อิหร่านปล่อยคลิปขู่สังหาร "บาร์รอน ทรัมป์" ตั้งค่าหัว 10 ล้านดอลลาร์
วันนี้ (26 ส.ค.2569) หน่วยงานอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ Secret Service ยืนยันว่าได้รับทราบวิดีโอที่ออกอากาศ โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีเนื้อหาพุ่งเป้าไปที่ บาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และมีลักษณะเป็นการข่มขู่ชีวิต
เนต เฮอร์ริง โฆษกหน่วยอารักขาฯ ระบุว่า หน่วยงานรับทราบวิดีโอดังกล่าว และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่สามารถถูกมองว่า เป็นภัยคุกคามต่อบุคคลที่อยู่ภายใต้การอารักขา แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรอง หรือมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ
วิดีโอความยาวเกือบ 3 นาที ออกอากาศผ่านสถานี IRIB ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลอิหร่าน โดยเปิดด้วยข้อความภาษาอังกฤษว่า "Where to kill Barron Trump?!" หรือ "จะฆ่า Barron Trump ได้ที่ไหน?!" พร้อมกราฟิกที่นำเสนอจุดต่าง ๆ ซึ่งอ้างว่าเป็นสถานที่ที่บาร์รอนรู้จักหรือใช้ชีวิตอยู่ รวมถึง ทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์ก
ช่วงท้ายของคลิป ผู้บรรยายกล่าวถึงผู้คนที่กำลังรอรับเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ โดยมีลักษณะสื่อถึงการเสนอค่าตอบแทน สำหรับการสังหารบาร์รอนอย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องการมีเงินรางวัลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน
แหล่งข่าวระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของชุดเนื้อหาจากอิหร่าน ที่มุ่งเป้าไปยังประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกในครอบครัว โดยบางคลิปมีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว หรือแนวทางที่อาจใช้ในการโจมตีบุคคลในครอบครัวประธานาธิบดี
มาตรการรักษาความปลอดภัยถูกปรับตามข้อมูลข่าวกรอง
แหล่งข่าวระบุว่า การปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยของบุคคลในครอบครัวประธานาธิบดี มีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลจากหน่วยอารักขาฯ หน่วยงานรัฐบาลกลาง หน่วยงานตำรวจของสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลจากต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยเปิดเผยต่อสาธารณะว่า เขาตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามจากอิหร่าน โดยกล่าวเมื่อเดือน ก.ค.ว่า เขาอยู่ในรายชื่อเป้าหมาย และยังถือว่าโชคดีที่รอดมาได้ พร้อมระบุว่าผู้ที่ต้องการทำร้ายเขา เป็นบุคคลที่ชั่วร้ายและมีความผิดปกติ
คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุม NATO ในตุรกี ก่อนที่ ทรัมป์ จะเดินทางออกจากประเทศ โดยใช้เครื่องบินทหารอีกลำหนึ่ง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เป็นความลับ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลภัยคุกคามที่ระบุว่ามีการใช้อาวุธ
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดระบุว่า ภัยคุกคามดังกล่าว มีความเฉพาะเจาะจงมาก จนเจ้าหน้าที่กังวลว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินประธานาธิบดีทั้ง 2 ลำอาจทำให้ทรัมป์มีความเสี่ยงอย่างมาก
ภัยคุกคามทรัมป์ มีมาตั้งแต่ปี 2563
รัฐบาลสหรัฐฯ เฝ้าระวังความเป็นไปได้ ที่อิหร่านอาจพยายามตอบโต้ทรัมป์มานานหลายปี หลังเหตุโจมตีด้วยโดรนของสหรัฐฯ ในปี 2563 ซึ่งทำให้นายพล กาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิต
ในช่วงพิธีศพและกิจกรรมรำลึกถึงผู้นำระดับสูงของอิหร่านเมื่อ ก.ค.ที่ผ่านมา ยังมีผู้สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านถือป้ายข้อความ "Kill Trump" และกล่าวถึงเงินรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถแก้แค้นให้กับผู้นำที่เสียชีวิต
การต่อต้านสหรัฐฯ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมที่รัฐบาลอิหร่านจัดขึ้นเป็นระยะ โดยมีทั้งการตะโกนข้อความต่อต้านสหรัฐฯ และการเผาธงสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านในปี 2522
เนทันยาฮูอ้างอิหร่านเคยขู่สังหารลูกชาย
ขณะเดียวกัน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาอ้างว่าอิหร่านเคยพยายามสังหารลูกชายคนหนึ่งของเขา โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นคนไหน และไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด หรือการพยายามดังกล่าวอยู่ในระดับใด
เนทันยาฮู ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Channel 14 ของอิสราเอล เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเชื่อมโยงข้อกล่าวหานี้ กับประเด็นการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย ให้กับผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งอิสราเอล
เขาระบุว่า ได้สั่งให้ เดวิด ซินิ ผู้อำนวยการชิน เบ็ต ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงภายในของอิสราเอล จัดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ให้กับผู้สมัครนายกรัฐมนตรีทุกคน
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสื่ออิสราเอลรายงานว่า ซินิ ไม่อนุมัติการจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้ กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของเนทันยาฮู โดยให้เหตุผลว่า ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับแผนการโจมตีที่น่าเชื่อถือ
พรรคของไอเซนคอต ถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ระบบรัฐสภาของอิสราเอล ไม่ได้หมายความว่าพรรคที่ได้ที่นั่งมากที่สุด จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยอัตโนมัติ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล อยู่ในภาวะตึงเครียดสูง ขณะที่ภัยคุกคามต่อบุคคลระดับสูง และสมาชิกครอบครัวของผู้นำกลายเป็นประเด็นที่หน่วยงานความมั่นคงของแต่ละประเทศต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าว :
"ทนายอั๋น บุรีรัมย์" คนเขย่าบ้านใหญ่-ทวงเขากระโดง
น้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-จีน คร่าแล้ว 17 ชีวิต สูญหายอีกหลายร้อย
"อภิสิทธิ์" กาง 4 เหตุผลคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้ไม่ตรงจุด-เสี่ยงทุจริต