‘นิคมอารยะ’ ขยายเฟส 2 รับคลื่นลงทุนระลอกใหม่
หลังจาก 3 นิคมอุตสาหกรรมใต้ลมปีก 3 ทุนใหญ่ ประกอบด้วย บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และ บจ.นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ร่วมลงทุน “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” มูลค่า 20,000 ล้านบาท ย่านบางนา-ตราด กม.32 ปัจจุบันโครงการได้รับการตอบรับดี แค่ปีกว่า ๆ นับจากเปิดเฟสแรกปี 2568 พื้นที่เช่าเต็ม 100% เตรียมขยายเฟส 2 เพิ่มพื้นที่ 20,000 ตร.ม. รับคลื่นลงทุนระลอกใหม่
“กมลกาญจน์ คงคาทอง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า นิคมอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เป็นระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ บนที่ดิน 4,783 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ใช้สอย 7,409,600 ตร.ม. มีโครงสร้างพื้นฐานระดับสูงรองรับ ทั้งระบบน้ำประปาสำรอง 40,000 ลบ.ม.ต่อวัน ระบบไฟฟ้ากำลังไฟ 500 เมกะวัตต์ และระบบอินเทอร์เน็ตจาก AIS
พื้นที่แบ่งเป็น 6 โซน 1.แคมปัสอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ด้านนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา และ Data Center 2.พื้นที่โลจิสติกส์ รองรับธุรกิจคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า พัฒนาเป็นเฟส โดยเฟสแรกมีพื้นที่ 21,091 ตร.ม. สำหรับคลังสินค้าและอุตสาหกรรม สำนักงาน โดยคลังสินค้าเป็นอาคารสูง 12 เมตร รองรับน้ำหนัก 3 ตันต่อ ตร.ม. พร้อม Dock Leveller 2 จุด และทางลาดสำหรับการขนถ่ายสินค้า รองรับทั้งรถบรรทุก 6 ล้อและรถเทรลเลอร์
“เฟสแรกพื้นที่เช่าเต็ม 100% โดยบริษัท เทราคูล เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) บริษัทข้ามชาติผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจร และระบบบริหารจัดการความร้อน สำหรับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล AI ที่มีความหนาแน่นสูง จะเปิดเฟส 2 อีก 20,000 ตร.ม. รองรับความต้องการของธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมเปิดบริการไตรมาส 3/2570”
3.พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีพื้นที่ 3,800 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐ เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 79 ของประเทศไทย ยังได้รับการอนุมัติให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ปัจจุบันพื้นที่นิคมฯ ให้บริการแล้ว 700 ไร่ สำหรับลูกค้า 11-12 ราย หลากหลายสัญชาติ โดยมีราคา 15 ล้านบาทต่อไร่
นอกจากนี้ยังได้รับการติดต่อจากโรงงาน Data Center เข้ามาจำนวนมาก แต่บริษัทให้บริการเพียง 1 ราย ต้องการรักษาความหลากหลายและสมดุลของระบบนิเวศ ไม่อยากให้โครงการกลายเป็นโซน Data Center อย่างเดียว และเน้น 6 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, FMCG, เครื่องจักร Data Center, อุปกรณ์การแพทย์ และ Home Improvement ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ 1 รายใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าสูงมาก เมื่อเทียบเท่ากับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นถึง 10 ราย จึงต้องการให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ เข้ามาจับจองพื้นที่ให้ครบก่อน
4.รีเทล ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับผู้ที่ทำงานและอยู่อาศัยในโครงการ 5.ศูนย์กลางการให้บริการชุมชน เช่น สวนสาธารณะ ลู่วิ่ง สนามฟุตซอล และ 6.ที่อยู่อาศัย รองรับบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร ที่ทำงานในโครงการ และลดความจำเป็นในการเดินทาง
“ที่นี่ไม่ได้มีแค่นิคมฯ เมื่อลูกค้าเข้าใช้บริการเต็มทั้งโครงการจะมีประชากรถึง 50,000 คน และอีก 5-6 ปีข้างหน้าเราจะพัฒนาพื้นที่ที่อยู่อาศัย รองรับคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่” กมลกาญจน์กล่าว