ศาลอาญาประหาร “แอม ไซยาไนด์” คดีที่ 8 ลวงสังหาร “จุ๋ม จันทรรัตน์” ล้างหนี้เงินกู้ สั่งชดใช้ 6 หมื่น พร้อมดอกเบี้ย
ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดี “แอม ไซยาไนด์” คดีที่ 8 กรณีการเสียชีวิตของ “จุ๋ม จันทรรัตน์” โดยศาลพิพากษาประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อประโยชน์จากการกระทำความผิดอื่น พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินแก่สามีผู้เสียชีวิต 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
วันที่ 22 ก.ย. 2569 เวลา 10.15 น. ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อ 856/2568 ซึ่งพนักงานอัยการคดีอาญาเป็นโจทก์ฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” หรือ นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 39 ปี ในความผิดเกี่ยวกับการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงการปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2565 “จุ๋ม จันทรรัตน์ วงศ์ไกรสิน” อายุ 43 ปี ออกไปพบจำเลยที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ก่อนกลับมาที่บ้านและมีอาการหมดสติ สามีนำส่งโรงพยาบาลชะอำ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนพบว่า ผู้เสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับจำเลยในเรื่องการร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้ โดยมีเงินร่วมลงทุน 70,000 บาท และยังมีเงินส่วนตัวที่ผู้ตายให้จำเลยยืมอีก 26,800 บาท
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานพบว่า ก่อนเกิดเหตุวันที่ 9 ส.ค. 2565 จำเลยสั่งซื้อสารไซยาไนด์ 1 กระปุก ก่อนนัดผู้ตายวันที่ 15 ส.ค. เพื่อคืนเงินลงทุนพร้อมดอกเบี้ย และอ้างว่าจะนำยาแก้อาการลองโควิดมาให้ที่ปั๊มน้ำมัน
ผลการตรวจทางการแพทย์พบความผิดปกติของร่างกาย โดยพยานผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ให้ความเห็นว่า อาการของผู้ตายมีลักษณะสอดคล้องกับการได้รับสารพิษไซยาไนด์ในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน กระทบต่อหัวใจและสมอง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ตาย พบแชตเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน หลักฐานการโอนเงิน รวมถึงไฟล์เสียงสนทนาระหว่างจำเลยกับผู้ตาย โดยมีการนัดหมายพบกันก่อนเกิดเหตุ
ศาลระบุว่า แม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยพบผู้ตาย หรือเห็นขั้นตอนการปลอมปนสารพิษโดยตรง แต่พยานหลักฐานโดยรวมมีน้ำหนักเพียงพอ ประกอบกับพฤติการณ์ในคดีที่ผ่านมา ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย ขณะที่พยานหลักฐานของจำเลยไม่สามารถหักล้างได้
ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในบทที่มีโทษหนักที่สุด คือ ประหารชีวิต และให้จำเลยชำระเงิน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2565 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง
ด้านทนายความของ “แอม” ระบุว่า จะยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา โดยเฉพาะประเด็นพยานหลักฐานที่ฝ่ายจำเลยอ้างว่าส่งมอบให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณา เช่น รายการเดินบัญชีและโทรศัพท์ของจำเลย รวมถึงประเด็นสารไซยาไนด์ที่จำเลยยืนยันว่าครอบครองเพียง 1 กระปุก และไม่มีรอยนิ้วมือที่เชื่อมโยงกับการใช้สารดังกล่าว
ทนายยังระบุว่า “แอม” ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด และยืนยันว่าจะอุทธรณ์ต่อสู้คดีตามขั้นตอน
สำหรับคดี “แอม ไซยาไนด์” ขณะนี้ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 8 คดี แบ่งเป็น ประหารชีวิต 3 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมด 15 คดีที่อัยการยื่นฟ้อง แบ่งเป็นคดีฆ่าผู้อื่น 14 คดี และพยายามฆ่า 1 คดี
ข่าวที่น่าสนใจ
จบคดีรถไม่หลบขบวนฉุกเฉิน ตำรวจเปรียบเทียบปรับคนขับเรียบร้อย
นางฟ้าตัวจริง! “เอวา” ขอจ่ายค่าของให้น้องๆ กลางห้าง ชาวเน็ตแห่อวยทั้งสวยทั้งใจบุญ
by TVPOOL ONLINE