สบช. เตรียมเปิดหลักสูตรพยาบาล 2.5 ปี รับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา อายุไม่เกิน 45 ปี นำร่อง 6 วิทยาลัย - การศึกษา ข่าว สอบตรง สมัครสอบ นักเรียน นักศึกษา ทุนการศึกษา เรียนต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัย โรงเรียน
สบช. เตรียมเปิดหลักสูตรพยาบาล 2.5 ปี รับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา อายุไม่เกิน 45 ปี นำร่อง 6 วิทยาลัย

Meta Description: สถาบันพระบรมราชชนกเตรียมเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต 2.5 ปี สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น อายุไม่เกิน 45 ปี นำร่อง 6 วิทยาลัย ค่าเรียนภาคปกติประมาณ 30,000 บาท แต่ยังต้องรอระเบียบรับสมัครอย่างเป็นทางการ
อีกหนึ่งโอกาสสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว แต่อยากเปลี่ยนเส้นทางอาชีพเข้าสู่วงการสุขภาพ เมื่อ สถาบันพระบรมราชชนก หรือ สบช. เตรียมเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอื่น ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปี 6 เดือน และเปิดรับผู้สมัครอายุไม่เกิน 45 ปี
หลักสูตรดังกล่าวถือเป็นหลักสูตรใหม่ของ สบช. และเตรียมนำร่องในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์จำนวน 6 แห่ง โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิพยาบาลศาสตรบัณฑิตเช่นเดียวกับหลักสูตรปกติ 4 ปี แต่ยังต้องผ่านการสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ระบุว่า สบช. อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดรับสมัคร และคาดว่าจะประกาศรายละเอียดช่วงวันที่ 21–24 กันยายน 2569 เมื่อตรวจสอบถึงวันที่ 21 กันยายน ยังไม่พบระเบียบรับสมัครฉบับเต็มบนเว็บไซต์คณะพยาบาลศาสตร์ ผู้สนใจจึงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการก่อนสมัครหรือชำระเงิน
สรุปข้อมูลเบื้องต้น
- ชื่อหลักสูตร: พยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น
- สถาบัน: คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
- ระยะเวลาเรียน: ประมาณ 2 ปี 6 เดือน
- วุฒิที่รับสมัคร: ปริญญาตรีจากทุกสาขาที่ได้รับการรับรอง
- อายุผู้สมัคร: ไม่เกิน 45 ปี
- จำนวนสถานศึกษานำร่อง: 6 วิทยาลัย
- ค่าเล่าเรียนภาคปกติ: ประมาณ 30,000 บาทต่อภาคการศึกษา
- ค่าเล่าเรียนภาคฤดูร้อน: ประมาณ 15,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: ประมาณ 75,000 บาทต่อปี
- สถานะล่าสุด: รอประกาศระเบียบรับสมัครฉบับเต็ม
- การประกอบวิชาชีพ: ต้องผ่านการสอบและได้รับใบอนุญาตจากสภาการพยาบาล
ข้อมูลเบื้องต้นมาจากการให้สัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.กมลรัตน์ เทอร์เนอร์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กับสำนักข่าว The Coverage
หลักสูตรพยาบาล 2.5 ปี คืออะไร?
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีใบที่สอง สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาอื่นมาแล้ว และต้องการศึกษาต่อเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นพยาบาล
ระยะเวลาเรียนประมาณ 2 ปี 6 เดือน สั้นกว่าหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตปกติที่รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ม.6 และใช้เวลาประมาณ 4 ปี เนื่องจากผู้เข้าเรียนมีพื้นฐานการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้ว และอาจสามารถใช้รายวิชาศึกษาทั่วไปหรือความรู้เดิมตามโครงสร้างที่หลักสูตรกำหนด
อย่างไรก็ตาม หลักสูตร 2.5 ปีไม่ได้หมายถึงการลดมาตรฐานวิชาชีพ ผู้เรียนยังต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎี ห้องปฏิบัติการ และฝึกปฏิบัติการพยาบาลให้ครบตามสมรรถนะที่กำหนด
หลักสูตรลักษณะนี้มีเปิดสอนในสถาบันการศึกษาอื่นมาก่อนแล้ว เช่น ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขณะที่ สบช. เตรียมเปิดรับเป็นครั้งแรกในปี 2569
จบปริญญาตรีทุกสาขาสมัครได้จริงหรือไม่?
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาอื่นสามารถสมัครได้ โดยวุฒิเดิมต้องมาจากหลักสูตรหรือสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คำว่า “จบปริญญาตรีทุกสาขา” จึงหมายถึงไม่จำเป็นต้องจบสายวิทยาศาสตร์หรือสาธารณสุขโดยตรง แต่อาจยังมีคุณสมบัติเฉพาะอื่นที่ต้องผ่าน เช่น
รายละเอียดเหล่านี้ยังต้องรอระเบียบรับสมัครฉบับเต็มจาก สบช. ไม่ควรใช้เกณฑ์ของหลักสูตรพยาบาล 4 ปีหรือของมหา’ลัยอื่นมาเทียบโดยอัตโนมัติ
อายุไม่เกิน 45 ปี เปิดโอกาสให้คนเปลี่ยนอาชีพ
จุดเด่นสำคัญของหลักสูตรคือการเปิดรับผู้สมัครอายุไม่เกิน 45 ปี จึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่เคยติดข้อจำกัดด้านอายุในการสมัครหลักสูตรพยาบาลปกติ สามารถกลับมาเรียนปริญญาตรีใบที่สองได้
กลุ่มที่อาจสนใจหลักสูตรนี้ ได้แก่
- ผู้จบปริญญาตรีแต่ยังไม่มีงานทำ
- ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพเข้าสู่สายสุขภาพ
- ผู้ทำงานในโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสุขภาพ
- บุคลากรสาธารณสุขที่ยังไม่มีวุฒิพยาบาล
- ผู้ที่ต้องการนำความรู้ด้านการพยาบาลไปต่อยอดงานเดิม
- ผู้สนใจประกอบธุรกิจหรือให้บริการด้านสุขภาพภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
แม้จะเปิดรับถึงอายุ 45 ปี แต่ผู้สมัครควรประเมินความพร้อมของตนเองด้วย เพราะการเรียนพยาบาลมีทั้งการขึ้นฝึกในโรงพยาบาล การทำงานเป็นกะ การดูแลผู้ป่วยจริง และภาระการเรียนที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร
นำร่องใน 6 วิทยาลัยพยาบาล
หลักสูตรนี้เตรียมเปิดสอนในวิทยาลัยพยาบาลสังกัด สบช. จำนวน 6 แห่ง ได้แก่
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี
- วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม
ผู้สมัครควรรอตรวจสอบจากประกาศว่า สามารถเลือกสมัครได้กี่แห่ง แต่ละวิทยาลัยรับจำนวนเท่าไร และมีเงื่อนไขด้านภูมิลำเนาหรือหน่วยงานต้นสังกัดหรือไม่
แบ่งรับ 3 กลุ่มโควตา
ข้อมูลเบื้องต้นระบุสัดส่วนการรับผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
| กลุ่มรับสมัคร | สัดส่วน |
|---|---|
| โควตาหน่วยบริหารสุขภาพภาครัฐ | 70% |
| บุคคลทั่วไป | 20% |
| โควตาหน่วยบริการสุขภาพคู่ความร่วมมือ | 10% |
สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนว่าที่นั่งส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ขณะที่บุคคลทั่วไปมีสัดส่วนประมาณ 20%
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนรับรวมและจำนวนที่นั่งแยกแต่ละวิทยาลัย ผู้สนใจต้องรอตรวจสอบว่าโควตาหน่วยงานกำหนดให้ต้นสังกัดเสนอชื่อหรือไม่ มีสัญญาผูกพันหรือเงื่อนไขกลับไปปฏิบัติงานหรือไม่ รวมถึงผู้สมัครทั่วไปจะใช้เกณฑ์คัดเลือกแบบใด
ค่าเล่าเรียนประมาณเท่าไร?
ข้อมูลจากคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สบช. ระบุค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ดังนี้
- ภาคการศึกษาปกติ ประมาณ 30,000 บาทต่อภาคการศึกษา
- ภาคฤดูร้อน ประมาณ 15,000 บาท
- รวมค่าเล่าเรียนประมาณ 75,000 บาทต่อปี
ค่าใช้จ่ายจริงตลอด 2 ปี 6 เดือนยังขึ้นอยู่กับจำนวนภาคการศึกษา โครงสร้างหลักสูตร และรายการที่เรียกเก็บจริง จึงไม่ควรคำนวณยอดรวมจากตัวเลขรายปีเพียงอย่างเดียว
นอกจากค่าเล่าเรียน ผู้เรียนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น
ผู้สมัครควรรอตรวจสอบตารางค่าใช้จ่ายฉบับเต็มและสอบถามแต่ละวิทยาลัยก่อนตัดสินใจ
เรียน 2.5 ปี แล้วได้วุฒิอะไร?
ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิ พยาบาลศาสตรบัณฑิต ซึ่งเป็นวุฒิระดับปริญญาตรี ไม่ใช่ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล และไม่ใช่หลักสูตรปริญญาโท
ผู้เรียนจึงจะมีวุฒิปริญญาตรี 2 ใบ ได้แก่
- ปริญญาตรีสาขาเดิมที่ใช้สมัคร
- ปริญญาพยาบาลศาสตรบัณฑิตจากหลักสูตรใหม่
แม้ระยะเวลาเรียนจะสั้นกว่าหลักสูตรปกติ แต่ผู้เรียนยังต้องผ่านสมรรถนะและมาตรฐานของหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเช่นเดียวกัน
เรียนจบแล้วเป็นพยาบาลได้ทันทีหรือไม่?
ยังไม่ได้เป็นพยาบาลวิชาชีพทันทีเพียงเพราะเรียนจบหลักสูตร ผู้สำเร็จการศึกษาต้องมีคุณสมบัติตามที่สภาการพยาบาลกำหนด และต้องผ่านการสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนพร้อมรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
กล่าวโดยสรุป เส้นทางประกอบวิชาชีพคือ
- สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง
- สมัครสอบตามหลักเกณฑ์ของสภาการพยาบาล
- สอบผ่านตามเกณฑ์
- ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
- จึงสามารถประกอบวิชาชีพภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ผู้สมัครควรตรวจสอบว่าหลักสูตรและวิทยาลัยที่เลือกได้รับการรับรองครอบคลุมรุ่นปีการศึกษาที่ตนเข้าศึกษา โดยติดตามข้อมูลจากสภาการพยาบาล ควบคู่กับประกาศของ สบช.
หลักสูตรผ่านมาตรฐานแล้วหรือยัง?
คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สบช. ให้ข้อมูลกับ The Coverage ว่า หลักสูตรผ่านมาตรฐานของสภาการพยาบาลแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนสมัคร ผู้เรียนควรอ่านประกาศฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่
- ชื่อหลักสูตรและปีหลักสูตร
- วิทยาลัยที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอน
- จำนวนรับและรุ่นปีการศึกษาที่อยู่ภายใต้การรับรอง
เนื่องจากการรับรองหลักสูตรวิชาชีพอาจกำหนดเงื่อนไขเป็นรายสถาบัน รายปีการศึกษา หรือจำนวนรับ นักศึกษาควรเก็บประกาศและหลักฐานการรับรองไว้ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมต้องเปิดหลักสูตรเร่งรัดผลิตพยาบาล?
หลักสูตรเกิดขึ้นในบริบทที่ระบบสุขภาพไทยเผชิญปัญหากำลังคนพยาบาลไม่เพียงพอ ขณะที่ความต้องการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสังคมสูงวัย โรคเรื้อรัง และบริการสุขภาพที่ขยายตัว
แนวทางรับผู้จบปริญญาตรีมาเรียนพยาบาลเพิ่มเติมจึงช่วยลดระยะเวลาในการผลิตบุคลากร เมื่อเทียบกับการเริ่มเรียนหลักสูตร 4 ปีใหม่ทั้งหมด และยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้จากสาขาเดิมนำประสบการณ์มาต่อยอดในงานพยาบาล
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนบัณฑิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหาขาดแคลนทั้งหมด เพราะยังเกี่ยวข้องกับ
- จำนวนตำแหน่งงานและการบรรจุ
- ภาระงานของพยาบาล
- ค่าตอบแทนและความก้าวหน้า
- การกระจายบุคลากรระหว่างพื้นที่
- การรักษาพยาบาลให้อยู่ในระบบ
- คุณภาพของแหล่งฝึกและอาจารย์พยาบาล
หลักสูตรจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วในการผลิตกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย
ต้องเรียนเต็มเวลาหรือทำงานไปด้วยได้หรือไม่?
ขณะนี้ยังไม่มีประกาศชัดเจนว่าเป็นหลักสูตรวันธรรมดา วันหยุด หรือสามารถทำงานไปด้วยได้หรือไม่
แต่เนื่องจากเป็นหลักสูตรวิชาชีพที่ต้องเรียนภาคทฤษฎี ฝึกในห้องปฏิบัติการ และขึ้นฝึกปฏิบัติในสถานพยาบาล ผู้สมัครไม่ควรคาดหวังว่าจะเรียนเฉพาะเสาร์–อาทิตย์หรือเรียนออนไลน์ทั้งหมด
ผู้ที่ทำงานอยู่ควรรอรายละเอียดตารางเรียนและการฝึกก่อนลาออกจากงาน หรือทำข้อตกลงลาศึกษากับต้นสังกัด
สมัครผ่าน TCAS หรือไม่?
หลักสูตรนี้รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว จึงไม่ควรสรุปว่าจะสมัครผ่านระบบ TCAS ซึ่งออกแบบมาสำหรับการรับเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีจากผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและวุฒิเทียบเท่าเป็นหลัก
ผู้สมัครควรรอ สบช. ระบุช่องทางอย่างเป็นทางการว่า จะรับผ่านระบบรับสมัครของสถาบัน เว็บไซต์คณะพยาบาลศาสตร์ หรือช่องทางของแต่ละวิทยาลัย
อย่ากรอกข้อมูลหรือชำระเงินผ่านเพจ ลิงก์ หรือบุคคลที่ไม่สามารถตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับ สบช. ได้
เอกสารที่ควรเตรียมล่วงหน้า
แม้ระเบียบรับสมัครฉบับเต็มยังไม่ประกาศ ผู้สนใจสามารถเตรียมเอกสารพื้นฐานไว้ก่อนได้ เช่น
ผู้สมัครไม่ควรรีบตรวจสุขภาพหรือฉีดวัคซีนตามแบบของสถาบันอื่น เพราะประกาศของ สบช. อาจกำหนดรายการ โรงพยาบาล หรือระยะเวลาออกเอกสารเป็นการเฉพาะ
เช็กลิสต์ก่อนสมัคร
ก่อนยืนยันสมัคร ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้จากระเบียบการฉบับจริง
ช่องทางติดตามประกาศ
ผู้สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ ได้แก่
- คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
- สถาบันพระบรมราชชนก
- เว็บไซต์และเพจทางการของวิทยาลัยพยาบาลทั้ง 6 แห่ง
- สภาการพยาบาล
คณะพยาบาลศาสตร์ สบช. ระบุช่องทางติดต่อไว้ที่หมายเลข 098-621-3394 ผู้สมัครควรตรวจสอบวันและเวลาราชการก่อนโทรสอบถาม
สรุป
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต 2.5 ปีของสถาบันพระบรมราชชนก เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปริญญาตรีอยู่แล้วและต้องการเปลี่ยนสายมาเป็นพยาบาล โดยเปิดกว้างสำหรับผู้จบจากสาขาอื่น อายุไม่เกิน 45 ปี และเตรียมนำร่องในวิทยาลัยพยาบาล 6 แห่ง
ค่าเล่าเรียนเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อภาคปกติ และ 15,000 บาทสำหรับภาคฤดูร้อน หรือเฉลี่ยประมาณ 75,000 บาทต่อปี แต่ยังต้องรอรายละเอียดค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขณะนี้ยังไม่มีระเบียบรับสมัครฉบับเต็มเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการ ผู้สนใจจึงควรรอตรวจสอบกำหนดการ จำนวนรับ เกณฑ์สุขภาพ วิธีคัดเลือก ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขของแต่ละโควตาจาก สบช. ก่อนสมัครหรือชำระเงิน
หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงข้อมูลการให้สัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 และตรวจสอบสถานะเว็บไซต์ทางการถึงวันที่ 21 กันยายน 2569 รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อประกาศรับสมัครฉบับจริงเผยแพร่