classicliterature.it.com

สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น - มติชนสุดสัปดาห์

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 และ 3 นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต 15 พรรคประชาชนได้อภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนความคุ้มค่า และความจำเป็นของหลายโครงการที่เสนอของบประมาณในปี 2570 เนื่องจากหลายโครงการมีความซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่า และทับซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่นที่ทำอยู่แล้ว

เช่น โครงการ National E-Commerce Platform ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของบประมาณมา 9.88 ล้านบาท
ที่นายวิทวัสตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของโครงการ ว่า หน่วยงานต้องการทำอะไร จะทำแพลตฟอร์มแข่งกับแพลตฟอร์มเอกชนต่างชาติ ที่ดำเนินการอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าทำ จะมีผู้ใช้บริการจริงหรือ จะแข่งกับแพลตฟอร์มเอกชนต่างชาติได้หรือ หากไม่แล้ว ย่อมเป็นการสิ้นเปลืองงบงบประมาณ

นอกจากนี้ นายวิทวัสยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวเสี่ยงซ้ำซ้อนกับโครงการที่หน่วยงานอื่นทำอยู่ เช่นโครงการของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ที่ก็มีโครงการจะสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซเช่นกัน มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน โดยตั้งงบไว้หลายโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้นายวิทวัสยังตั้งคำถามถึงตัวชี้วัดโครงการ ว่ามีการประเมินหรือไม่ว่า หากดำเนินโครงการนี้แล้ว จะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากผู้ประกอบการได้มากน้อยแค่ไหน

ประเด็นถัดมา นายวิทวัสตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงพาณิชย์มีคำของบประมาณเกี่ยวกับโครงการปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จำนวนมาก จากหลายหน่วยงานภายใต้กระทรวงพาณิชย์เองเช่น ของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ของกรมการค้าต่างประเทศ เป็นต้น

คำถามคือ กระทรวงพาณิชย์เคยประเมิน หรือมียุทธศาสตร์ในภาพรวมหรือไม่ ว่าเป้าหมายการลงทุนเรื่อง AI ของแต่ละกรม แต่ละหน่วยงาน คืออะไร ทำอย่างไรให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงหน่วยงานได้สำรวจความต้องการใช้งานจากผู้ประกอบการก่อนของบประมาณหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยหลายหน่วยงานราชการในปัจจุบัน ที่ใช้ “AI” มาเป็น รหัส ATM สำหรับกดเงินเบิกงบประมาณ

หรืออีกหนึ่งโครงการของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ที่ชื่อ “SME Virtual Clinic เพื่อการส่งออก” ที่ของบมา 7.63 ล้านบาท

นายวิทวัสตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม ITD Expert Anywhere ซึ่งจากการสืบค้นพบว่าโครงการตั้งเป้า 3 ปี จะช่วย SME ให้ได้ 600,000 ราย แต่จนถึงปัจจุบันตั้งแต่เริ่มโครงการมา จนปีนี้มาของบปีที่ 5 ยอดดาวน์โหลดอยู่ที่หลักหมื่นรายเท่านั้น

ที่สำคัญของโครงการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ลักษณะนี้ มีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์เอง เช่น กรมส่งเสริมการค้าประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า FTA Center นอกกระทรวงพาณิชย์ ก็มีทั้ง สสว. และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โครงการดังกล่าวจึงมีปัญหาทั้งในมิติความคืบหน้า และความซ้ำซ้อนกับภารกิจที่หน่วยงานอื่นทำอยู่

ประเด็นสุดท้าย นายวิทวัสอภิปรายถึงปัญหา การขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่ล่าช้า โดยปัจจุบันมีคำขอขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาค้างการพิจารณามากกว่า 90,000 คำขอ ซึ่งปีนี้กระทรวงพาณิชย์ก็มีของบ เพื่อไปทำระบบ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขึ้นทะเบียนทรัพสินทางปัญญา นายวิทวัสจึงตั้งคำถามว่า มีการตั้งเป้าจะช่วยลดคำขอค้างสะสมจาก 90,000 คำขอ ลงได้เท่าไร ภายในเมื่อไร

ทั้งนี้ นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้กล่าวสรุป โดยขอให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ทบทวนการใช้งบประมาณ มุ่งลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคุ้มค่า ตลอดจนไม่ทำภารกิจที่ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อให้การใช้งบประมาณที่มาจากภาษีพี่น้องประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด

Update: 2026-09-09
Tags: