ในปี 2003 (ซึ่งเขาก็ปฏิเสธที่จะรับเงินรางวัล)

แต่สำหรับ Navier-Stokes นี่คือปริศนาที่ค้างคาใจมนุษยชาตินับตั้งแต่ยุค 1930 หรือเกือบ 90 ปีที่แล้ว ที่ไม่มีใครตอบได้ จนกระทั่งฝูง AI agent ของ OpenAI ใช้เวลาเพียง 88 ชั่วโมง ในการหาคำตอบที่มนุษย์หาไม่เจอมาเกือบศตวรรษ

Navier-Stokes คืออะไร? และทำไมการตอบคำถามนี้ได้ถึงสำคัญ

สมการ Navier-Stokes เป็นรากฐานสำคัญของฟิสิกส์ร่วมสมัย ตั้งชื่อตาม Claude-Louis Navier และ George Gabriel Stokes ใช้อธิบายการเคลื่อนที่ของ ‘ของไหล’ ทั้งหมดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม การไหลของน้ำ ไปจนถึงการสูบฉีดเลือดในเส้นเลือด สมการนี้คือหัวใจหลักในการออกแบบเครื่องบิน พยากรณ์อากาศ และเวชศาสตร์การแพทย์

สถาบัน Clay Mathematics Institute ได้ตั้งโจทย์ทางการของ Navier-Stokes ในพื้นที่ 3 มิติ ไว้ 4 ข้อย่อย (A, B, C, D) โดยข้อที่ AI ของ OpenAI แก้ได้ตรงกับ ข้อ C (Breakdown of Navier-Stokes Solutions on R3)

ถอดรหัสโจทย์ในภาษาง่าย ๆ คือ คำว่า Smooth หมายถึง กระแสน้ำไหลนุ่มนวล ไม่มีการกระชากหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วระดับที่หาค่าไม่ได้

โจทย์นี้กำลังถามว่า "เป็นไปได้ไหมที่เราเริ่มจากของไหลที่นิ่งและเรียบสนิท แล้วส่งแรงดันแบบนุ่มนวลเข้าไป แต่จู่ ๆ ของไหลกลับเกิดอาการสติแตก หรือ Singularity จนความเร็วพุ่งขึ้นเป็นอนันต์ (Infinity) ในช่วงเวลาอันสั้น?"

หากเกิด Singularity ขึ้นจริง จะหมายความว่าสมการที่เราใช้ทฤษฎีอธิบายการไหลของน้ำและลมมานับร้อยปีนั้นพังทลายลง เพราะในความเป็นจริง ของไหลไม่มีทางเคลื่อนที่เร็วเป็นอนันต์ได้ และต้องเปลี่ยนไปติดตามพฤติกรรมของอนุภาคทีละตัวแทน

สิ่งที่ AI ค้นพบ คือ กระแสน้ำวนที่บิดเบี้ยวจนไร้ขีดจำกัด

สิ่งที่ agent ของ OpenAI พิสูจน์ได้คือ ของไหลที่เริ่มต้นนิ่งสนิทและเรียบสมบูรณ์แบบ เมื่อมีแรงกระทำแบบเรียบ ๆ เข้าไป สามารถพัฒนาเป็น singularity ได้จริงภายในเวลาจำกัด โดยพลังงานของระบบยังคงมีค่าจำกัดตลอดกระบวนการ ไม่ใช่การใส่แรงไม่จำกัดเข้าไปตรง ๆ

ภาพที่เกิดขึ้นคือ vortex หรือกระแสน้ำวนที่หมุนบิดเข้าหาศูนย์กลาง แล้วยืดตัวออกเหมือนเส้นสปาเก็ตตี้ พื้นที่ตรงกลางจะหดตัวลงเรื่อย ๆ พร้อมกับหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ความยากทางเทคนิคอยู่ที่ตัวแปรในสมการ ทั้งความเร่ง แรงดัน การถ่ายเทโมเมนตัม และความหนืด ต้องโตขึ้นพร้อมกันแต่หักล้างกันในจังหวะที่แม่นยำพอดี 

ผลลัพธ์คือแรงภายนอกยังเรียบอยู่ ทั้งที่ความเร็วของของไหลพุ่งไม่มีขีดจำกัด นี่คือคำตอบที่ตรงกับข้อ C ในโจทย์ทางการของ Clay Mathematics Institute พอดี

