คนไทยเลิฟเรื่องลี้ลับ? ‘YouTube’ เผยอินไซต์ปี 2026 พบคอนเทนต์กลุ่ม ‘ลุ้นระทึก’ โต 2 เท่า ตั้งแต่เรื่อง ‘ผี’ ไปจนถึง ‘True Crime’
ราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีช่อง YouTube มากกว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามเกิน 10,000 คน ขณะที่จำนวนการอัปโหลด YouTube Shorts เติบโตขึ้นถึง 85% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศครีเอเตอร์ไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกำลังสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายมากกว่าที่เคย
จากเรื่องผีสู่ True Crime
หนึ่งในสัญญาณที่น่าสนใจที่สุดคือ การเติบโตของคอนเทนต์กลุ่ม Suspense และ True Crime
แม้เรื่องผีจะยังเป็นหมวดคอนเทนต์ยอดนิยมของคนไทย แต่ YouTube พบว่าความสนใจของผู้ชมเริ่มขยายจากเรื่องเหนือธรรมชาติไปสู่การเล่าเรื่องคดีอาชญากรรม เหตุการณ์ลึกลับ และการสืบสวนเชิงลึกมากขึ้น โดยการรับชมคอนเทนต์กลุ่มนี้เติบโตขึ้นถึง 2 เท่า
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ชมไทยไม่ได้กำลังมองหาความน่ากลัวเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสนใจการทำความเข้าใจเบื้องหลังเหตุการณ์ การวิเคราะห์ปมต่าง ๆ และการติดตามเรื่องราวที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ในอีกมุมหนึ่ง YouTube มองว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับดูคอนเทนต์หนึ่งชิ้นแล้วจบ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ชมติดตาม “จักรวาลของคอนเทนต์” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูเบื้องหลัง สัมภาษณ์ ปฏิกิริยาของผู้ชมคนอื่น หรือเนื้อหาต่อยอดจากเรื่องที่ตัวเองสนใจ
พอดแคสต์กำลังกลายเป็นสื่อกระแสหลักของ Gen Z
อีกหนึ่งหมวดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคือพอดแคสต์ ข้อมูลของ YouTube ระบุว่า 94% ของผู้ชม Gen Z ในไทยยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์พอดแคสต์ดีที่สุด สะท้อนว่าพอดแคสต์ไม่ได้เป็นคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการเสพสื่อของคนรุ่นใหม่
คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องบันเทิง แต่ยังครอบคลุมสุขภาพ จิตวิทยา ความสัมพันธ์ การทำงาน และการพัฒนาตัวเอง
ข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า แม้โลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้น แต่ผู้ชมจำนวนมากยังพร้อมใช้เวลากับเนื้อหาที่ยาวขึ้น หากเป็นเรื่องที่พวกเขาสนใจจริง

ยุคคลิปสั้นมาแรง แต่คอนเทนต์ยาวยังไม่หายไป
แม้ Shorts จะกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดของ YouTube เฉพาะในไทยอัพโหลดวิดีโอสั้นเพิ่มขึ้น 85% แต่แพลตฟอร์มมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้เปลี่ยนจากคอนเทนต์ยาวไปสู่คอนเทนต์สั้นอย่างสมบูรณ์
ในทางกลับกัน ผู้ชมเลือกเสพคอนเทนต์ทั้งสองรูปแบบควบคู่กัน โดย Shorts ถูกใช้เพื่อค้นพบคอนเทนต์หรือครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ขณะที่วิดีโอขนาดยาวยังคงเป็นพื้นที่สำหรับการรับชมเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นพอดแคสต์ รายการสัมภาษณ์ สารคดีท่องเที่ยว หรือคอนเทนต์เชิงความรู้
นอกจากนี้ YouTube ยังมองเห็นการเติบโตของ Micro Drama หรือละครสั้นแบบตอนต่อเนื่อง จนต้องเปิดตัวฟีเจอร์ Shorts Series เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถจัดเรียง Shorts เป็นตอนต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น สะท้อนว่าผู้ชมยังคงต้องการ “เรื่องราว” ไม่ว่าความยาวของคอนเทนต์จะสั้นหรือยาวก็ตาม
YouTube กำลังกลายเป็นทีวีของคนไทย
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือ YouTube บน Connected TV สามารถเข้าถึงผู้ใหญ่ไทยได้มากกว่า 13 ล้านคน
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพฤติกรรมการดูจอใหญ่ในห้องนั่งเล่นไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนจากการเปิดช่องโทรทัศน์แบบดั้งเดิมมาเป็นการเปิด YouTube แทน
สำหรับคอนเทนต์บางประเภท เช่น ท่องเที่ยวหรือสารคดี YouTube ระบุว่าการรับชมผ่านหน้าจอทีวีมีสัดส่วนสูงมาก อย่างเช่นช่อง Go Went Go ที่มีสัดส่วนการรับชมจากทีวีถึง 75%
ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลต่อบทบาทของแพลตฟอร์ม เพราะการรับชมผ่านทีวีมักเกิดขึ้นพร้อมกันหลายคนในครอบครัว แตกต่างจากการรับชมผ่านสมาร์ตโฟนที่เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล
คอนเทนต์บน YouTube ไม่ได้มีอายุแค่ไม่กี่วัน
หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดจาก YouTube คือ 40% ของยอดการรับชมวิดีโอทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากวิดีโอถูกเผยแพร่ไปแล้วมากกว่า 1 เดือน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างระหว่าง YouTube กับแพลตฟอร์มที่เน้นการบริโภคคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ เพราะวิดีโอบน YouTube ยังคงถูกค้นหาและรับชมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี
ไม่ว่าจะเป็นรีวิวสินค้า สารคดี คลิปท่องเที่ยว หรือพอดแคสต์ คอนเทนต์เหล่านี้ยังสามารถสร้างผู้ชมใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างมูลค่าจากคลังคอนเทนต์ในระยะยาวได้

จากความไว้วางใจสู่การตัดสินใจซื้อ
นอกจากเป็นพื้นที่ของวัฒนธรรมและความบันเทิงแล้ว YouTube ยังมีบทบาทมากขึ้นในเส้นทางการซื้อสินค้าของผู้บริโภค
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มระบุว่า 87% ของผู้ชม Gen Z ในประเทศไทยมองว่า YouTube ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ตั้งแต่รีวิวโทรศัพท์ รถยนต์ เครื่องสำอาง ไปจนถึงสินค้าเฉพาะทาง ผู้ชมจำนวนมากเลือกใช้วิดีโอเป็นแหล่งข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ด้วยเหตุนี้ YouTube จึงเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือด้านคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Commerce Media Network ที่เชื่อมโยงผู้ชมจากคอนเทนต์ไปสู่หน้าชำระเงินบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยตรง
หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกยกขึ้นมาคือ NIVEA ประเทศไทย ซึ่งใช้โซลูชันดังกล่าวในการเชื่อมต่อเส้นทางผู้บริโภคตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ไปจนถึงการซื้อสินค้า ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยอดขายออฟไลน์เพิ่มขึ้น 32%
สรุป เมื่อมองภาพรวม อินไซต์จาก YouTube ในปีนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของแพลตฟอร์ม แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคไทยด้วยเช่นกัน จากคนที่เคยเข้ามาดูมิวสิกวิดีโอหรือรายการบันเทิง วันนี้ผู้ชมกำลังใช้ YouTube เพื่อค้นหาความรู้ ฟังพอดแคสต์ ติดตามคดีอาชญากรรม ดูสารคดีบนทีวี และใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้า
ผู้เขียน
TopTen
Journalist by day, Full-time Dad by night มีลูกเป็นเจ้านาย มีลิเวอร์พูลเป็นที่พึ่งทางใจ และมีของเล่นเต็มบ้าน