classicliterature.it.com

แรงขายหุ้นชิปถล่ม! หุ้นเกาหลีใต้ดิ่ง 12% เบรกซื้อขายวันที่ 2 ติดต่อกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ค.69) ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงอย่างหนัก โดยระหว่างการซื้อขายดิ่งลงมากกว่า 12% ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก จากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นและเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีสั่งระงับการซื้อขายเป็นเวลา 20 นาที หลังดัชนี KOSPI ปรับตัวลงเกิน 8% ส่งผลให้ต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว หรือ Circuit Breaker เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากดัชนีร่วงลงเกือบ 11% เมื่อวันก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 เดือน

ณ เวลา 11:23 น. ตามเวลาไทย ดัชนี KOSPI ร่วงลง 12.3% มาอยู่ที่ 5,283.12 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย.69

แรงขายนำโดยหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ได้แก่ SK Hynix และ Samsung Electronics โดยหุ้น SK Hynix ดิ่งลงสูงสุดถึง 20% แม้บริษัทเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังไม่สามารถคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และความยั่งยืนของอุปสงค์ชิปที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและไต้หวันปรับตัวลงเช่นกัน สะท้อนแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่กระจายไปทั่วภูมิภาค

บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จำเป็นต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI หลังมีรายงานว่า Nvidia กำลังพิจารณาสนับสนุนเงินทุนแก่โครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่นำโดย OpenAI

นอกจากนี้ นักลงทุนยังประเมินการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิปอีกครั้ง หลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก ประกอบกับรายงานว่าจีนมีความก้าวหน้าในการพัฒนาอุปกรณ์ผลิตชิปภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ดัชนี KOSPI จะเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่สูงกว่าระดับเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับแรงหนุนจากกระแสลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด รวมถึงผลประกอบการของ Microsoft และ Meta Platforms ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

Back to top button

Update: 2026-07-29
Tags: