classicliterature.it.com

ทำไมย่านพระราม 9 เป็นทำเลทอง "ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง

เจาะทำเล พระราม 9 รามคำแหง พื้นที่ใหม่ บูม ดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเมืองที่มีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตเร็ว เฉพาะประเทศไทย มีการขอตั้งธุรกิจประเภทนี้กว่า 1,145 ราย และ กทม. เป็นพื้นที่ที่มีการจัดตั้งธุรกิจ Data Center มากที่สุด จำนวน 668 ราย รองลงมา ได้แก่ นนทบุรี 86 ราย เชียงใหม่ 45 ราย สมุทรปราการ 41 ราย ปทุมธานี 37 ราย ภูเก็ต 33 ราย ชลบุรี 28 ราย นครราชสีมา 15 ราย ระยอง 13 ราย และขอนแก่น 12 ราย 

ในขณะที่จำนวนอาคารศูนย์ข้อมูลมีราว 31 แห่ง โดยเฉพาะพื้นที่โซนรอบเมือง ได้แก่ ทิศเหนือทางดอนเมือง – นนทบุรี ทิศใต้ บางนา ส่วนที่ไฮไลต์มากที่สุด คือ พื้นที่ถนนพระราม 9 – รามคำแหง ซึ่งผู้สัญจรอาจพบอาคารขนาดใหญ่-กลาง ที่ภายในเป็นศูนย์ข้อมูลอย่างเดียว หลายแห่ง กระจายตัวยาวตลอดเส้นทาง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รายงานไปว่า พื้นที่บริเวณนี้มีจุดเด่นทางวิศวกรรม คือ เป็นจุดที่มีเส้นทางเดินสายไฟเบอร์ออปติกเข้าออกอิสระถึง 4 เส้นทาง (4 Diverse Fiber Routes) สามารถป้องกันอินเทอร์เน็ตล่ม และรับไฟฟ้าจากสถานีย่อยแยกกัน 2 สถานี ทำให้รองรับลูกค้าที่ต้องการความเสถียรสูง ความหน่วงต่ำ

ทำเลเด่นทางกายภาพ

ความสำคัญในพื้นที่นี้ ต้องพิจารณา บริเวณข้างเคียง ถนน 3 เส้น ได้แก่ ถนนเพชรบุรี รัชดา รามคำแหง มีแนวเส้นสายไฟเบอร์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแทบทุกรายเดินสายผ่านเพื่อจะไปเชื่อมต่อกับศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางของกรุงเทพฯ (IXP)

ย้อนไปในอดีต การวางสายโทรเลข – โทรศัพท์ จะเดินคู่ไปกับแนวรางรถรถไฟ และถนนสำคัญ ด้วยมีการจัดตั้งองค์การสื่อสาร ซึ่งแยกกิจการโทรศัพท์จากกรมไปรษณีย์โทรเลข และขึ้นกับกระทรวงคมนาคม ก่อนจะแยกเป็นอิสระเป็น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และเป็น TOT ในภายหลัง

การเดินสายสื่อสารระยะไกล โดยอาศัยแนวทางรถไฟ มีข้อดี คือ ไม่มีสิ่งกีดขวาง และมีรั้วป้องกันแนวสายไฟ มีการดูแลจากระบบบริการเดินรถไฟอยู่แล้ว

พันเอก สรรพชัย หุวนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT เปืดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบัน การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากรุงเทพฯ ไปถึงภาคใต้ ซึ่งเป็นศูนย์รวมสายเคเบิลใต้น้ำที่จะต่ออินเทอร์เน็ตไปทั่วโลกกว่า 70% ของประเทศ ยังเดินสายบนดินตีคู่กับทางรถไฟอยู่

ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานบริเวณทางรถไฟ และถนนสายสำคัญในอดีต ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์การโทรศัพท์ขยายโครงข่ายการสื่อสารสู่ระบบโทรคมนาคม และบริเวณพระราม 9 กับ รามคำแหงตั้งใกล้ทางรถไฟสายเก่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างชุมสายโทรศัพท์ทองแดงยุคเก่าขององค์การโทรศัพท์ฯ และเป็นไฟเบอร์ออปติกในภายหลัง

นอกจากนี้ สัญญาณอินเทอร์เน็ต เกิดจากการเชื่อมต่อกับเส้นทางหลักของโลก ซึ่งใช้สายเคเบิลใต้น้ำ เป็นจุดเชื่อมสำคัญ ซึ่งสายเคเบิลใต้น้ำที่เข้าสู่ประเทศไทย รวมประมาณ 10–12 ระบบ ซึ่งหากนับเฉพาะระบบหลักที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการหลักของประเทศอย่าง NTซึ่งกระจุกตัวที่ภาคใต้ เช่น สงขลา สตูล ขณะที่ฝั่งภาคตะวันออก มี จุดเชื่อมต่อขึ้นบก ที่ สถานีชลี 3 (ศรีราชา ชลบุรี) ดังนั้น การเชื่อมต่อเคเบิลระหว่างประเทศเข้ากรุงเทพฯ มีสองทิศนั่นคือ ฝั่งทิศใต้ และทิศตะวันออก

จากจุดขึ้นฝั่งของสายเคเบิลใต้น้ำ จะต้องเชื่อมเข้ามาที่ศูนย์กลางที่เรียกว่า ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตระดับชาติ (Internet Exchange Point – IXP) ซึ่ง เป็น “ทางแยกใหญ่” ที่สายเคเบิลใยแก้วนำแสงจากทุกผู้ให้บริการ (ISP) และคอนเทนต์ระดับโลก เช่น Google, Facebook, Microsoft มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

ในกรุงเทพฯ มี ศูนย์โทรคมนาคมนนทบุรี (ติวานนท์) ชุมสายหลักในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เป็นจุดเชื่อมโยงสายเคเบิลใยแก้วภาคพื้นดินและสถานีดาวเทียมที่สำคัญ

และ อาคาร CAT Tower บางรัก (NT IDC) เป็นที่ตั้งของ THAILAND IX ซึ่งถือเป็นชุมสายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงจุดเชื่อมต่อสำคัญอย่าง BBIX Bangkok No.2 Center และ BKNIX (Bangkok Neutral Internet eXchange) ซึ่งเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นกลางแห่งแรกของไทย

ดังนั้น หากวัดระยะแล้ว พื้นที่พระราม 9 อยู่ระหว่างทางของ “IXP” และ จุดขึ้นฝั่งสายเคเบิลใต้น้ำภาคตะวันออก ทำให้สายไฟเบอร์ที่ลากเข้าเมือง ต้องผ่านแนวถนนเหล่านี้ ทำให้ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งต้องการการถ่ายโอนข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศพร้อม ๆ กัน จะได้รับประโยชน์จากจุดเชื่อมนี้

เมื่อมีความเหมาสม ก็เริ่ม ศูนย์ข้อมูล IDC ในระยะแรก ๆ เพื่อให้บริการอาคารสำนักงานตามถนนเส้นนี้ ต่อมามีการขายและมีกลุ่มทุนเข้ามาหนุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ต่อ เมื่อมีการสร้างจุดเชื่อมต่อมากขึ้น การลากสายไฟฟ้า และสายเคเบิลสื่อสาร ก็ไม่ต้องทำยาว แต่ลากต่อจุดสั้น ๆ แปลงสภาพเป็นคลัสเตอร์ใหม่

จนกระทั่งในปี 2566 บริษัท เค ดีดี ไอ คอร์ปอร์เรชัน บริษัทแม่ของ Telehouse ได้ปักธงตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ 3.5 พันล้านบาท ขนาด 5.5 เมกะโวลต์แอมแปร์ และตามมาด้วย DAMAC ขนาด 10-20MW ที่เพิ่มจุดเชื่อมต่อมากขึ้น จนทำให้ย่านนี้เป็นคลัสเตอร์ที่ใหญ่ขึ้น

ศูนย์กลางเศรษฐกิจ เก่า – ใหม่

บริเวณถนนทั้งสามเส้น คือ พระราม 9 รัชดา และรามคำแหง ยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานจำนวนมาก ทั้งในฝั่งเพชรบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดของย่านอโศก ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารสำนักงานเดิม ที่มีความต้องการใช้การเชื่อมต่อทั้งอินเทอร์เน็ตความหน่วงต่ำ และศูนย์ข้อมูลกำลังการประมวลผลสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ขณะที่ พระราม 9 – รามคำแหง เป็น พื้นที่ที่น่าจับตาว่าจะเป็น New CBD มีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี-การเงิน อย่างเช่น อาคารสำนักงานของ บมจ.ทรู อาคาร G Tower ซึ่งมีบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งอยู่ในนั้น และอื่น ๆ ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะต้องการความเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความหน่วงต่ำ

Update: 2026-07-29
Tags: