ชาวเกาหลีใต้แห่ออกมา "กินเนื้อสุนัข" ส่งท้าย ต้อนรับกฎหมายใหม่ปี 2027
ชาวเกาหลีใต้แห่ออกมา “กินเนื้อสุนัข” ส่งท้าย ต้อนรับกฎหมายใหม่ “ห้ามบริโภคเนื้อสุนัขเด็ดขาด” เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบ ก.พ. 2027
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ร้านอาหารเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้กลับมาคึกคักในช่วงเวลาสั้น ๆ เนื่องจากมีลูกค้าบางส่วนเข้ามารับประทานอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ในช่วง “บกนัล” (Boknal) หรือ 3 วันสำคัญของฤดูร้อนที่ชาวเกาหลีใต้เชื่อว่าเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลเตรียมบังคับใช้กฎหมายห้ามเพาะพันธุ์ ฆ่า จำหน่าย และขายสุนัขเพื่อการบริโภคทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2027
“บกนัล” วันที่สามของปี 2026 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ที่ตลาดโมรัน (Moran Market) ในเมืองซองนัม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าเนื้อสุนัขที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ร้านอาหารตามตรอกต่าง ๆ ยังคงมีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารในช่วงกลางวัน อย่างไรก็ตาม ร้านค้าจำนวนมากได้เปลี่ยนไปจำหน่ายอาหารประเภทอื่น เช่น สตูว์เนื้อแพะดำ ขณะที่ลูกค้าจำนวนน้อยที่ยังสั่ง “โบชินทัง” (Bosintang) หรือสตูว์เนื้อสุนัข ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
อ่านข่าวเพิ่มเติม : เกาหลีเหนือแนะประชาชน กิน “ซุปเนื้อสุนัข” หวังช่วยคลายร้อน

ขอบคุณภาพจาก reuters
“ตอนนี้มันเงียบเหงามากจริง ๆ” คิม ยง-บก ประธานสมาคมผู้ค้าตลาดโมรัน ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่ใกล้กรุงโซลมานานกว่า 40 ปี กล่าว พร้อมระบุว่า ตลาดที่เคยคึกคักแห่งนี้ได้กลายเป็น “เมืองของคนแก่”
การห้ามบริโภคเนื้อสุนัขถือเป็นจุดสิ้นสุดของแนวโน้มการบริโภคเนื้อสุนัขที่ลดลงมาอย่างยาวนาน เนื่องจากจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น และทัศนคติของสังคมต่อสวัสดิภาพสัตว์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ผลสำรวจที่เผยแพร่ไม่นานก่อนรัฐสภาผ่านกฎหมายในปี 2024 พบว่า มากกว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 2,000 คน ระบุว่าไม่มีความตั้งใจที่จะรับประทานเนื้อสุนัขอีกในอนาคต ขณะที่มากกว่า 80% สนับสนุนการห้ามบริโภคเนื้อสุนัข และเกือบ 95% ระบุว่าไม่ได้รับประทานเนื้อสุนัขในช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้น
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า มีธุรกิจมากกว่า 5,600 แห่งได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า ฟาร์มสุนัขส่วนใหญ่ได้ปิดกิจการไปแล้วก่อนถึงกำหนดเส้นตายในปีหน้า

ขอบคุณภาพจาก reuters
ความพยายามยุติการค้าเนื้อสุนัขได้รับแรงผลักดันมากขึ้นในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ซึ่งถูกถอดออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา และอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง คิม กอนฮี ผู้สนับสนุนด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างเปิดเผยและออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการห้ามบริโภคเนื้อสุนัข
รัฐสภาเกาหลีใต้ผ่านกฎหมายในเดือนมกราคม 2024 เพื่อห้ามการเพาะพันธุ์ การฆ่า การจำหน่าย และการขายสุนัขเพื่อการบริโภคของมนุษย์
กฎหมายกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 3 ปี ก่อนจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2027 โดยผู้ฝ่าฝืนอาจเผชิญโทษจำคุกและค่าปรับ ขณะที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้จัดจำหน่าย และเจ้าของร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
สำหรับ อี คัง-ชุน เจ้าของร้านอาหารและอดีตประธานสมาคมผู้ค้า ซึ่งอยู่ในธุรกิจนี้มานานถึง 37 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความรู้สึกที่หลากหลาย
อี กล่าวว่า เขาเชื่อว่าการยุติการบริโภคเนื้อสุนัขเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาจากภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้ในสายตาชาวโลกและทัศนคติของสังคมที่เปลี่ยนไป แต่เขาไม่สามารถปกปิดความเศร้าได้เมื่อพูดถึงลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในวัย 70-90 ปี และเดินทางมาเป็นระยะทางไกลเพื่อรับประทานอาหารที่พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูพละกำลัง
“เมื่อผมเห็นผู้สูงอายุเดินทางมาไกลถึงที่นี่ แล้วต้องกลับไปเพราะไม่มีเนื้อสุนัขเหลืออยู่ มันแทบทำให้ผมน้ำตาไหล” อีกล่าว
ตลาดโมรันเป็นหนึ่งในสถานที่สุดท้ายใกล้กรุงโซลที่ยังคงมีร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้นและกำไรเหลือน้อย แต่อียังคงขายเมนูดังกล่าว ส่วนใหญ่เพื่อรองรับลูกค้าประจำที่ยังคงเหนียวแน่น

ขอบคุณภาพจาก reuters
เขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่ควรให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการสูงวัยมากกว่านี้ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนไปทำธุรกิจประเภทอื่นได้ ปัจจุบันร้านอาหารจำนวนมากในตลาดโมรันหันมาขายสตูว์เนื้อแพะดำ ซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นอาหารบำรุงสุขภาพแบบดั้งเดิมอีกชนิดหนึ่ง แต่เจ้าของร้านระบุว่า การเปลี่ยนธุรกิจเป็นเรื่องยาก และรายได้จากเนื้อแพะยังไม่สามารถชดเชยยอดขายเนื้อสุนัขที่หายไปได้ทั้งหมด
หนึ่งในลูกค้าที่รับประทานสตูว์เนื้อสุนัขในวันศุกร์คือ ยู จิน-ซัม ซึ่งกล่าวว่าเขารับประทานเมนูนี้มาตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ
“ผมผิดหวังมาก ผู้คนยังคงตามหาเมนูนี้ เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันดีต่อสุขภาพ แต่ตอนนี้กลับกำลังยกเลิกมัน” ยู วัย 69 ปี กล่าว
แม้จะยอมรับการตัดสินใจของรัฐบาล แต่เขากล่าวว่าจะคิดถึงการรับประทานเนื้อสุนัข
“ผมรักสุนัขมาก แต่ก็ยังรู้สึกเสียดาย หากมีทางเป็นไปได้ ผมก็อยากจะกลับมารับประทานมันอีก” ยู กล่าว
ขณะที่ คิม จิน-ซุก วัย 71 ปี ลูกค้าอีกราย กล่าวว่า เขาแทบไม่มีความเสียใจกับการที่เนื้อสุนัขกำลังจะหายไปจากเมนู
“ผมก็แค่กินอย่างอื่นแทนได้” เขากล่าว
ที่มา reuters