3 เดือน อนุทินฝ่ามรสุมการเมือง รุกรับฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น แก้เกมบัตรคนจน
คอลัมน์ : Politics policy people forum
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาบริหารประเทศ 3 เดือนเศษ แต่เหมือนอยู่มา 3 ปี
เพียงแค่ 3 เดือน รัฐบาลอนุทิน 2 เจอมรสุมลูกใหญ่ทางการเมืองอย่างน้อย ๆ 4 ลูก ที่ฉุดเรตติ้งรัฐบาล
ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน จนถึงกรกฎาคม ความเคลื่อนไหวรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยคึกคักเป็นพิเศษ หลังพรรคภูมิใจไทยปรับยุทธศาสตร์การสื่อสาร แก้ปมเรตติ้งตก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย คาดโทษรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงาน ไม่สื่อสารกับประชาชน ต้องถูกปลดพ้นคณะรัฐมนตรี ตั้ง API
รัฐมนตรีที่ไม่ถนัดให้สัมภาษณ์ต้องเดินสายออกสื่อทั้งสื่อโซเชียลสื่อกระแสหลัก รัฐมนตรีที่ไม่ขยันพูดต้องเร่งเปิดปาก แม้เป็นงานไม่ถนัด สำทับเสียงในวงประชุมพรรคภูมิใจไทยที่ “อนุทิน” สั่ง สส.ทุกคน คณะกรรมาธิการทุกคณะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นประธาน ต้อง “ปิดช่อง” ไม่ให้ถูกศัตรู-คู่แค้น พรรคประชาชน เล่นงานทางการเมือง
ในคณะกรรมาธิการสำคัญ ๆ ที่ฝ่ายค้านใช้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เช่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
หรือคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ มี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นประธาน พรรคภูมิใจไทยก็ส่ง “มือเก๋า” ทางการเมือง อย่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์, ศุภชัย ใจสมุทร เข้าไปประกบ ไม่ให้พรรคประชาชนใช้กลไกกรรมาธิการเปิดเกมถล่มรัฐบาลได้ตามถนัด
มรสุม 4 ลูกใหญ่รัฐบาล
เพราะเวลานี้พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญมรสุม 4 ลูกใหญ่
หนึ่ง ถูกฝ่ายค้านพรรคประชาชน ผนึกพรรคประชาธิปัตย์ ตามบี้ปม TH AI:Passport ตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลโครงการ ในความรับผิดชอบของหัวหน้ากลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
พรรคประชาชนเตรียมยื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบปม TH AI:Passport
ขณะที่องคาพยพกลไกรัฐ ทั้งกระทรวงยุติธรรม-กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียก ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ถูกกล่าวหาพบเส้นเงินโยงกับคดี Forex
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวมีประเด็นอยู่ที่การจัดซื้อจัดจ้างผิดปกติ มีการลดสเป็ก”
“พรรคประชาชนพยายามชี้ให้เห็นว่าความผิดปกติอยู่ที่ส่วนใด อย่าให้รัฐบาลบิดประเด็น เรื่องนี้อยู่ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มคนที่อาจเกี่ยวข้องกับรัฐบาล”
สอง ปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น นอกจากกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบราชการ แต่ลึกลงไปกรณีนี้ผูกโยงกับการ “ชิงอำนาจ” เก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย จนกลายเป็นเรื่องที่ยัง “ปิดไม่ลง”
ซ้ำเติมด้วยปมที่สาม ฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านใช้โอกาสครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา ออกมาตอกย้ำ “ขบวนการ” ที่มีการตั้งลูกสอบสวนตั้งแต่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ในยุคพรรคไทยรักไทย จนมาถึงวันนี้ยังอยู่ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่ง กกต.ได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าวในวันจันทร์ของทุกสัปดาห์
โดยคดีฮั้ว สว.ผ่านมือการพิจารณาคณะอนุกรรมการของ กกต.มาแล้ว 2 ชุดคือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ และ กกต.เป็นคณะกรรมการ มีมติส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 229 คน แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ จำนวน 138 คน และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน รวม 229 คน จากนั้นเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องในคดีดังกล่าวและชงให้ที่ประชุมใหญ่ กกต.พิจารณา จะมีผลสรุปชัดเจนกลางเดือนสิงหาคม
พรรคประชาชน ฝ่ายค้าน และ ไอลอว์ เปิดเกมไล่บี้คดี ให้ กกต.เอาผิดแกนนำพรรคภูมิใจไทย จนเกิดเป็นประเด็นที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศฟ้องหมิ่นประมาท
แต่ประเด็นใหญ่ที่สุดคือ ปมเกณฑ์คัดบัตรคนจนรอบใหม่จาก 18.8 ล้านราย เหลือ 9.5 ล้านราย สร้างกระแสความไม่พอใจให้แก่ “กลุ่มเปราะบาง” ทั่วประเทศ จน “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ต้องสั่งทบทวนหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเร่งทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนในปัจจุบัน
นี่ยังไม่นับวิกฤตสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บัตรคนจน ชี้ขาดรัฐบาล
ในมุมนักรัฐศาสตร์ อย่าง รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์ว่า รัฐบาลจะฝ่าฟัน 4 มรสุมไปได้
คงผ่านไปได้ แม้ว่าวันนี้จะมีหลายเรื่องเข้ามาสู่รัฐบาล แต่ข้อที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน คือข้อกังวลมากที่สุดที่รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการให้รวดเร็ว เพราะว่าอย่าลืมว่า คนที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก และสำหรับประชาชนเรื่องเศรษฐกิจคือเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับปากท้องในชีวิตประจำวัน
ส่วนเรื่องอื่น รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา เช่นเรื่องของการทุจริตสอบท้องถิ่นเหมือนกันให้คำตอบออกมาเร็วที่สุด
“เรื่องประเด็นการเมืองไม่ได้ถือว่าไม่ต้องห่วง เพียงแต่รัฐบาลก็ยังพอมีข้อได้เปรียบที่เสียงในสภาค่อนข้างเยอะ 300 กว่าเสียง แต่เศรษฐกิจตรงมันส่งผลต่อพี่น้องประชาชนโดยตรงก็ต้องให้ความสำคัญ”
บัตรคนจน ทำลายศรัทธา
สำหรับ “รศ.ดร.ยุทธพร” มองว่า ประเด็นบัตรคนจนเป็นความน่ากลัวสำหรับรัฐบาลอนุทิน 2 มากที่สุด
“ผมว่าบัตรคนจน เพราะเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ ปากท้อง ประชาชน เพราะว่ามีคน 10 กว่าล้านคน คนก็รอคอยเยอะ เพราะคนเดือดร้อนจริง ๆ ยกตัวอย่างการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ มองว่ามีผลต่อการทำให้การเมืองดีขึ้นไหม..มันมีผล แต่ไม่ได้ส่งผลต่อปากท้องในชีวิตประจำวัน…จริงไหมมันจำเป็นจะต้องได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับเรื่องเศรษฐกิจ”
ถามย้ำ “รศ.ดร.ยุทธพร” ว่า ถ้ารัฐบาลจะพัง พังเพราะปัญหาปากท้องมากกว่าเศรษฐกิจ “ทั้งสองส่วนนั่นแหละ เพียงแต่เรื่องเศรษฐกิจใกล้ชิดประชาชน แล้วมันมีความสุ่มเสี่ยงเยอะกว่าต่อวิกฤตศรัทธาของพี่น้องประชาชน”
พรรคฝ่ายค้านพร้อมลากกระแสไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาสมัยหน้า คิดว่ารัฐบาลจะผ่านได้หรือไม่ “ดร.ยุทธพร” วิเคราะห์ว่า ก็คงจะผ่าน เพราะว่าเสียงของรัฐบาลมีมากกว่า แม้ว่าจะมีการหยิบยกเข้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม ไม่น่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในทางกฎหมายได้ แต่อาจจะสร้างกระแส ข้อวิจารณ์ในสังคมอะไรได้
“แต่ท้ายที่สุดฝ่ายค้านเองในบทบาทนี้ก็ต้องแก้โจทย์ใหญ่ เอ่อ ว่าฝ่ายค้านเองจะทำอย่างไรให้ประชาชนนั้นไปลงคะแนนเสียงโหวตให้กับทางภูมิใจไทยเข้ามาในปี 2568 นั้นคือจุดเริ่มต้นที่มาจนถึงปัจจุบัน”