AI แก้โจทย์นี้ได้อย่างไร

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของ AI อัจฉริยะเพียงตัวเดียวที่นั่งคิดโจทย์อยู่เงียบ ๆ แต่คือการทำงานของกองทัพ AI Agent นับหมื่นตัว ที่ช่วยกันระดมสมองและสู้กับโจทย์นี้ตลอด 88 ชั่วโมง

จุดเริ่มต้นต้องย้อนไปในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เมื่อ OpenAI เริ่มทดสอบโมเดลรุ่นใหม่ภายในบริษัท ผลปรากฏว่ามันทำคะแนนด้านคณิตศาสตร์ได้ดีเกินคาด จนกระทั่งวันที่ 1 กันยายน มีข่าวลือหนาหูว่ามีนักวิจัยแก้โจทย์ Millennium Prize ได้สำเร็จถึง 2 ข้อ ทีมงาน OpenAI จึงเกิดไอเดียแปลก คือ ปล่อยให้ AI Agent ลองไล่แก้โจทย์ Millennium Prize ที่เหลือทั้งหมดดูบ้าง

ระหว่างที่ปล่อยให้ Agent กระจายกำลังไปลุยโจทย์ยาก ๆ ก็เกิดจุดพลิกผันสำคัญขึ้น เมื่อ Agent กลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 100 ตัว ใช้เวลา 50 ชั่วโมงไปไขโจทย์ Euler equations ได้สำเร็จ ซึ่งสมการ Euler นี้เปรียบเหมือนแฝดคนละฝา ของ Navier-Stokes แค่ตัดเรื่องความหนืดของเหลวออกไป

เมื่อเห็นสัญญาณชี้ชัดว่ามาถูกทาง ทีมงานไม่รอช้า ตัดสินใจเทหมดตัก ทุ่มกำลังคอมพิวเตอร์ทั้งหมดมาที่โจทย์ Navier-Stokes ทันที โดยเอาคำตอบของ Euler equations ที่เพิ่งได้มา ป้อนเป็นจุดตั้งต้นให้ฝูง Agent ชุดใหม่ใช้ลุยต่อ

กลยุทธ์การทำงานของฝูง Agent คือ ทีมงานไม่ได้สั่งให้ทุกคนคิดไปในทางเดียวกัน แต่ใช้วิธีแบ่งกลุ่มถกเถียง

กลุ่ม A: ให้พยายามหาทางพิสูจน์ว่า คำตอบที่เรียบสม่ำเสมอมีอยู่จริง
กลุ่ม B: ให้พยายามพิสูจน์ในทางตรงกันข้ามว่า มันต้องเกิด Singularity หรือการระเบิดแน่นอน

เมื่อแต่ละกลุ่มลุยไปได้พักใหญ่ ทีมงานจะใช้ Codex ดึงเอาข้อมูลเชิงลึกที่ดีที่สุดจากแต่ละฝั่งมารวมกัน คล้ายกับการกลั่นเอาบทสรุปของการถกเถียง แล้วส่งกลับไปให้ Agent กลุ่มหลักนำไปเดินหน้าต่อ

ในที่สุด ความพยายามก็สัมฤทธิ์ผลในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน Agent กลุ่มหลักสามารถปลดล็อกคำตอบได้สำเร็จ หลังเวลาผ่านไป 88 ชั่วโมง นับจากปล่อย Agent ชุดแรก

และหลังจากไขโจทย์ได้ AI ยังใช้เวลาอีก 17 ชั่วโมง โดยให้โมเดล GPT-6 Astra ทำหน้าที่แปลงบทพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ทั้งหมด ให้กลายเป็น ภาษา Lean ซึ่งเป็นระบบภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องทางคณิตศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าคำตอบนี้ ถูกต้อง 100% แบบไม่มีข้อโต้แย้ง

เบื้องหลังชัยชนะครั้งนี้ คือตัวเลขการประมวลผลอันมหาศาล ตลอดทั้งโปรเจกต์มีข้อความที่เหล่า Agent คุยและถกเถียงกันเองสูงถึง 4.9 ล้านข้อความ และใช้ Output Tokens ไปมากถึง 300,000 ล้าน Tokens โดยเฉพาะแค่งานแก้โจทย์ Navier-Stokes อย่างเดียว ก็กินพลังงานไปกว่า 2.7 ล้านข้อความ และ 130,000 ล้าน Tokens ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านี่คือชัยชนะของการทำงานร่วมกันของ AI ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลก

อ้างอิง: forbes 

Update: 2026-09-09
Tags: