classicliterature.it.com

พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ เปิดห้องลับประวัติศาสตร์ 140 ปีบางรัก

ถ้าบอกว่าในกรุงเทพฯ มีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมุดทะเบียนนักเรียนอายุกว่าร้อยปี ภาพถ่ายเก่าจากยุครัชกาลที่ 5 ไม้กางเขนโบราณ และต้นฉบับดรุณศึกษาลายมือของภราดาฮีแลร์ คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

แต่สิ่งเหล่านั้นอยู่ในโรงเรียนเอกชนชายล้วนแห่งหนึ่งที่ซอยเจริญกรุง 40 บางรัก ในชื่อ พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ

โรงเรียนที่เก่ากว่าความทรงจำของใครในกรุงเทพฯ

โรงเรียนอัสสัมชัญก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2420 โดยบาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญ โดยเปิดโรงเรียนประจำวัดขึ้นโดยใช้อาคารเดิมของบ้านเณรอัสสัมชัญเป็นโรงเรียน ทำการสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาไทย

โรงเรียนอัสสัมชัญเป็นโรงเรียนเอกชนชายล้วนแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียล

กว่า 140 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้ผลิตบัณฑิตที่กลายเป็นคนสำคัญของชาติมานับไม่ถ้วน ตลอดระยะเวลา 100 กว่าปี โรงเรียนอัสสัมชัญได้อบรมนักเรียนจนสำเร็จการศึกษาหลายหมื่นคน อาทิ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, นายสัญญา ธรรมศักดิ์ และพระยาอนุมานราชธน รวมถึงศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่คนรุ่นหลังยังยกย่อง

จาก 100 ปี สู่พิพิธภัณฑ์ที่ใช้เวลาอีก 33 ปีจึงเกิดขึ้น

พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ

หลังจากโรงเรียนมีอายุครบรอบ 100 ปีในปี 2527 ก็ได้มีการรวบรวมของเหล่านั้นเข้าด้วยกัน จนนำมาสู่การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2560

ระยะเวลา 33 ปีที่ใช้รวบรวมและจัดระบบก่อนเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บอกถึงความพิถีพิถันในการดูแลสิ่งของที่มีคุณค่า ไม่ใช่การเร่งรีบสร้างพื้นที่ประชาสัมพันธ์ แต่คือการรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อน

พิพิธภัณฑ์นี้รวบรวมสิ่งของโบราณและเอกสารเก่าแก่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 130 ปี ตั้งอยู่ในอาคารอัสสัมชัญ 2003 ชั้น 10 ซึ่งเป็นอาคาร 13 ชั้นที่ออกแบบโดยศิษย์เก่าสถาปนิก

สิ่งที่รอคุณอยู่ข้างใน

ผู้ที่เดินเข้า พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ จะพบกับคอลเลกชั่นที่แบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน ทั้งเอกสารประวัติศาสตร์ สิ่งของใช้ส่วนตัวของภราดาผู้ก่อตั้ง ภาพถ่ายเก่าที่บันทึกพัฒนาการของโรงเรียน และสิ่งของที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมทางศาสนาที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้น

หนึ่งในสิ่งจัดแสดงที่น่าสนใจที่สุดคือต้นฉบับดรุณศึกษาลายมือของภราดา ฟ.ฮีแลร์ (F. Hilaire) ที่ใช้สอนเด็กนักเรียนในยุคนั้น ดรุณศึกษาเป็นหนึ่งในแบบเรียนภาษาไทยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีอิทธิพลต่อการสอนภาษาไทยในระยะเวลายาวนาน การได้เห็นต้นฉบับลายมือจริงจึงเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจทดแทนด้วยการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว

นอกจากนั้นยังมีสมุดทะเบียนนักเรียนที่บันทึกชื่อนักเรียนตั้งแต่ยุคแรก ที่ใครอาจพบชื่อบรรพบุรุษของตัวเองอยู่ในนั้น ภาพถ่ายของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชโอรสองค์แรกในรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จมาวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนเมื่อปี 2430 และไม้กางเขนโบราณที่ตรึงพระเยซูซึ่งมีอายุและรายละเอียดทางศิลปะที่น่าศึกษา

พื้นที่ที่ใครก็เข้าได้ ไม่ใช่แค่ศิษย์เก่า

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ ไม่ได้จำกัดแค่นักเรียนหรือศิษย์เก่าของโรงเรียน แต่เปิดรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การศึกษาและประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ทุกคน

ด้วยทำเลที่ตั้งในย่านบางรักซึ่งมีสถานที่ประวัติศาสตร์หลายแห่งอยู่ใกล้กัน ทั้งวัดอัสสัมชัญ หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ และย่านเจริญกรุงที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะย่านสร้างสรรค์ การมาเยือน พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจย่านประวัติศาสตร์ในคราวเดียวกัน

Update: 2026-08-05
Tags: