ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,153.18 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-กังวลเงินเฟ้อ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันพุธ (29 ก.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วงลง ก่อนการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Meta Platforms
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,594.14 จุด ลดลง 1,153.18 จุด หรือ -2.19%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,316.15 จุด ลดลง 112.63 จุด หรือ -1.52%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 24,442.94 จุด ลดลง 433.97 จุด หรือ -1.74%
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ตามการคาดการณ์ของตลาด
ผลการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิก FOMC จำนวน 9 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 รายลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งสมาชิกทั้ง 3 รายได้แก่ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส และลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส โดยสมาชิก 3 รายดังกล่าวได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี
ส่วนแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่หลังการประชุมแทบไม่มีความแตกต่างจากแถลงการณ์หลังการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. และยังคงสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินนโยบายของเฟดตลอดทั้งปี หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
นักวิเคราะห์จาก Carson Group ให้ความเห็นว่า เฟดได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่คำถามที่ใหญ่กว่าในตอนนี้ก็คือ เฟดจะเผชิญกับแรงกดดันมากเพียงใดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เนื่องจากเงินเฟ้อกำลังร้อนแรงและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนก.ย.อย่างแน่นอน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.67% หลังเฟดแถลงมติการประชุม ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 3.24% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 2.5% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.98% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.26%
ดัชนี Nasdaq ได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางความกังวลว่าการที่บริษัทเหล่านี้ทุ่มเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Vertiv ซึ่งเป็นบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ดิ่งลง 17% หลังจากเปิดเผยรายได้รายไตรมาสที่ต่ำกว่าคาด
หุ้น Ford Motor บวก 2.1% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรรายเป็นครั้งที่สองในปีนี้
หุ้น Lennox ซึ่งเป็นผู้ผลิตโซลูชัน HVAC ร่วงลง 21% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรรายปี
หุ้น Visa ขยับขึ้น 0.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่สูงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์การเดินทางที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากกระแสฟุตบอลโลก
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัท Meta Platforms และ Microsoft โดยทั้งสองบริษัทจะรายงานหลังปิดตลาด
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 (ประมาณการเบื้องต้น) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย. ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช