4 Apple Watch น่าใช้ ถูกใจสายสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ฟีเจอร์มาครบ เริ่ม 8,500.- ก็ใช้ได้แล้ว!!

ในยุคนี้เมื่อหลายคนหันมาดูแลสุขภาพออกกำลังกายอย่างจริงจังแล้วต่างก็มีสมาร์ทว็อชติดตัวไว้คนละเรือนและ Apple Watch ก็เป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจหลายคน โดยเฉพาะผู้ใช้ iPhone ซึ่งตอนนี้ก็แยกเป็นรุ่น SE เพื่อคนมีงบประมาณจำกัดแล้วยังได้ฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วนไว้ใช้งาน หรือเป็น Series 11~12 ก็จะได้ฟีเจอร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ล่าสุดให้เช็คสุขภาพผู้สวมใส่ได้ดีขึ้น แล้วปิดท้ายด้วย Ultra series สมาร์ทว็อชรุ่นเรือธงเพื่อสายกีฬาและสุขภาพรักการวิ่งออกกำลังกายและเข้ายิมแล้ว ถ้าชอบกิจกรรม Outdoor และ Extreme ต่างๆ ยิ่งเหมาะสมมาก ไม่ว่าจะสวมไปปีนเขาก็มีระบบเข็มทิศในตัวพร้อมระบบบันทึกเส้นทางหรือชอบทำกิจกรรมทางน้ำก็ใช้เป็น Dive computer ได้ จึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้มาก
นอกจากเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายแล้ว นาฬิกา Apple ก็มีระบบพื้นฐานอย่างการโทรและรับสายในตัวและถ้าเป็นรุ่น Cellular ก็ไม่ต้องพก iPhone ติดตัวก็ยังต่อสายหาผู้อื่นได้และยังใช้ระบบติดตามตัวลูกหลานได้ในเหตุสุดวิสัยไม่พอ ยังมีระบบ SOS ไว้ขอความช่วยเหลือโดยอัตโนมัติเวลาผู้สวมใส่เกิดอุบัติเหตุสุดวิสัยก็ยังติดต่อทีมกู้ภัยให้มาดูแลได้ทันที แล้วก็มีระบบพื้นฐานอื่นๆ อย่างการตรวจจับการนอน, เช็ครอบเดือนสำหรับสุภาพสตรี, ดูการแจ้งเตือนต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันแน่นอน
- Apple Watch ใช้งานได้กับ iPhone เท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น
- ฟีเจอร์เพื่อรักษาสุขภาพพื้นฐานในนาฬิกา Apple คือวงแหวนกิจกรรมซึ่งระบบจะให้ตั้งค่าเป้าหมายการดูแลสุขภาพเสียก่อน แล้วระบบจะคอยตรวจจับเพื่อบอกเจ้าของว่าวันนี้ดูแลสุขภาพดีหรือไม่
- Apple Watch รองรับการทำ Gesture control โดยจีบนิ้วชี้กับนิ้วโป้งเข้าหากันหรือบิดข้อมือเพื่อเลือกการตั้งค่าและจัดการการแจ้งเตือนต่างๆ ได้
- Apple Watch SE series ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ทั่วไปและให้ฟีเจอร์พื้นฐานมาครบถ้วน ส่วนรุ่นมีตัวเลข Series จะให้ฟีเจอร์และวัสดุใหม่ล่าสุดเสมอ ส่วน Ultra series เหมาะกับคนรักการออกกำลังกาย
- ผู้ปกครองสามารถเอา Apple Watch แบบ Cellular มาจับคู่กับ iPhone ของตัวเองเพื่อตั้งค่าและจัดการได้ เวลาพลัดหลงกันก็ใช้โทรและค้นหาตำแหน่งของลูกหลานได้
- หากเลือกรุ่น Cellular มาใช้ จำเป็นต้องทำระบบ Dual SIM เอามาใส่ในสมาร์ทว็อช ซึ่งมีค่าบริการราว 199 บาท/เดือน หรือขึ้นอยู่กับแต่ละโปรโมชั่น

Apple Watch แต่ละรุ่นเหมาะกับใคร เหมาะกับการใช้งานแบบใดบ้าง?
Apple Watch SE3

รุ่นนี้เป็นตัวเลือกแรกสำหรับคนอยากใช้สมาร์ทว็อชของ Apple แล้วมีฟีเจอร์พื้นฐานให้ใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ระบบตรวจจับการออกกำลังกายเลือกได้ตามประเภทของกีฬา, วงแหวนสุขภาพไว้ตรวจจับพฤติกรรมว่าวันนี้นั่งอยู่อิริยาบถเดิมนานเกินไปหรือเปล่าและและระบบตรวจจับการล้มหรือชนซึ่งเหมาะกับทุกคนมาก ไม่ว่าจะผู้สูงอายุซึ่งอาจจะล้มได้ทุกเมื่อหรือแม้แต่คนทั่วไปที่ไปใช้ชีวิตแล้วเกิดล้มหรือเจออุบัติเหตุจนไม่ได้สติขึ้นมา นาฬิกาก็จะโทรหาเบอร์ฉุกเฉินให้พาไปรักษาได้ทันท่วงทีเพื่อลดโอกาสเกิดเรื่องเศร้าไปได้แล้ว ถ้าเซนเซอร์วัดเจอว่าอัตราการเต้นของหัวใจมากเกินไปจนดูเป็นอันตรายก็จะได้ไปพบแพทย์ได้ทันเวลาอีกด้วย
ถึงจะเป็นรุ่นราคาถูกสุดก็จริง แต่ SE Series ก็ยังได้ฟีเจอร์ไม่น้อยหน้าใคร ทั้งระบบ Gesture control ให้เจ้าของจีบนิ้วโป้งและนิ้วชี้เข้าหากันหรือบิดข้อมือเปลี่ยนการตั้งค่าไปมา, ใช้ตามหา iPhone เมื่อเผลอวางเครื่องทิ้งไว้, เปิดดูแผนที่หรือแม้แต่เป็นกระเป๋ารวมตั๋วเดินทางไว้บนข้อมือเพื่อให้เปิดใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว มันจึงเหมาะกับผู้ใช้ทุกคนไม่ว่าจะผู้ใช้ทั่วไป, ลูกหลานหรือผู้สูงอายุก็ตาม แม้จะไม่ได้ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่างประเภท Series พร้อมตัวเลขก็ตามแต่ก็มากพอให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีมากแล้ว โดยจะมีรุ่น GPS เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับคนพกมือถือติดตัวตลอดเวลาหรือ Cellular เพื่อให้มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตไร้สายใช้ตลอดเวลา
Apple Watch Series 11 และ 12

กลุ่มสมาร์ทว็อชรุ่นมาตรฐานของ Apple จะเป็นกลุ่ม Series พร้อมตัวเลขที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละปีเพื่อบอกผู้ใช้ว่ามันเป็นรุ่นใหม่แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่าง Series 12 ก็จะได้เซนเซอร์ความถี่สูงแบบใหม่เพื่อให้วัดค่าได้ละเอียดกว่าเดิมแถมเช็คอัตรา HRV (Heart Rate Variability) ซึ่งเป็นค่าแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจได้ จึงตรวจจับค่าต่างๆ แล้วทำนายปัญหาสุขภาพในอนาคตได้ละเอียด รวมถึงสภาพของหัวใจและสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งถ้าอยากใช้ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดแล้วใช้ได้หลายปีก็แนะนำให้ลงทุนมาซื้อรุ่นนี้จะดีมาก แต่ราคาก็จะสูงขึ้นเล็กน้อย
หากเทียบฟีเจอร์เด่นระหว่าง Series 11, Series 12 และ SE 3 จะมีรายละเอียดต่างกันดังนี้
| รุ่น / จุดแตกต่าง | SE 3 | Series 11 | Series 12 |
| หน้าปัดนาฬิกา | 40 / 44 mm. AOD Retina display OLED LTPO ความสว่างสูงสุด 1,000 nits | 42 / 46 mm. AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 2,000 nits | 42 / 46 mm. AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 2,000 nits |
| เซนเซอร์ | วัดค่า HRV | วัดค่า HRV การแจ้งเตือนโรคความดันโลหิตสูง วัดอัตราออกซิเจนในเลือด | วัดค่า HRV ขณะฟื้นตัว ติดตามอัตราการเต้นหัวใจด้วยเซนเซอร์ความถี่สูงในระบบเบื้องหลัง แอพฯ ECG วัดอัตราออกซิเจนในเลือด แอพฯ ความพร้อม (Readiness) |
| การป้องกันความชื้น | ทนน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร สวมเพื่อว่ายน้ำได้ | ทนน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร สวมเพื่อว่ายน้ำ สวมดำน้ำสนอร์เกิล วัดความลึกสูงสุด 6 เมตร เซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ | ทนน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร สวมเพื่อว่ายน้ำ สวมดำน้ำสนอร์เกิล วัดความลึกสูงสุด 6 เมตร เซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Apple S10 รองรับคำสั่งบิดข้อมือ คำสั่งมือแตะ 1, 2 ครั้ง Siri AI Find my iPhone ความจุ 64 GB | Apple S10 รองรับคำสั่งบิดข้อมือ คำสั่งมือแตะ 1 ครั้ง Siri AI ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงของ iPhone ความจุ 64 GB | Apple S11 รองรับคำสั่งบิดข้อมือ คำสั่งมือแตะ 1, 2 ครั้ง Siri AI ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงของ iPhone ความจุ 64 GB |
| ระยะเวลาใช้งาน | สูงสุด 18 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 32 ชม. | สูงสุด 24 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 38 ชม. | สูงสุด 24 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 38 ชม. |
| การเชื่อมต่อ | 5G+LTE (GPS+Cellular) Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map | 5G+LTE (GPS+Cellular) Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map | 5G+LTE (GPS+Cellular) Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map |
Apple Watch Ultra 3 และ Ultra 4

สุดท้ายสำหรับสายออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำก็ควรเลือกรุ่น Ultra ซึ่งสร้างมาเพื่อการใช้งานเช่นนี้โดยเฉพาะ ตัวเรือนเป็นไทเทเนียมติดหน้าปัด 49 มม. ใหญ่สุดในบรรดานาฬิกา Apple ทุกรุ่น จึงแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษแล้ว รุ่น 4 จะเปลี่ยนเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาใหม่เหมือน Series 12 และปรับแต่งให้แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้น ถ้าใครตั้งใจจะออกำลังกายจริงจังยิ่งขึ้นระดับไปลงวิ่งมาราธอนหรือเล่นกีฬาทางน้ำทุกแบบจะเหมาะมาก แต่ถ้ายังใช้ Ultra 3 อยู่ก็ยังไม่แนะนำให้รีบเปลี่ยนนัก โดยรายละเอียดสำคัญของทั้งสองรุ่นเทียบกันแล้วจะเป็นดังนี้
| รุ่น / จุดแตกต่าง | Ultra 3 | Ultra 4 |
| หน้าปัดนาฬิกา | หน้าปัดไทเทเนียม 49 มม. AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 3,000 nits | หน้าปัดไทเทเนียม 49 มม. ติดตามอัตราการเต้นหัวใจด้วยเซนเซอร์ความถี่สูงในระบบเบื้องหลัง AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 3,000 nits |
| เซนเซอร์ | วัดค่า HRV การแจ้งเตือนโรคความดันโลหิตสูง แอพฯ ECG แอพฯ INRF แอพฯ วัดออกซิเจนในเลือด การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจช้าและเร็ว การแจ้งเตือนคาร์ดิโอฟิตเนสระดับต่ำ | วัดค่า HRV ขณะฟื้นตัว ติดตามอัตราการเต้นหัวใจด้วยเซนเซอร์ความถี่สูงในระบบเบื้องหลัง แอพฯ ECG แอพฯ INRF แอพฯ วัดออกซิเจนในเลือด การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจช้าและเร็ว การแจ้งเตือนคาร์ดิโอฟิตเนสระดับต่ำ |
| การป้องกันความชื้น | ทนน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร สวมเพื่อว่ายน้ำ สวมดำน้ำสนอร์เกิล สวมดำน้ำสกูบา เล่นกีฬาทางน้ำความเร็วสูง วัดความลึกสูงสุด 40 เมตร เซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ | ทนน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร สวมเพื่อว่ายน้ำ สวมดำน้ำสนอร์เกิล สวมดำน้ำสกูบา เล่นกีฬาทางน้ำความเร็วสูง วัดความลึกสูงสุด 40 เมตร เซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Apple S10 รองรับคำสั่งบิดข้อมือ คำสั่งมือแตะ 1 ครั้ง Siri AI ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงของ iPhone ความจุ 64 GB | Apple S11 รองรับคำสั่งบิดข้อมือ คำสั่งมือแตะ 1, 2 ครั้ง Siri AI ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงของ iPhone ความจุ 64 GB |
| ระยะเวลาใช้งาน | สูงสุด 42 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 72 ชม. | สูงสุด 50 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 84 ชม. |
| การเชื่อมต่อ | 5G+LTE (GPS+Cellular) รุ่น GPS+Cellular รองรับคุณสมบัติ Apple Watch สำหรับลูกๆ ติดต่อสมาชิกครอบครัวที่ไม่มี iPhone Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS L1+L5 Offline map | 5G+LTE (GPS+Cellular) รุ่น GPS+Cellular รองรับคุณสมบัติ Apple Watch สำหรับลูกๆ ติดต่อสมาชิกครอบครัวที่ไม่มี iPhone Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS L1+L5 Offline map |
4 Apple Watch น่าใช้ สายไลฟ์สไตล์ก็เหมาะ ออกกำลังกายก็เยี่ยม
- Apple Watch SE 3 GPS (8,500~9,500 บาท)
- Apple Watch SE 3 Cellular (11,500 บาท)
- Apple Watch Series 11 GPS (14,900 บาท)
- Apple Watch Ultra 3 Cellular (26,900 บาท)
1. Apple Watch SE 3 GPS (8,500~9,500 บาท)

| Display | 40~44 mm. AOD Retina display OLED LTPO ความสว่างสูงสุด 1,000 nits |
| Connectivity | Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map |
| Battery life | สูงสุด 18 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 32 ชม. |
| ราคา | หน้าปัด 40 mm. ราคา 8,500 บาท หน้าปัด 44 mm. ราคา 9,500 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Apple Shopee Mall |
สมาร์ทว็อชรุ่นเริ่มต้นของ Apple อย่าง Watch SE 3 เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้นาฬิกาไปคู่กับ iPhone สักเรือนแล้วเน้นใช้ออกกำลังกายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเข้ายิม, ว่ายน้ำ, เล่นกีฬาก็ได้ แถมตัว watchOS เมื่อทำงานร่วมกับ iOS แล้ว ก็ตอบโจทย์รอบด้าน ทั้งใช้ดูการแจ้งเตือน, ใช้เป็นหน้าจอพร้อมชัตเตอร์กล้อง, เก็บตั๋วเครื่องบิน, ตรวจจับการออกกำลังกายและการนอน ฯลฯ ซึ่งครบเครื่องไม่แพ้กับรุ่นใหม่ล่าสุด จึงตอบโจทย์คนมีงบประมาณจำกัดหรือไม่ได้ใช้งานเยอะนักอย่างมาก แต่เนื่องจากเป็นรุ่น GPS ทำให้ใช้ฟีเจอร์ได้จำกัดกว่ารุ่น Cellular พอควร แต่ถ้าใครมีมือถือติดตัวเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ก็ไม่ต้องซีเรียสเรื่องนี้นักก็ได้
ข้อดี
- เลือกหน้าปัดได้ทั้ง 40 และ 44 mm. ตามความสะดวกของแต่ละคน
- ได้ฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับดูแลสุขภาพและการใช้งานทั้งหมดมาให้พร้อมใช้งาน
- รองรับฟีเจอร์การบิดข้อมือและจีบนิ้วเพื่อเลือกสิ่งต่างๆ ของนาฬิกาได้
- ซีลเครื่องเพื่อทนต่อการว่ายน้ำได้ถึง 50 เมตร จึงสวมว่ายน้ำได้
ข้อสังเกต
- เป็นรุ่น GPS จึงต้องใช้คู่กับ iPhone เสมอ ไม่สามารถใช้แยกกันได้
2. Apple Watch SE 3 Cellular (11,500 บาท)

| Display | 44 mm. AOD Retina display OLED LTPO ความสว่างสูงสุด 1,000 nits |
| Connectivity | 5G+LTE (GPS+Cellular) Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map |
| Battery life | สูงสุด 18 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 32 ชม. |
| ราคา | หน้าปัด 44 mm. ราคา 11,500 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by copperwired Shopee Mall |
ข้อดีของรุ่น Cellular จะเหมาะกับคนชอบออกกำลังกายแต่ไม่อยากพก iPhone ใส่กระเป๋าคาดเอวให้หนักถ่วงกระเป๋าเกินไป อย่างมากก็มีเงินไว้ซื้อน้ำและหูฟัง AirPods ไว้ใช้ฟังเพลงและรับสายตอนกำลังทำกิจกรรมเท่านั้น ก็เพิ่มเงินอีก 1~2 พันบาทมาใช้รุ่นนี้แทนได้เลย และถึงจะต้องรับส่งสัญญาณโทรศัพท์อยู่ก็ยังประหยัดไฟ ใช้งานต่อเนื่องได้ไล่เลี่ยกับรุ่น GPS อีกด้วย แม้จะต้องเสียค่าบริการทำ Dual SIM แล้วจ่ายค่ารายเดือนเพิ่มสักหน่อยก็ยังคุ้มค่า
3. Apple Watch Series 11 GPS (14,900 บาท)

| Display | 46 mm. AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 2,000 nits |
| Connectivity | 5G+LTE (GPS+Cellular) Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS Offline map |
| Battery life | สูงสุด 24 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 38 ชม. |
| ราคา | รุ่น GPS 14,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Apple Shopee Mall รุ่น Cellular |
ถ้าเป็นรุ่น Series ไม่ว่าจะรุ่น GPS หรือ GPS+Cellular เทียบกับรุ่น SE 3 ก็จะได้หน้าจอใหม่ อัพเกรดจาก LTPO เป็น LTPO3 และปรับขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นให้แสดงผลค่าต่างๆ ได้ชัดเจนกว่าเดิมและปรับแต่งเซนเซอร์ให้ตรวจจับและแจ้งเตือนโรคความดันโลหิตสูงกับผู้สวมใส่ให้เข้ารับการรักษาได้ทันทีเมื่อตรวจเจออาการ แถมปรับแต่งฮาร์ดแวร์โดยรวมให้ทำงานดีขึ้นและใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 24 ชม. แถมถ้าใครเริ่มว่ายและดำน้ำตื้นก็ใช้ Series 11 ได้เช่นกัน เพราะตัวนาฬิกานอกจากทนน้ำลึก 50 เมตรแล้ว ยังมีระบบวัดน้ำลึกได้ 6 เมตร แถมยังวัดอุณหภูมิน้ำได้ว่าเย็นเกินไปหรือไม่อีกด้วย
จุดแตกต่างจาก Series 12 โดยหลักๆ แล้ว ทาง Apple ปรับปรุงเพียงเซนเซอร์ซึ่งรองรับระบบ HRV ไว้ตรวจจับอาการแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจและแอพฯ ความพร้อม (Readiness) เพิ่มเข้ามาเพื่อบอกว่าตอนนี้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่าและพร้อมให้ออกกำลังกายหรือไปพักก่อนจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ซึ่งถ้าใครต้องการฟังก์ชั่นทั้งคู่นี้อาจจะรอให้รุ่นใหม่วางขายก่อนก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่านี้ก็เพียงพอต่อชีวิตประจำวันแล้ว ส่วนจะเป็นรุ่น GPS หรือเพิ่มสัญญาณ Cellular เข้ามา ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์การใช้งานของแต่ละคนได้เลย
ข้อดี
- หน้าปัดมีขนาดใหญ่ 46 mm. ช่วยให้มองภาพและคอนเทนต์ต่างๆ ได้ชัดเจน
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นสูงสุด 24 ชม. และถ้าใช้โหมดประหยัดไฟก็ได้ 38 ชม.
- มีระบบแจ้งเตือนโรคความดันโลหิตสูง เหมาะกับผู้มีปัญหาเรื่องสุขภาพมาก
- เพิ่มระบบวัดความลึกน้ำ 6 เมตร รวมถึงเซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำเมื่อดำน้ำตื้น
ข้อสังเกต
- เซนเซอร์ยังเป็นแบบเก่า ไม่ได้เป็น HRV เหมือน Series 12
4. Apple Watch Ultra 3 Cellular (26,900 บาท)

| Display | หน้าปัดไทเทเนียม 49 มม. AOD Retina display OLED LTPO3 ความสว่างสูงสุด 3,000 nits |
| Connectivity | 5G+LTE (GPS+Cellular) รุ่น GPS+Cellular รองรับคุณสมบัติ Apple Watch สำหรับลูกๆ ติดต่อสมาชิกครอบครัวที่ไม่มี iPhone Roaming ในต่างประเทศ Wi-Fi 4 มาตรฐาน 802.11n (2.4 GHz / 5 GHz) Bluetooth 5.3 GPS L1+L5 Offline map |
| Battery life | สูงสุด 42 ชม. โหมดประหยัดพลังงาน 72 ชม. |
| ราคา | 26,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by UFicon |
หากเป็นสายกีฬาและคนชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะวิ่งออกกำลังกาย, มาราธอน, ปีนเขา, วิ่งเทรลหรือเล่นกีฬาทางน้ำทุกรูปแบบจะเหมาะมาก เนื่องจากแบตเตอรี่มีความจุสูงพอให้ใช้ลงแข่งขันกีฬาต่างๆ ได้จนจบไม่มีการแบตหมดระหว่างทางแน่นอน แต่ทีเด็ดอยู่ตรงการทำกิจกรรม Extreme ต่างๆ อย่างการปีนเขาวิ่งเทรล ก็จะมีระบบจับการเดินทางว่าตอนนี้ผู้สวมใส่เดินมาจากทางไหนแล้วก็มีเข็มทิศในตัวจึงปีนเขาได้อุ่นใจไม่หลงทางแน่นอน ส่วนคนชอบว่ายน้ำหรือดำน้ำดูปะการังก็ใช้ Ultra 3 เป็น Dive computer ไว้วัดความลึกได้ถึง 40 เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำลึกสุดสำหรับการดำเพื่อสันทนาการแล้ว จึงเหมาะกับคนเริ่มต้นดำน้ำหรือเป็นมืออาชีพแล้วอย่างมาก แต่เนื่องจากฟีเจอร์ของนาฬิกา Apple เรือนนี้จะเหมาะกับคนเล่นกีฬาจริงจังมากและราคาก็แพงอีกด้วย ถ้าเป็นผู้ใช้ทั่วไปแนะนำให้ซื้อ Series 11~12 จะคุ้มกว่า
ข้อดี
- หน้าปัดไทเทเนียมขนาดใหญ่ 49 มม. แข็งแรงทนทาน เหมาะกับการทำกิจกรรมทุกแบบ
- ทนน้ำลึก 100 เมตร, วัดความลึกน้ำได้ 40 เมตร และเป็น Dive computer ในตัว
- มีฟีเจอร์เพิ่มเติมเพื่อการเดินเขา, ติดตั้งเข็มทิศเดินป่าและแทร็คการเดินป่ามาให้
- มีระบบตรวจจับและแจ้งเตือนโรคความดันโลหิตสูงเพื่อให้พบแพทย์ได้ทันเวลา
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 48~72 ชม. จึงใช้เพื่อเล่นกีฬาได้นานและไม่ต้องชาร์จบ่อย
ข้อสังเกต
- เทียบกับสมาร์ทว็อชรุ่นอื่นแล้วแพงพอควร แต่ก็เหมาะกับ iPhone และคนรักการออกกำลังกาย
สรุปสเปค 4 Apple Watch น่าใช้ สวมใช้ทั่วไปก็เวิร์ค สายกีฬาก็ชอบ!!


Apple Watch อาจจะเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกของชาว Apple หลายคน โดยเฉพาะคนรักการออกกำลังกายก็อาจจะหันไปเลือกสมาร์ทว็อชรุ่นอื่นซึ่งสเปคและฟีเจอร์ดีแล้วตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าก็เป็นได้ แต่ในฐานะอุปกรณ์ที่เกิดมาคู่กันแล้วและทางบริษัทก็ออกแบบมาให้ใช้คู่กันได้ดีแล้วกลมกล่อมก็เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณามาก ยิ่งถ้าใครยังไม่เห็นภาพว่าควรจะไปซื้อนาฬิกาออกกำลังกายรุ่นไหนแล้วจะเริ่มกับกลุ่มนี้ก่อนก็เป็นตัวเลือกที่ดีอีกด้วย