classicliterature.it.com

มหาดไทยผนึกตำรวจ 17 จังหวัดเหนือ ยก 'ทีมอำเภอ' ลุยยาเสพติด ปืนเถื่อน ซีลชายแดน

“เจเศรษฐ์” เปิด Workshop ภาคเหนือ รวมฝ่ายปกครอง-ตำรวจ 17 จังหวัด วาง “ทีมอำเภอ” เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนความมั่นคงเชิงรุก ใช้ One Data-โต๊ะข่าว รับมือ 9 ปัญหาสำคัญ เร่งกวาดล้างยาเสพติด ปืนเถื่อน พร้อมคุมเข้มแนวชายแดนสกัดบุคคลและสิ่งผิดกฎหมาย

22 สิงหาคม 2569 - เมื่อ 21 สิงหาคม ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 ภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

การประชุมมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ตลอดจนนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วม

ในการนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุม ซึ่งเป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”

การประชุมมุ่งถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่าง “นายอำเภอ” และ “ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร” ในลักษณะ “ทีมอำเภอ” ภายใต้หลัก “คิดร่วมกัน วางแผนพร้อมกัน และทำไปด้วยกัน”

กลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วยนายอำเภอ 196 คน และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร 306 คน รวม 502 คน จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมรับมอบนโยบาย ระดมความคิดเห็น และกำหนดแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปขับเคลื่อนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ภัยคุกคามด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการจึงไม่สามารถต่างหน่วยต่างปฏิบัติ หรือรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าแก้ไข แต่ต้องปรับไปสู่ “การบริหารความมั่นคงเชิงรุก” ด้วยการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และระดมสรรพกำลังของทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อป้องกัน ระงับ และแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สำหรับภารกิจด้านความมั่นคง รัฐบาลกำหนด 9 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cybercrime) ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง และยาเสพติด โดยกระทรวงมหาดไทยมุ่งขยายผลลงสู่ระดับ “อำเภอ” ซึ่งเป็นหน่วยการปกครองที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทำงานร่วมกันเป็น “ทีมอำเภอ” ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน (One Data) และบูรณาการงานข่าวผ่านกลไก “โต๊ะข่าว” เพื่อร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผน และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา

พร้อมกันนี้ ให้เพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดกั้นอาวุธปืน ยาเสพติด และการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เดินหน้า Operation 90 Days “ผ่านพ้นยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู โดยบูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคประชาชน

นอกจากนี้ ให้ Re-X-ray ปรับปรุงข้อมูลผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเร่งนำผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มสีแดง เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟู

ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน ตั้งแต่การออกใบอนุญาต การซื้อขายปืนและเครื่องกระสุน การกำกับดูแลสนามยิงปืน รวมถึงปราบปราม “ปืนเถื่อน” อย่างจริงจัง ตลอดจนบูรณาการติดตามและเฝ้าระวังผู้กระทำความผิดคดีทางเพศ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

สำหรับภาคเหนือซึ่งมีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน นายเจเศรษฐ์กำชับให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการ “Seal ชายแดน” อย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติด บุคคล และสิ่งผิดกฎหมาย

พร้อมใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด

“การประชุมในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรับมอบนโยบาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการระหว่าง ‘นายอำเภอ’ และ ‘ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร’ ในฐานะผู้นำด้านความมั่นคงของพื้นที่ ขอให้ทุกฝ่ายยึดหลัก ‘คิดร่วมกัน วางแผนพร้อมกัน และทำไปด้วยกัน’ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความเชื่อมั่นต่อรัฐ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็น วิเคราะห์สภาพปัญหา และแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อนำไปสู่แผนปฏิบัติการร่วมระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และภาคีเครือข่าย ให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลต่อประชาชน.

Update: 2026-08-22
Tags: